
“การออมเงินเพื่อการเกษียณ” ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดียามเกษียณ โดยกองทุน RMF (Retirement Mutual Fund) หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” เป็นทางเลือกหนึ่งในการออมเงิน จากเป็นกองทุนรวมที่ส่งเสริมให้เกิดการออมระยะยาวเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ มีลักษณะคล้ายกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ของภาคเอกชน และกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (กบข.) (Government Pension Fund) ของข้าราชการ
ทั้งนี้ กองทุน RMF นั้น เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการออมเงินเพื่อการเกษียณ โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ที่ไม่มีการออมภาคบังคับ และผู้ที่ต้องการออมเงินเพิ่มเติม ซึ่งนอกจากจะได้มีเงินเอาไว้ใช้จ่ายยามเกษียณแล้ว ยังสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย
Thairath Money ได้รวบรวม 5 กองทุน RMF ที่มีความน่าสนใจในการเข้าลงทุน จากมีผลตอบแทนสูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2566 โดยข้อมูลจาก Morningstarthailand.com ระบุว่า กองทุนที่ลงทุนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี บล็อกเชน และ สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นหลักนั้นให้ผลตอบแทนในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา
เริ่มต้นด้วยอันดับที่ 1 กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ ASP-DIGIBLOCRMF ให้ผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปี 62.79% ใช้เงินเริ่มต้นลงทุนครั้งแรกที่ 1,000 บาท โดยมี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด เป็นผู้จัดการกองทุน
กองทุน ASP-DIGIBLOCRMF มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets Companies) และ/หรือบริษัทที่มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจและ/หรือมีความเกี่ยวข้องกับระบบสินทรัพย์ดิจิทัล และ/หรือบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เช่น เพิ่มประสิทธิภาพหรือลดต้นทุนในการดำเนินงาน เป็นต้น และ/หรือลงทุนในหน่วย CIS และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ที่มีการลงทุนในตราสารทุนตามลักษณะดังกล่าวข้างต้นด้วย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
อันดับที่ 2 กองทุนเปิด MEGA 10 เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ MEGA10RMF ให้ผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปี 41.41% ใช้เงินเริ่มต้นลงทุนครั้งแรกที่ 1,000 บาท โดยมี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จํากัด เป็นผู้จัดการกองทุน
กองทุน MEGA10RMF ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่จดทะเบียนซื้อขายใน NYSE และ NASDAQ ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นความเป็น ผู้นำในด้านตราสินค้า (Brand Value) จากการจัดอันดับโดยสถาบันจัดอันดับตราสินค้า (Brand) ระดับสากล และคัดเลือก จากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) และที่มีสภาพคล่องสูงสุด10 บริษัทแรก
อันดับที่ 3 กองทุนเปิด ทิสโก้ Next Generation Internet เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป หรือ TNEXTGENRMF-A ให้ผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปี 28.58% ใช้เงินเริ่มต้นลงทุนครั้งแรกที่ 1,000 บาท โดยมี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เป็นผู้จัดการกองทุน
กองทุน TNEXTGENRMF-A จะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ARK Next Generation Internet ETF เพียงกองทุนเดียว ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่ใช้กลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรุก (Actively-managed ETF) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE Arca,Inc.) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนอย่างน้อย 80% ของมูลค่าทรัพย์สินในตราสารทุนทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ของบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับธีม ซึ่งเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี จากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปยังระบบ Cloud Computing และบริษัทที่นำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบโครงสร้างพื้นฐานและการบริการ
อันดับที่ 4 กองทุนเปิด ทิสโก้ เทคโนโลยี อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดรองรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ TTECHRMF-P ให้ผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปี 28.23% ใช้เงินเริ่มต้นลงทุนครั้งแรกที่ 1,000 บาท โดยมี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เป็นผู้จัดการกองทุน
กองทุน TTECHRMF-P จะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน iShares Expanded Tech Sector ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกา
อันดับ 5 กองทุนเปิดเคเคพี EXPANDED TECH เพื่อการเลี้ยงชีพ - HEDGED หรือ KKP TECH RMF-H ให้ผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปี 28.00% ใช้เงินเริ่มต้นลงทุนครั้งแรกที่ 1,000 บาท โดยมี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด เป็นผู้จัดการกองทุน
กองทุน KKP TECH RMF-H เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ iShares Expanded Tech Sector ETF (กองทุนหลัก) โดยลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca ประเทศสหรัฐอเมริกา เพียงตลาดหลักทรัพย์เดียว โดยกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนระยะยาวของผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปลงทุนในตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มบริการสื่อสาร (communication service) และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (consumer discretionary) ในประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน