สรุป THB Stablecoin ธปท.เฮียริ่งเกณฑ์กำกับเงินบาทดิจิทัล ตั้งแต่ออกเหรียญ เงินสำรอง ตรวจสอบธุรกรรม

Investment

Digital Assets

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สรุป THB Stablecoin ธปท.เฮียริ่งเกณฑ์กำกับเงินบาทดิจิทัล ตั้งแต่ออกเหรียญ เงินสำรอง ตรวจสอบธุรกรรม

Date Time: 21 ต.ค. 2569 16:41 น.

Video

จุดเปลี่ยนสองวัย วางแผนเงิน - สุขภาพ เพื่อรักษาคำสัญญา I Money Issue EP.79

“Summary“

ธปท. เสนอให้ THB Stablecoin มีสินทรัพย์หนุนหลังเป็นเงินฝากธนาคาร 100% และห้ามจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนแก่ผู้ถือเหรียญเพื่อป้องกันการเก็งกำไร

  • โครงสร้างระบบนิเวศแบบ Open-loop แยกบทบาทชัดเจนระหว่างผู้ออกเหรียญ (Issuer) ที่ต้องได้รับอนุญาตจำกัด และผู้ให้บริการกระเป๋าเงิน (Wallet Provider)
  • ผู้ให้บริการต้องมีระบบยืนยันตัวตน (KYC) และมาตรการป้องกันการฟอกเงิน รวมถึงระบบความปลอดภัยที่สามารถระงับหรืออายัดเหรียญในกรณีที่พบธุรกรรมผิดกฎหมาย
  • เกณฑ์การคัดเลือกเน้นความมั่นคงทางการเงิน ความเชี่ยวชาญด้าน DLT ของผู้บริหาร และแผนการดำเนินธุรกิจที่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มหรือลดข้อจำกัดของระบบเดิม
  • กระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-28 ตุลาคม 2569 ก่อนนำเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป

Latest


เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็น (Consultation Paper) เรื่องหลักการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ THB Stablecoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าอ้างอิงกับเงินบาทในอัตรา 1 ต่อ 1 โดยเสนอแนวทางกำกับดูแล ตั้งแต่การออกเหรียญ การบริหารสินทรัพย์สำรอง การให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet Provider) ไปจนถึงการติดตามธุรกรรมและการคุ้มครองผู้ใช้บริการ

ข้อเสนอดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้นวัตกรรมทางการเงินที่ใช้เทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT) พัฒนาต่อไปได้อย่างมีความรับผิดชอบ โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของระบบการชำระเงิน

ทั้งนี้ ข้อเสนอยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น ก่อนที่ ธปท. จะเสนอให้กระทรวงการคลังกำหนดธุรกิจที่เกี่ยวข้องเป็นบริการที่ต้องได้รับอนุญาต และออกหลักเกณฑ์กำกับดูแลต่อไป จึงยังไม่ใช่หลักเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้แล้ว

Thairath Money สรุปสาระสำคัญจากเอกสารของ ธปท. ตั้งแต่ที่มาและแนวคิดเชิงนโยบาย ประโยชน์ของ THB Stablecoin โครงสร้างระบบนิเวศ ไปจนถึงเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตและมาตรการกำกับดูแลหลังเปิดให้บริการ

ธปท. เสนอเกณฑ์ THB Stablecoin ทำไม และมีหลักการอย่างไร

จากเอกสารที่จัดทำโดยฝ่ายนโยบายระบบชำระเงินและเทคโนโลยีการเงิน สายนโยบายและกำกับผู้ให้บริการชำระเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ประเทศไทยมีระบบชำระเงินรายย่อยที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำอยู่แล้ว เช่น ระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ซึ่งรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างครอบคลุม อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี DLT และการแปลงสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปโทเคน (Tokenization) กำลังเปิดโอกาสให้เกิดบริการทางการเงินรูปแบบใหม่

ธปท. จึงเห็นความสำคัญของการสนับสนุนนวัตกรรมที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน หรือแก้ไขข้อจำกัดของระบบเดิมได้ โดยต้องมีมาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและสามารถเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มีอยู่ได้

สำหรับ THB Stablecoin ธปท. มองว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบของเงินดิจิทัลที่อิงมูลค่าเงินบาทและมีสินทรัพย์หนุนหลังเต็มจำนวน ซึ่งอาจเหมาะกับการชำระเงินบางกรณี โดยเฉพาะธุรกรรมบน DLT และการชำระราคาและส่งมอบสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปโทเคน

หลักการกำกับดูแลที่เสนอครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่

1. บริหารความเสี่ยงได้ทั้งภาวะปกติและภาวะวิกฤต ผู้ให้บริการต้องรักษามูลค่าและสภาพคล่องของเหรียญ รองรับการไถ่ถอนในปริมาณสูง มีระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และมีกลไกตรวจสอบธุรกรรมเพื่อป้องกันการฟอกเงินและการกระทำผิดกฎหมาย

2. เปิดกว้างต่อการใช้งานและการเชื่อมต่อ สนับสนุนการเชื่อมต่อกับระบบชำระเงินที่มีอยู่และสื่อการชำระเงินรูปแบบโทเคนประเภทอื่น เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันและบริการทางการเงินที่หลากหลาย โดยยังอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม

3. เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่ม มุ่งสนับสนุนการใช้งานที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว รองรับธุรกรรมรูปแบบใหม่ และอาจช่วยลดข้อจำกัดในการโอนเงินข้ามประเทศ

โดย ธปท. เน้นว่า THB Stablecoin ควรทำหน้าที่เสริมระบบการชำระเงินที่มีอยู่ ไม่ใช่เข้ามาแทนที่ระบบเดิมทั้งหมด และการใช้เทคโนโลยี DLT ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบปัจจุบันในทุกกรณี

THB Stablecoin ต่างจาก Tokenized Deposit อย่างไร

เอกสารของ ธปท. อธิบายว่า เงินในรูปแบบโทเคน (Tokenized Money) สามารถพัฒนาได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีโครงสร้างทางกฎหมายและระบบนิเวศที่แตกต่างกัน โดยได้แบ่งเป็นกลุ่มสำคัญ ได้แก่

  • Tokenized Deposit และ Tokenized E-Money เป็นการนำเทคโนโลยี DLT มาใช้บันทึกบัญชีหรือทำธุรกรรม โดยสถานะทางกฎหมาย สิทธิ และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการยังอิงกับกรอบกฎหมายเงินฝากหรือเงินอิเล็กทรอนิกส์เดิม
  • THB Stablecoin เป็นสื่อการชำระเงินบน DLT ที่อิงมูลค่าเงินบาทในอัตรา 1 ต่อ 1 โดยมีสินทรัพย์หนุนหลังตามเงื่อนไขที่กำหนด และออกแบบเป็นระบบเปิด (Open-loop) ซึ่งแยกบทบาทระหว่างผู้ออกเหรียญกับผู้ให้บริการกระเป๋าเงิน

สำหรับ Tokenized Deposit ธปท. ระบุว่าอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลเดิมของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ส่วน THB Stablecoin จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์เฉพาะที่รองรับความเสี่ยงจากโครงสร้างระบบเปิดและการแยกบทบาทผู้ให้บริการ

ในเชิงนโยบาย ธปท. จึงเสนอให้จำกัดจำนวน Issuer ในระยะแรก เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของเหรียญ ลดความเสี่ยงที่สภาพคล่องและผู้ใช้บริการจะแยกกระจายไปหลายระบบมากเกินไป ขณะที่เปิดให้ Wallet Provider ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถขอรับใบอนุญาตได้โดยไม่จำกัดจำนวนผู้ได้รับอนุญาต เพื่อส่งเสริมการแข่งขันและเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน

THB Stablecoin ใช้ทำอะไรได้บ้าง

ธปท. เห็นว่า THB Stablecoin อาจช่วยรองรับการชำระเงินและธุรกรรมทางการเงินที่อาศัยเทคโนโลยี DLT โดยมีคุณสมบัติที่อาจสร้างประโยชน์เพิ่มจากระบบเดิม 3 ด้าน

  • Programmability ตั้งเงื่อนไขให้ธุรกรรมดำเนินการโดยอัตโนมัติตามวัตถุประสงค์หรือเงื่อนไขที่กำหนด
  • 24/7 Availability รองรับการทำธุรกรรมและการชำระราคาได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสภาพคล่อง
  • Atomic Settlement ช่วยให้การชำระเงินและการส่งมอบสินทรัพย์เกิดขึ้นพร้อมกัน ลดขั้นตอนและความเสี่ยงจากการชำระราคาและส่งมอบสินทรัพย์ไม่ตรงกัน

ในด้านการใช้งาน ผู้ใช้สามารถได้มาซึ่งเหรียญผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ ซื้อจาก Wallet Provider ในอัตรา 1 บาทต่อ 1 เหรียญ โดยขอให้ Issuer ออกเหรียญในอัตรา 1 ต่อ 1 หรือซื้อผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ในประเภทที่ได้รับอนุญาต

เมื่อมีเหรียญในกระเป๋าเงินแล้ว สามารถนำไปใช้ชำระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าที่รองรับ โอนให้บุคคลอื่นที่มีกระเป๋าเงินผ่านการยืนยันตัวตน หรือใช้ชำระราคาเพื่อซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับธุรกรรมรายย่อยในตลาดทุน

เมื่อผู้ถือเหรียญต้องการแลกกลับเป็นเงินบาท สามารถขายให้ Wallet Provider ขอไถ่ถอนกับ Issuer ในอัตรา 1 ต่อ 1 หรือขายผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามราคาตลาด ซึ่งราคาอาจแตกต่างจากอัตรา 1 ต่อ 1 ได้

อย่างไรก็ตาม ธปท. ย้ำว่า ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงขึ้นอยู่กับรูปแบบบริการ ความพร้อมของระบบ และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จึงมุ่งสนับสนุนการใช้ THB Stablecoin ในกรณีที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มหรือลดข้อจำกัดของระบบเดิมได้อย่างชัดเจน

โครงสร้างระบบนิเวศ แยก Issuer กับ Wallet Provider

ข้อเสนอของ ธปท. วางระบบนิเวศ THB Stablecoin ในรูปแบบ Open-loop โดยแบ่งบทบาทผู้ให้บริการออกเป็น 2 ประเภทอย่างชัดเจน ได้แก่

  • Issuer ผู้ออกเหรียญ รับผิดชอบการออกเหรียญ การรับไถ่ถอนคืนเป็นเงินบาท และการบริหารสินทรัพย์หนุนหลัง เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของมูลค่าเหรียญ
  • Wallet Provider ผู้ให้บริการกระเป๋าเงิน ให้บริการเก็บรักษาเหรียญ รับและโอนเหรียญ ชำระเงิน และแลกเปลี่ยนเหรียญให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยต้องดูแลทรัพย์สินและคุ้มครองผู้ใช้บริการตามมาตรฐานที่กำหนด

โครงสร้างดังกล่าวช่วยแยกความรับผิดชอบของผู้ประกอบธุรกิจแต่ละประเภท ขณะเดียวกันยังเปิดให้ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินหลายรายเข้ามาแข่งขันและพัฒนาบริการบนระบบนิเวศเดียวกันได้ โดยในระยะแรก ธปท. เสนอให้จำกัดจำนวน Issuer เพื่อให้สามารถกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดและลดความเสี่ยงจากการกระจายตัวของสภาพคล่อง ส่วน Wallet Provider จะเปิดรับคำขอเป็นรอบและไม่จำกัดจำนวนผู้ได้รับอนุญาต หากผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

เกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำของผู้ให้บริการ THB Stablecoin

ธปท. เสนอให้ผู้ให้บริการต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำด้านการบริหารความเสี่ยง ความมั่นคงปลอดภัยของระบบ การดูแลทรัพย์สิน และการคุ้มครองผู้ใช้บริการ โดยแยกข้อกำหนดตามบทบาทของ Issuer และ Wallet Provider ดังนี้

  • Issuer ต้องบริหารความเสี่ยงและรักษามูลค่าเหรียญ

ผู้ออกเหรียญต้องมีความพร้อมรองรับความเสี่ยงทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง การไถ่ถอนเหรียญจำนวนมาก และความมั่นคงปลอดภัยของระบบ

นอกจากนี้ต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนรองรับเหตุฉุกเฉินและการดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการคุ้มครองผู้ถือเหรียญและแผนเลิกกิจการที่ระบุแนวทางดูแลสิทธิของผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม

  • Wallet Provider ต้องดูแลทรัพย์สินและป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมาย

ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินต้องแยกเก็บเหรียญของผู้ใช้บริการออกจากทรัพย์สินของบริษัท และห้ามนำเหรียญของลูกค้าไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น โดยต้องมีระบบบันทึกธุรกรรมที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ พร้อมกลไกรับเรื่องร้องเรียน ช่วยเหลือผู้ใช้บริการ และประสานงานแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดในการชำระเงินหรือโอนเหรียญ

ในด้านการป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน ต้องดำเนินการยืนยันตัวตนและตรวจสอบลูกค้า รวมถึงมีมาตรการป้องกันไม่ให้โอนเหรียญไปยังกระเป๋าเงินที่ไม่ได้ผ่านการยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยของกระเป๋าเงินและกุญแจดิจิทัล ตลอดจนปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการบริหารความเสี่ยงและการคุ้มครองผู้ใช้บริการที่เกี่ยวข้อง

เกณฑ์คัดเลือกผู้ขอรับใบอนุญาต

ธปท. เสนอให้พิจารณาผู้สมัครโดยคำนึงถึงความสามารถในการสร้างประโยชน์จาก THB Stablecoin ความมั่นคงทางการเงิน ความเชี่ยวชาญของผู้บริหาร และความพร้อมในการบริหารความเสี่ยง โดยมีรายละเอียดแตกต่างกันระหว่าง Issuer กับ Wallet Provider ดังนี้

  • เกณฑ์คัดเลือก Issuer

1. ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายบริการได้ ผู้สมัครต้องแสดงให้เห็นว่าการออก THB Stablecoin สามารถสร้างประโยชน์ใหม่ เช่น รองรับการชำระเงินอัตโนมัติ การทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง การชำระราคาและส่งมอบสินทรัพย์โทเคน หรือช่วยลดต้นทุนเมื่อเทียบกับระบบเดิม

2. ต้องมีความมั่นคงทางการเงิน บริษัทแม่หรือผู้ถือหุ้นหลักต้องมีฐานะทางการเงินที่เข้มแข็ง สามารถรองรับการดำเนินงานโดยไม่มีรายได้ได้อย่างน้อย 6 เดือน

3. ผู้บริหารต้องมีความเชี่ยวชาญและมีผู้รับผิดชอบในประเทศไทย กรรมการอย่างน้อย 1 คนและผู้บริหารสูงสุดด้าน IT ต้องมีประสบการณ์ตรงด้าน DLT หรือระบบชำระเงิน นอกจากนี้ ต้องมีกรรมการสัญชาติไทยอย่างน้อย 1 คนที่มีอำนาจตัดสินใจในประเทศไทย และผู้บริหารสูงสุดด้าน IT ต้องทำงานในไทยเต็มเวลา

4. ต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ต้องมีกลไกรับมือความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการแห่ไถ่ถอนเหรียญ (Bank Run) ระบบ IT Security แผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP) มาตรการคุ้มครองผู้บริโภค และแผนเลิกกิจการ (Exit Plan)

  • เกณฑ์คัดเลือก Wallet Provider

1. ต้องมีแผนพัฒนาการใช้งานร่วมกับ Issuer ผู้สมัครต้องมีแผนร่วมมือกับ Issuer อย่างน้อย 1 ราย เพื่อสร้างบริการและต่อยอดนวัตกรรม

2. ต้องคุ้มครองผู้ใช้บริการได้ ต้องมีความพร้อมในการดูแลทรัพย์สินของผู้ใช้งาน พร้อมกลไกช่วยเหลือและเยียวยาเมื่อเกิดปัญหา

3. ต้องมีระบบป้องกันการฟอกเงินและการฉ้อโกง ต้องดำเนินการ KYC/KYM และ CDD ในระดับมาตรฐานเทียบเท่าธุรกิจ e-Money ตามที่กำหนด และรองรับการวิเคราะห์ธุรกรรมบนบล็อกเชนแบบเรียลไทม์ (Real-time On-chain Analytics) เพื่อช่วยตรวจจับธุรกรรมที่มีความเสี่ยง

4. ต้องมีระบบ IT และการจัดการกุญแจดิจิทัลที่ปลอดภัย ต้องมีระบบ Wallet & Key Management ที่รัดกุม รวมถึงมาตรการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงระบบและข้อมูล

เกณฑ์กำกับดูแลการดำเนินงาน : เงินสำรอง 100% ห้ามจ่ายดอกเบี้ย และต้องเปิดเผยข้อมูล

นอกจากคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตแล้ว ธปท. ยังเสนอเงื่อนไขการดำเนินงานที่ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติตาม เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของเหรียญและคุ้มครองผู้ถือเหรียญ

  • สินทรัพย์หนุนหลังต้องเป็นเงินฝากธนาคาร 100% ในระยะแรก

ธปท. เสนอให้ Issuer ถือสินทรัพย์หนุนหลังเป็นเงินฝากธนาคารเต็มจำนวนในระยะแรก พร้อมกำหนดให้กระจายเงินฝากไปยังหลายธนาคาร ไม่กระจุกตัวอยู่กับธนาคารใดธนาคารหนึ่ง

ผู้ถือเหรียญต้องสามารถไถ่ถอนคืนเป็นเงินบาทในอัตรา 1 ต่อ 1 ภายใน 1 วันทำการ และต้องมีการแยกสินทรัพย์หนุนหลังออกจากทรัพย์สินอื่นอย่างชัดเจน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ถือเหรียญในกรณีที่ Issuer ประสบปัญหาทางการเงินหรือล้มละลาย

ในด้านความโปร่งใส Issuer ต้องเปิดเผยข้อมูลสินทรัพย์หนุนหลังและยอดเหรียญที่ออกเป็นรายวัน รวมถึงจัดให้มีการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีภายนอกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ทั้งนี้ เอกสารยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการพิจารณาสินทรัพย์หนุนหลังประเภทอื่น เช่น พันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นในอนาคต แต่ต้องพิจารณาความพร้อมของผู้ประกอบธุรกิจและการแก้ไขกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องก่อน

  • ห้ามจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนเพื่อจูงใจให้ถือเหรียญ

Issuer ต้องไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือ THB Stablecoin ทั้งทางตรงและทางอ้อมตามข้อเสนอที่กำหนด เพื่อให้เหรียญทำหน้าที่เป็นสื่อการชำระเงิน ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับการออมหรือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนจากการถือครอง

  • จำกัดการโอนเหรียญไว้ในกระเป๋าเงินที่ผ่านการยืนยันตัวตน

ธปท. เสนอให้ Issuer มีระบบ Whitelisting เพื่อให้เหรียญสามารถโอนไปยังกระเป๋าเงินที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้วเท่านั้น

นอกจากนี้ Issuer ต้องมีความสามารถในการระงับ อายัด หรือทำลายเหรียญจากระยะไกล (Remote Freeze / Seize / Burn) เมื่อพบการใช้งานที่ผิดกฎหมายหรือผิดเงื่อนไข เช่น การนำเหรียญไปใช้ในธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย หรือการทำ Bridging หรือ Wrapping เพื่อเคลื่อนย้ายเหรียญไปใช้งานในขอบเขตที่อยู่นอกการกำกับดูแล

สำหรับ Wallet Provider ต้องไม่ให้บริการหรือเชื่อมต่อกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศที่อยู่นอกการกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ตามแนวทางที่เสนอ เพื่อป้องกันการใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

  •  Issuer และ Wallet Provider ต้องร่วมกันเฝ้าระวังธุรกรรมต้องสงสัย

ทั้งสองฝ่ายต้องมีบทบาทและกระบวนการประสานงานที่ชัดเจนในการรับแจ้งเหตุ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินมาตรการป้องกันความเสียหายจากธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรืออาชญากรรมทางการเงิน

เมื่อพบธุรกรรมต้องสงสัย Issuer ต้องพร้อมระงับหรือทำลายเหรียญที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ Wallet Provider ต้องสามารถระงับการเข้าถึงกระเป๋าเงินที่มีความเสี่ยงได้ ภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนด

ธปท. จะติดตามและกำกับดูแลอย่างไรหลังได้รับใบอนุญาต

การได้รับใบอนุญาตไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบธุรกิจจะสามารถดำเนินงานได้โดยไม่มีการติดตาม ธปท. เสนอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของ Issuer อย่างใกล้ชิดในระยะแรก เพื่อประเมินว่าการให้บริการเป็นไปตามแผนธุรกิจ แนวทางบริหารความเสี่ยง และเงื่อนไขที่ได้รับความเห็นชอบหรือไม่

ประเด็นติดตามสำคัญ ได้แก่ ความคืบหน้าตามแผนธุรกิจ เช่น การเริ่มให้บริการ การขยายฐานผู้ใช้และปริมาณการใช้งาน ความต่อเนื่องของบริการ การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมาย

สำหรับ Issuer ธปท. เสนอให้ใช้แนวทางกำกับดูแลผ่านการตรวจสอบ ณ สถานประกอบการ (On-site Visit) และการกำกับตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง (Ongoing Supervision) โดยครอบคลุมด้านธุรกิจ ระบบ IT และการปฏิบัติตามกฎหมาย

ส่วน Wallet Provider จะได้รับการติดตามตามมาตรฐานที่เทียบเท่ากับผู้ให้บริการชำระเงินประเภทอื่น โดยเน้นการป้องกันความเสี่ยงและการคุ้มครองผู้ใช้บริการ

หากพบว่าผู้ประกอบธุรกิจดำเนินงานไม่เป็นไปตามเงื่อนไข หรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ใช้บริการและระบบโดยรวม ธปท. อาจสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขหรือกำหนดมาตรการเพิ่มเติม และหากไม่สามารถแก้ไขได้ อาจพิจารณาสั่งยุติการให้บริการภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนด

THB Stablecoin จะเกิดขึ้นได้ภายใต้กติกาที่เข้มงวด

ทั้งนี้ ข้อเสนอของ ธปท. วางกรอบกำกับดูแล THB Stablecoin ตั้งแต่การคัดเลือกผู้ประกอบธุรกิจ โครงสร้างระบบนิเวศ การบริหารสินทรัพย์หนุนหลัง การไถ่ถอนคืนเป็นเงินบาท ไปจนถึงการตรวจสอบธุรกรรมและการกำกับดูแลหลังได้รับอนุญาต

หัวใจสำคัญ คือ การจำกัดจำนวนผู้ออกเหรียญในระยะแรก กำหนดให้สินทรัพย์หนุนหลังเป็นเงินฝากธนาคาร 100% ในระยะแรกห้ามจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนเพื่อจูงใจให้ถือเหรียญ และกำหนดให้ผู้ให้บริการมีระบบยืนยันตัวตน ป้องกันการฟอกเงิน และคุ้มครองทรัพย์สินของผู้ใช้บริการ

อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่ Consultation Paper ยังเป็นขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 19-28 ตุลาคม 2569 การดำเนินงานจริงยังต้องรอขั้นตอนตามกฎหมายและหลักเกณฑ์กำกับดูแลที่เกี่ยวข้องต่อไป



ที่มาข้อมูล BOT

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney 

 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ