เปิดรายชื่อ “กองทุนหุ้น” ผลตอบแทนแรงสุดท่ามกลางวิกฤติโลก พุ่ง 47% นับตั้งแต่ต้นปี

Investment

Fund

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เปิดรายชื่อ “กองทุนหุ้น” ผลตอบแทนแรงสุดท่ามกลางวิกฤติโลก พุ่ง 47% นับตั้งแต่ต้นปี

Date Time: 20 มี.ค. 2569 13:32 น.

Video

วางแผนการเงินรับมือสงครามอิหร่าน หรือหากมีสงครามโลกครั้งที่ 3 ? | Money Issue EP.50

Summary

แม้โลกเผชิญสงครามและวิกฤติน้ำมัน กดดันเศรษฐกิจและตลาดการลงทุน แต่กองทุนหุ้นบางกลุ่มยังสร้างผลตอบแทนโดดเด่น Thairath Money พาเปิดรายชื่อกองทุนผลงานสูงสุดในตลาดหุ้นโลก

Latest


การลงทุนในช่วงนี้ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต และทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งนักลงทุนต้องอาศัยความระมัดระวังในการวางกลยุทธ์มากขึ้น ดังนั้น “กองทุนรวม” ที่มีผู้เชี่ยวชาญมาบริหารจัดการ และกระจายความเสี่ยงให้ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่กองทุนรวมไหนที่ยังมีผลตอบแทนดีในสถานการณ์แบบนี้?


ยุคสงครามเดือด กองทุนน้ำมันขาขึ้น! 

ก่อนที่จะไปดูกองทุนหุ้นโลก เรามาดูกลุ่มกองทุนที่ทำผลงานได้ดีตั้งแต่ต้นปี 2569 กันก่อน และแน่นอนว่ารายชื่อ 10 กองทุนที่สร้างผลตอบแทนมากที่สุดในช่วงนี้ ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในธีมน้ำมันตามราคาพลังงานโลก ซึ่งให้ผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปีในระดับ 60-70% เลยทีเดียว

สาเหตุที่ทำให้กองทุนน้ำมันพุ่งขึ้นแรงในช่วงนี้ มาจากทิศทาง “ราคาน้ำมันโลก” ที่อยู่ในขาขึ้นอย่างชัดเจน หลังเผชิญแรงกดดันด้านอุปทาน จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการควบคุมกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน


ส่อง 3 กองทุนหุ้นโลก ผลตอบแทนมากสุด 47%

แม้ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกในปีนี้จะยังเต็มไปด้วยแรงเหวี่ยงจากปัจจัยรอบด้าน แต่ภายใต้ความผันผวนดังกล่าว “กองทุนหุ้นโลก” ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและคว้าโอกาสจากธีมการเติบโตในระดับโลก

โดยเฉพาะกองทุนที่สามารถคัดเลือกสินทรัพย์ได้อย่างเฉียบคม ก็ยังมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้ และหากลองไล่เรียงดูผลงานตั้งแต่ต้นปี จะพบว่ามีกองทุนบางตัวที่สามารถเร่งผลตอบแทนขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ จนติดอันดับ “ตัวท็อป” ของกลุ่มนี้ ซึ่งหากซูมดู 3 อันดับแรกที่ผลตอบแทนสูงสุด ได้แก่

1. I-10 หรือ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทน

เป็นกองทุนที่นำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับพลังงานแบบดั้งเดิมและพลังงานทางเลือกทั้งทางตรงและทางอ้อม 

ผลตอบแทนย้อนหลัง

  • เพิ่มขึ้น 47.48% นับตั้งแต่ต้นปี 2569
  • เพิ่มขึ้น 6.06% ในช่วง 1 สัปดาห์
  • เพิ่มขึ้น 27.88% ในช่วง 1 เดือน
  • เพิ่มขึ้น 39.91% ในช่วง 1 ปี

2. BCAP-CLEAN หรือ กองทุนเปิดบีแคป คลีน อินโนเวชั่น

เป็นกองทุนมีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ โดยกองทุนปลายทางมีการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารของบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

ผลตอบแทนย้อนหลัง

  • เพิ่มขึ้น 9.38% นับตั้งแต่ต้นปี 2569
  • เพิ่มขึ้น 1.89% ในช่วง 1 สัปดาห์
  • เพิ่มขึ้น 1.32% ในช่วง 1 เดือน
  • เพิ่มขึ้น 40.80% ในช่วง 1 ปี

3. Principal GOPP-X หรือ กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ ชนิดผู้ลงทุนพิเศษ

เป็นกองทุนมีนโยบายการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวคือ Morgan Stanley Investment Funds Global Opportunity Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นคุณภาพสูงที่มีการเติบโตยั่งยืนทั่วโลกประมาณ 30-40 บริษัท โดยเน้นหุ้นเติบโตสูงที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มระยะยาว

ผลตอบแทนย้อนหลัง

  • เพิ่มขึ้น 11.94% นับตั้งแต่ต้นปี 2569
  • เพิ่มขึ้น 1.86% ในช่วง 1 สัปดาห์
  • เพิ่มขึ้น 2.99% ในช่วง 1 เดือน
  • เพิ่มขึ้น 24.25% ในช่วง 1 ปี


เปิดกองทุน 5 ตลาดหุ้นหลัก ตั้งแต่ต้นปีกองไหนบวกแรงสุด!

แม้ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงเคลื่อนไหวท่ามกลางความไม่แน่นอน แต่ในความผันผวนนี้เอง กลับเป็นจังหวะที่นักลงทุนจำนวนไม่น้อยใช้เป็นโอกาสในการคัดเลือก “กองทุนดาวเด่น” เพื่อสร้างผลตอบแทน

หากลองซูมอินลงไปใน 5 ตลาดหุ้นหลักที่นักลงทุนไทยนิยม จะพบว่าแต่ละตลาดมีจังหวะและเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป ซึ่ง Thairath Money หยิบยกกองทุนที่สามารถขึ้นนำและสร้างผลตอบแทนสูงสุดในแต่ละสนามลงทุน ดังนี้

ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา

KFUSRMF หรือ กองทุนเปิดกรุงศรียูเอสอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ GQG Partners US Equity Fund (กองทุนหลัก) เน้นลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารที่อ้างอิงกับตราสารทุน ซึ่งรวมถึงหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ และออปชัน ของบริษัทที่อยู่ในสหรัฐฯ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่อยู่นอกสหรัฐฯ ทั้งที่อยู่ในกลุ่มประเทศตลาดพัฒนาแล้ว และกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วย

ผลตอบแทนย้อนหลัง

  • เพิ่มขึ้น 9.19% นับตั้งแต่ต้นปี 2569
  • เพิ่มขึ้น 1.20% ในช่วง 1 สัปดาห์
  • ลดลง 0.23% ในช่วง 1 เดือน
  • เพิ่มขึ้น 0.45% ในช่วง 1 ปี

ตลาดหุ้นจีน

DAOL-CHIG หรือ กองทุนเปิด ดาโอ ไชน่า โกรท

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Matthews Asia Funds – – China Discovery Fund (กองทุนหลัก) Class I (USD) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดเล็กถึงขนาดกลางในประเทศจีน (รวมถึงฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน) ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยเน้นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับการเติบโตเชิงโครงสร้างของจีน

ผลตอบแทนย้อนหลัง

  • เพิ่มขึ้น 13.27% นับตั้งแต่ต้นปี 2569
  • ลดลง 1.13% ในช่วง 1 สัปดาห์
  • ลดลง 0.98% ในช่วง 1 เดือน
  • เพิ่มขึ้น 19.86% ในช่วง 1 ปี

ตลาดหุ้นยุโรป

PRINCIPAL EUEQ-X หรือ กองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูโรเปี้ยน อิควิตี้ ชนิดผู้ลงทุนพิเศษ

ลงทุนในกองทุนรวม Principal Global Investors Funds - European Equity Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในยุโรป หรือดำเนินธุรกิจหลักในยุโรป โดยมุ่งเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีศักยภาพเติบโตยั่งยืน กระจายการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น Nestle, ASML Holding, AstraZeneca, Roche เป็นต้น

ผลตอบแทนย้อนหลัง

  • เพิ่มขึ้น 11.31% นับตั้งแต่ต้นปี 2569
  • เพิ่มขึ้น 1.27% ในช่วง 1 สัปดาห์
  • ลดลง 0.75% ในช่วง 1 เดือน
  • เพิ่มขึ้น 5.65% ในช่วง 1 ปี

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิค (ยกเว้นญี่ปุ่น)

PRINCIPAL KEQ หรือ กองทุนเปิดพรินซิเพิล เกาหลี อิควิตี้

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน JPMorgan Funds-Korea Equity Fund (กองทุนหลัก) ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทเกาหลีใต้ โดยมุ่งเน้นการบริหารเชิงรุกเพื่อหาโอกาสเติบโตสูงในอุตสาหกรรมหลักของเกาหลี เช่น เทคโนโลยีและการเงิน

ผลตอบแทนย้อนหลัง

  • เพิ่มขึ้น 28.79% นับตั้งแต่ต้นปี 2569
  • เพิ่มขึ้น 4.57% ในช่วง 1 สัปดาห์
  • เพิ่มขึ้น 6.05% ในช่วง 1 เดือน
  • เพิ่มขึ้น 101.01% ในช่วง 1 ปี

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

PRINCIPAL JEQ-X หรือ กองทุนเปิดพรินซิเพิล เจแปนนิส อิควิตี้ ชนิดผู้ลงทุนพิเศษ

ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวคือ Alma Capital Investment Funds-Alma Eikoh Japan Large Cap Equity Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นเป็นหลัก

ผลตอบแทนย้อนหลัง

  • เพิ่มขึ้น 17.59% นับตั้งแต่ต้นปี 2569
  • เพิ่มขึ้น 0.73% ในช่วง 1 สัปดาห์
  • ลดลง -1.11% ในช่วง 1 เดือน
  • เพิ่มขึ้น 18.06% ในช่วง 1 ปี

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะลงทุนในกองทุนประเภทใด ก็ล้วนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ภายใต้จังหวะตลาดที่เหมาะสม แต่ในขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานในอดีตก็ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีอนาคตเสมอไป นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับการศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และความสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตนเองอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจลงทุนในทุกครั้ง


หมายเหตุ : ข้อมูลจาก settrade.com และ finnomena.com ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ