
ย้อนดูประวัติและเส้นทางของ Three Arrows Capital หรือ 3AC อดีตกองทุนเฮดจ์ฟันด์คริปโตฯ ดาวเด่นระดับหมื่นล้าน ที่ล่มสลายไปเมื่อปี 2022 ชื่อนี้ได้กลับขึ้นมาอีกครั้งหลังข้อมูลตามเอกสารแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส. พรรคภูมิใจไทย ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. มีส่วนหนึ่งระบุว่า คู่สมรสของมีทรัพย์สินเป็นจำนวนsกว่า 1,400 ล้านบาทที่ให้บริษัทนี้กู้ยืมไป
Three Arrows Capital (3AC) กองทุนคริปโตฯ ที่ล้มไปตั้งแต่ปี 2022 กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังการอภิปรายในสภาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา รังสิมันต์ โรม สส. พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงทรัพย์สินของ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส. จังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และครอบครัว ซึ่งในบัญชีทรัพย์สินมีรายการที่ระบุถึงชื่อ 3AC
ตามข้อมูลบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นแสดงต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีการระบุว่า สุชาดา คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินมูลค่ารวมกันมากกว่า 1,974,908,877.24 บาท และมีหนี้สิน 454,286.88 บาท แยกเป็น
ในรายละเอียดนั้น ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของคู่สมรส เป็นเงินให้กู้ยืมมากถึง 1,440,469,309.24 บาท โดยปัจจุบันมียอดหนี้คงเหลือ 1,345,127,369.60 บาท ซึ่งบัญชีที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ระบุผู้กู้ว่า “ทรี แอโรลส์ แคปิตอล โดย วิลสัน เปา”
อย่างไรก็ตาม ณ เวลาที่เผยแพร่นี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าชื่อบุคคลและบริษัทในเอกสารดังกล่าว เป็นบุคคลและบริษัทเดียวกับที่ปรากฏในข่าวต่างประเทศ บทความนี้เลยจะขอพาไปย้อนดูเรื่องราวและเส้นทางของ Three Arrows Capital กองทุนเงินหนา ดาวเด่นในอดีตแห่งวงการคริปโตฯ ที่ตอนล่มสลายทำเอาทั้งอุตสาหกรรมล้มตามกันมาเป็นโดมิโน่
Three Arrows Capital หรือ 3AC เป็นเฮจด์ฟันด์คริปโตฯ ก่อตั้งปี 2012 โดย ซู ชู (Zhu Su) และ ไคล์ เดวีส์ (Kyle Davies) เริ่มต้นธุรกิจจากการซื้อขายอนุพันธ์ในตลาดเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Derivatives) 3AC มีพนักงานหลายสิบคน แต่ช่วงที่กำลังพีคบริหารทรัพย์สินราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3.3 แสนล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2026)
หน้า LinkedIn ของบริษัท ซึ่งปัจจุบันไม่มีความเคลื่อนไหวแล้ว นิยามตัวเองว่า มุ่งสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยง (Superior Risk-Adjusted Returns) กองทุนลงทุนในบริษัทบล็อกเชนจำนวนมากทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ DeFi รวมไปถึงผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน
แรกเริ่มนั้น 3AC ดำเนินธุรกิจอยู่ในสิงคโปร์ ช่วงปี 2021-2022 เริ่มย้ายฐานออก และประกาศย้ายสำนักงานไปดูไบ แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่จะมีรายงานว่าได้ย้ายฐานไปยังหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BVI)
3AC สร้างชื่อจากการเข้าลงทุนในตลาดคริปโตฯ ด้วยกลยุทธ์ที่ให้เชื่อมั่นสูง (High Conviction) กล้าเสี่ยง และใช้ Leverage สูง โดยการกู้ยืมเงินจำนวนมากจากผู้ให้กู้และแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตฯ เพื่อนำเงินมาเพิ่มขนาดสถานะการลงทุนให้ใหญ่กว่าทุนที่กองทุนมีจริง
วิธีการหลัก ๆ ของ 3AC คือ การกู้ยืมเงินจากผู้เล่นทั่วทั้งอุตสาหกรรม ทั้งจากสถาบัน บริษัทคริปโตฯ ไปจนถึงบุคคล ก่อนนำเงินทุนนั้นไปลงทุนต่อในโปรเจกต์คริปโตฯ อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Web3, DeFi และโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน โดยที่หลายโครงการยังเป็นสตาร์ทอัพหรืออยู่ในช่วงตั้งไข่
โดยการลงทุนครอบคลุมทั้งโทเคน (Tokens) เหรียญคริปโตฯ (Coins) และหุ้น (Equity) แต่การลงทุนแบบนี้ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงเช่นกัน โดยเฉพาะจากความผันผวนของราคา (Volatility) กฎระเบียบ และความ ไม่แน่นอนของตลาด
ตอนนั้นเป็นช่วงที่ตลาดคริปโตฯ บูมต่อเนื่อง และด้วยประสบการณ์ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 10 ปีก็ยิ่งทำให้ 3AC มีความน่าเชื่อถือ จนถึงขั้นที่ผู้ก่อตั้งกลายเป็น Expert แห่งวงการคริปโตฯ มีรายการ มีผู้ติดตามจำนวนมากบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเมื่อออกมาให้ความเห็นอะไรสักครั้ง ก็มีคนฟังกันเป็นแถว สิ่งนี้เลยยิ่งไปดันให้ 3AC ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในเฮดจ์ฟันด์ที่โดดเด่นมากที่สุดเจ้าหนึ่งของโลก
จุดเปลี่ยนของ 3AC เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2022 เมื่อ Terra ซึ่งเป็นระบบบล็อกเชนและแพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Terraform Labs ที่ก่อตั้งขึ้นโดย Do Kwon ล่มสลาย สเตเบิลคอยน์ TerraUSD (UST) หลุดการตรึงค่า (Peg) ขณะที่ LUNA เป็นโทเคนหลักของระบบ มูลค่าแทบเป็นศูนย์ โดยมูลค่าตลาดที่หายไปจากระบบ Terra ประเมินกันราว 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตามข้อมูลของ CNBC รายงานว่า 3AC ได้ลงทุนไว้ใน LUNA เป็นมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่บางแหล่งก็บอกว่า อาจมากถึง 560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเอกสารเกี่ยวกับการชำระบัญชีของ 3AC ระบุว่าการถือครอง TerraUSD (UST) และ LUNA เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ปัญหาของกองทุน
เมื่อราคาคริปโตฯ ทั้งตลาดปรับตัวลงอย่างหนัก ผู้ให้กู้เริ่มกังวลเกี่ยวกับฐานะของ 3AC เริ่มเรียกเงินและหลักประกันคืน 3AC จึงถูกบีบให้ทยอยขายสินทรัพย์และปิดสถานะเพื่อหาเงินมาชำระหนี้ แต่ปัญหาคือ ตลาดกำลังลงพร้อมกัน เอกสารจาก PwC ระบุว่า 3AC มีสถานะลงทุนใน LUNA และ Bitcoin ที่ใช้ Leverage และหลัง LUNA ล่ม รวมถึงราคาคริปโตฯ หลักที่ลดลง 3AC ไม่สามารถตอบสนองต่อ Margin Call ได้อีกต่อไป
ปลายเดือนมิถุนายน 2022 เจ้าหนี้ยื่นคำร้อง และศาล BVI มีคำสั่งให้ชำระบัญชี 3AC โดยแต่งตั้ง Teneo เป็นผู้ชำระบัญชี ต้นเดือนกรกฎาคม Teneo ยื่นขอความคุ้มครองตาม Chapter 15 ในสหรัฐฯ
ภายหลัง ไคล์ เดวีส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ออกมาให้สัมภาษณ์โดยอ้างว่า การล่มของ LUNA ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ 3AC ล้มลง เขามองว่าความเสียหายดังกล่าวยังไม่ถึงขั้นทำให้กองทุนล้มทันที และชี้ว่า “Final Killer” ของ 3AC คือการที่ FTX บังคับปิดสถานะของ 3AC บนแพลตฟอร์มในช่วงกลางปี 2022 ขณะที่ช่วงแรกหลังเกิดเหตุการณ์ เขายังเคยยอมรับกับ Bloomberg ว่าเหตุการณ์ Terra ทำให้กองทุนตั้งตัวไม่ทัน
ส่วนการล่มสลายของ FTX เองเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2022 หรือหลัง 3AC เข้าสู่การชำระบัญชีแล้วราว 5 เดือน
เอกสารของ Teneo ในกระบวนการชำระบัญชีระบุว่า 3AC มีหนี้ต่อบริษัทคริปโตฯ อย่างน้อย 27 แห่ง รวมราว 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลายรายเองก็เจอแรงถอนจากลูกค้าในช่วงเดียวกันจนต้องปิดกิจการหรือยื่นล้มละลายตามมา
โดยรายชื่อของเจ้าหนี้ของ 3AC ที่เคยเปิดเผยออกมาประกอบไปด้วย
เดือนกันยายน 2023 ซู ชู ถูกจับกุมที่สนามบินชางงีของสิงคโปร์ ขณะพยายามเดินทางออกนอกประเทศ และต่อมาถูกศาลตัดสินจำคุกเพียง 4 เดือน ฐานไม่ให้ความร่วมมือกับผู้ชำระบัญชีของ 3AC ที่ศาลแต่งตั้ง ส่วน ไคล์ เดวีส์ ไม่มีความชัดเจนออกมาว่าต้องจำคุกหรือไม่
ในเดือนเดียวกันนั้น ธนาคารสิงคโปร์ (MAS) สั่งห้ามทั้งสองคนทำธุรกิจที่อยู่ภายใต้ตลาดทุนสิงคโปร์เป็นเวลา 9 ปี ต่อมาศาล BVI มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของทั้งคู่ทั่วโลกราว 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่หลังจากเหตุการณ์ 3AC ล่มไม่นาน ผู้ก่อตั้งทั้ง 2 กลับเดินหน้าสร้างธุรกิจคริปโตฯ แห่งใหม่ รวมถึงแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลออกมาอีก
ในภาพใหญ่ การล่มสลายของ 3AC และเจ้าหนี้หลายราย ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศ ผลักดันให้กองทุนและผู้ให้กู้ที่ดำเนินธุรกิจในตลาดคริปโตฯ ต้องเปิดเผยข้อมูลและรายงานระดับการใช้ Leverage ใกล้เคียงกับข้อกำหนดที่ใช้กับสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม
นอกจากสถาบันการเงินและบริษัทต่าง ๆ แล้ว 3AC ยังหันไปหาเหล่าบุคคลที่มีความมั่งคั่งสูงในวงการ หรือที่เรียกว่า “Crypto Whales” เพื่อขอเงินกู้ด้วย
ตามรายงานของ The Block รายงานว่าหนึ่งในนั้น คือ ไทหยาง ซาง (Taiyang Zhang) ผู้ร่วมก่อตั้งโปรเจกต์ DeFi อย่าง Ren นั่นเอง เป็นเพื่อนสนิทกับ ซู ชู ผู้ก่อตั้ง 3AC และให้เงินกู้ 3AC ยืมเป็นมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ
ไทหยาง ซาง เคยให้สัมภาษณ์ อธิบายไว้ว่า Ren เป็นโปรโตคอลแบบเปิดและกระจายศูนย์ (Decentralized Protocol) ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อและเพิ่มสภาพคล่องระหว่างบล็อกเชนแต่ละเครือข่าย ช่วยให้สินทรัพย์สามารถเคลื่อนย้ายข้ามบล็อกเชนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง
มีโทเคนประจำเครือข่ายคือ REN ซึ่งใช้เป็นหลักประกัน (Bond) สำหรับการเปิดและดำเนินงานโหนดของเครือข่าย ซึ่งผู้ใช้สามารถนำสินทรัพย์ดั้งเดิม อย่างเช่น Bitcoin ฝากเข้าไปใน RenVM เพื่อสร้างโทเคนสังเคราะห์ที่มีสินทรัพย์ต้นแบบค้ำประกันในอัตรา 1:1 เช่น renBTC เพื่อที่จะนำไปใช้บนเครือข่าย Ethereum ได้
ในช่วงจังหวะที่ตลาดคริปโตฯ บูมมาก ๆ Ren กลายเป็นอีกหนึ่งดาวเด่น มูลค่าเหรียญ REN พุ่งทะยาน สร้างเศรษฐีไปมากมาย
เดือนกุมภาพันธ์ 2021 Alameda Research ของ Sam Bankman-Fried เข้าซื้อทีม Ren แบบ Acquihire หรือซื้อคนทำงานของ Ren มาทั้งหมด และ ไทหยาง ซาง ทำงานเป็น Venture Partner ที่ Alameda ช่วงสั้น ๆ หลัง FTX ล้ม Ren ก็ต้องปิดระบบเวอร์ชั่นแรกลง
และหากย้อนดูประวัติจะพบว่า ไทหยาง ซางที่เป็นผู้ก่อตั้ง Ren นั้น เกิดที่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เขาศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์แต่เรียนได้ไม่ถึงปีก็ลาออก และมาจับมือกับพาร์ทเนอร์ก่อตั้ง Neucode บริษัทรับพัฒนาซอฟต์แวร์ ก่อนจะตั้ง Virgil Capital กองทุนเฮดจ์ฟันด์ด้านคริปโตเคอร์เรนซีขึ้นมา
กระทั่งปี 2017 ได้ก่อตั้ง Republic Protocol ขึ้นมาร่วมกับ หลง หวัง (Loong Wang) และต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเป็น Ren Protocol หลังจากนั้นเขายังได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น KeeperDAO โปรโตคอล DeFi บนเครือข่าย Ethereum ต่อมาก็มี Automera สตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพ หาทางรักษาโรครักษายาก และก็ได้ร่วมกับ หลง หวัง อีกครั้งในการก่อตั้ง QDX บริษัทค้นคว้ายาด้วยหลักกลศาสตร์ควอนตัม
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า รายชื่อของบุคคลและบริษัทที่เปิดเผยออกมาตามเอกสารที่ สส. ยื่นต่อ ป.ป.ช. นั้นจะเป็นบุคคลและบริษัทเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีชื่อของ วิลสัน เปา (Wilson Pao) ปรากฏออกมาด้วย ซึ่งดันไปคล้ายคลึงกับ Wilson Cheuk Yao Pau ผู้ที่เป็น Director ของ 3AC ตามข้อมูลของ ศิริโชค โสภา ระบุไว้ในโพสต์บน Facebook ล่าสุดอีกด้วย
ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามกันต่อไป รอทางรังสิมันต์ โรม ที่ยืนยันว่า “มีหลักฐาน” ออกมาชี้แจงต่อ และรอทาง สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ชี้แจงในฝั่งของเธอเช่นกัน
ที่มา: The Block [1][2], CNBC [1][2], Bloomberg, SWFI, CoinDesk, Investopedia, Harvard, Yahoo! Finance, Medium: Taiyang Zhang
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney