
ตลาดคริปโตที่ซบเซามาหลายสัปดาห์พลิกกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ Bitcoin พุ่งขึ้นเกือบ 8% ในวันเดียว จนเกิดคลื่นการบังคับปิดสถานะ Short ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติย้อนหลังไปถึงปี 2021
ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่า มีสถานะ Short ของ Bitcoin ถูกบังคับปิด (Liquidate) ไปมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ก่อนจะดันให้ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับราว 69,500 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน และถือเป็นการปรับขึ้นแรงที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่เดือนมีนาคม
ตามรายงานของ Bloomberg นักวิเคราะห์ระบุว่า การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ที่กำลังมุ่งสู่ระดับ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐนี้เกิดจากแรงบังคับปิด Short สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ซื้อกำลังกลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง แต่การรีบาวด์ครั้งนี้ยังต้องผ่านบททดสอบสำคัญว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมและท้าทายโซน 75,000 ดอลลาร์สหรัฐได้หรือไม่
การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า ก่อนหน้านี้ตลาด Bitcoin มีนักลงทุนที่มองว่าราคาจะลงอยู่เป็นจำนวนมาก Bitcoin ถูกเทขายต่อเนื่องหลายเดือน จนร่วงลงมาอยู่ในช่วง 60,000 ดอลลาร์สหรัฐต้น ๆ
เมื่อตลาดเริ่มพลิกกลับ ราคาที่สูงขึ้นทำให้นักลงทุนที่เดิมพันว่าราคาจะลงต้องรีบซื้อ Bitcoin กลับเพื่อหยุดการขาดทุน ยิ่งมีการซื้อกลับมากเท่าไร ราคาก็ยิ่งพุ่งเร็วขึ้น กลายเป็นแรงส่งต่อเนื่องที่เรียกว่า “Short Squeeze” หรือภาวะที่นักลงทุนฝั่งขาลงถูกบังคับให้ซื้อสินทรัพย์คืน จนยิ่งดันราคาให้สูงขึ้น
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นในรอบนี้ คือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้สนับสนุนตลาดคริปโตฯ มาตลอดนั้น ได้นัดพบปะกับผู้บริหารบริษัทคริปโตฯ หลายรายเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทั้ง Coinbase, Payward และ Blockchain.com ที่ทำเนียบขาว
ทรัมป์ระบุว่า เขาพร้อมพิจารณาข้อเสนอจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่ม แม้ปัจจุบันคำสั่งของรัฐบาลจะให้กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ อยู่ระหว่างจัดทำแนวทางในการซื้อ Bitcoin เพิ่ม โดยไม่ทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณเพิ่ม
ส่งผลให้หุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโตฯ ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดย Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตฯ ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 10% ขณะที่ Strategy บริษัทที่ถือ Bitcoin จำนวนมาก ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 13% ส่วน Circle บริษัทผู้ออก Stablecoin ปรับตัวขึ้นเกือบ 10%
นอกจากนี้ การฟื้นตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ Bitcoin แต่ยังส่งต่อไปยังคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ ด้าน Ether ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 12% ถือเป็นการพุ่งขึ้นในวันเดียวที่แรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม
นอกจากการเข้าพบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้ว ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC มีข้อเสนอว่า สินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภทอาจได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดในการจดทะเบียนหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าวาระด้านคริปโตฯ หลังจากกฎหมายสำคัญด้านนี้ค้างเติ่งอยู่ในสภาคองเกรสมานาน
SEC ระบุว่า แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้บริษัทคริปโตฯ โดยเฉพาะธุรกิจที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นและกำลังระดมทุน สามารถดำเนินธุรกิจและเติบโตได้ง่ายขึ้น
ตามข้อมูลของ Bloomberg นักวิเคราะห์ระบุด้วยว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดคริปโตฯ เต็มไปด้วยแรงขายและข่าวเชิงลบ แต่ Bitcoin กลับสามารถยืนเหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐได้อย่างแข็งแกร่ง จนในที่สุดเริ่มเปลี่ยนมุมมองและความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อตลาด
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายสำคัญที่ใช้กำหนดกฎเกณฑ์สำหรับตลาดคริปโตสหรัฐฯ หรือ “Clarity Act” ยังคงติดขัดอยู่ในวุฒิสภา หลังพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยังขัดแย้งกันเรื่องข้อกำหนดด้านจริยธรรม ซึ่งส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการที่ทรัมป์เองมีผลประโยชน์ในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
พร้อมกันนี้ ด้าน Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ พยายามลดต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวของรัฐบาล หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุยาวพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี
การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ลดลง ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และหุ้นเทคโนโลยี
เพียง 2 สัปดาห์หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศแผนซื้อคืนพันธบัตรในไตรมาสนี้ ล่าสุดกระทรวงการคลังระบุเพิ่มเติมว่า จะมีการเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตรเพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องอย่างน้อย 2 เท่า สำหรับพันธบัตรที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปี ไปจนถึง 30 ปี
Adam McCarthy หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ LO:TECH บริษัทด้านสภาพคล่องและข้อมูลตลาดคริปโตฯ กล่าวว่า การเปิดสถานะ Short Bitcoin ถือเป็นการเดิมพันขาลงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ข่าวจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นและเร่งเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin
สำหรับ Bitcoin สิ่งที่ตลาดต้องจับตาต่อจากนี้คือ การพุ่งขึ้นครั้งนี้เกิดจากนักลงทุนที่ถูกบังคับให้ซื้อ Bitcoin กลับเพราะขาดทุนจากการเปิด Short หรือมีแรงซื้อจริงจากนักลงทุนที่กลับมาเชื่อมั่นใน Bitcoin กันแน่
ที่มา: Bloomberg, CoinMarketCap
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney