
ในหมู่นักลงทุน 'ตราสารด้อยสิทธิ' เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงในปัจจุบัน เป็นที่หมายปองของนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้และชอบการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูง
แต่ก่อนที่คิดจะลงทุนในตราสารด้อยสิทธินั้น อาจจะต้องทำความเข้าใจการลงทุนประเภทนี้ก่อน ตราสารด้อยสิทธินั้น คือ เป็นตราสารการเงินที่แสดงความเป็นหนี้ระหว่างผู้ออกและผู้ถือตราสารหนี้ (ผู้ลงทุน) โดยตราสารหนี้จะกำหนดอายุและอัตราดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ต่างๆ เป็นจำนวนที่แน่นอน ระบุวันชำระดอกเบี้ย วันครบกำหนดชำระหนี้ แต่อาจจะต้องจำไว้ว่า ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ นักลงทุนหรือผู้ถือ แม้ว่าจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้แต่จะมีสิทธิที่ด้อยกว่าเจ้าหนี้สามัญรายอื่นๆ ในการเรียกร้องการชำระหนี้จากบริษัทผู้ออกหากมีการผิดนัดชำระหนี้หรือล้มละลาย แต่ยังได้รับสิทธิเรียกร้องก่อนผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ และหุ้นสามัญ
นี่คือข้อ กำหนดคร่าวๆ ที่ผู้ลงทุนควรรู้ไว้ แต่เมื่อพูดถึงความเสี่ยงแล้วหากสถาบันการเงินที่ออกตราสารหนี้ชนิดนี้ มีอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่ดี ซึ่งจะแสดงให้เห็นตอนประกาศชี้ชวน ก็เชื่อมั่นได้เลยว่า การลงทุนนั้นมีความเสี่ยงที่รับได้ และในระยะยาวจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
สำหรับตราสารด้อยสิทธิที่กำลังเปิดให้ลงทุนช่วงนี้ และมีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุน ก็คือ ตราสารด้อยสิทธิของธนาคารกรุงไทย ที่ออกเสนอขายตราสารด้อยสิทธิจำนวน 15,000-20,000 ล้านบาท โดยจะมีอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.25% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน วงเงิน 15,000 ล้านบาท และมีตราสารสำรองไว้เสนอขายเพิ่มเติมถึง 5,000 ล้านบาท รวมไม่เกิน 20,000 ล้านบาท โดยธนาคารมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดได้หลังจาก 5 ปีนับจากวันที่ออกตราสาร หรือตามที่เงื่อนไขกำหนด ซึ่งครั้งนี้เป็นการขายต่อจากครั้งก่อน ที่ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีเมื่อปี พ.ศ. 2562
นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า หลังจากออกตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ในปี 2562 แล้วได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ทางธนาคารจึงได้ออก ตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2565 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2575 อายุ 10 ปี ขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีอัตราดอกเบี้ยถึง 3.25% การออกตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ของธนาคารในครั้งนี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเงินกองทุน รวมถึงบริหารสภาพคล่องและใช้ในการดำเนินงานทั่วไป รองรับการขยายตัวของธุรกิจ ซึ่งตราสารดังกล่าวเป็นการเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้กับลูกค้า
สำหรับตราสารหนี้ด้อยสิทธิในรอบนี้ จะเป็นการเสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ที่ทุกสาขาทั่วประเทศ สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่จองซื้อขั้นต่ำ 1 ล้านบาท และเพิ่มทวีคูณครั้งละ 1 แสนบาท ผู้ลงทุนสถาบันจองซื้อขั้นต่ำ 1 ล้านบาท และเพิ่มทวีคูณครั้งละ 1 หมื่นบาท
สำหรับนักลงทุนที่สนใจแต่ยังลังเล ธนาคารกรุงไทยก็ออกมาให้รายละเอียดเรื่องความเข้มแข็งของสถาบันการเงินด้วยข้อมูลผลการดำเนินงานปี 2564 ที่ตัวธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารอยู่ที่ 21,588 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (งบเฉพาะธนาคาร) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 อยู่ที่ 19.88% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กำหนด นอกจากนี้ ธนาคารได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ AAA(tha) แนวโน้มมีเสถียรภาพ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 และอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารอยู่ที่ระดับ AA(tha) แนวโน้มมีเสถียรภาพ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565
จะเห็นได้ว่า ตราสารด้อยสิทธิที่กรุงไทยออกมาในรอบนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง หากนักลงทุนสนใจทางธนาคารกรุงไทยเปิดจอง ซื้อระหว่างวันที่ 7-8 และ 11 เมษายน 2565 นักลงทุนรายใหญ่ และ/หรือ นักลงทุนสถาบัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th
คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน