เจาะลึก Mag 7 หุ้นเทคสหรัฐฯ ในปี 2569 ทำไมบางตัวงบดี แต่ตลาดมองว่า “ยังไม่ดีพอ”

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เจาะลึก Mag 7 หุ้นเทคสหรัฐฯ ในปี 2569 ทำไมบางตัวงบดี แต่ตลาดมองว่า “ยังไม่ดีพอ”

Date Time: 16 พ.ค. 2569 08:00 น.

Video

เศรษฐกิจแบบนี้ มีลูกคือความเสี่ยง vs ความสุข? กอล์ฟ ลองลงทุน - นาโอมิ นิชิยาม่า | Money Issue EP.48

Summary


Latest


แม้หุ้นกลุ่ม Magnificent 7 หรือ 7 นางฟ้าหุ้นเทคสหรัฐฯ ยังเป็นศูนย์กลางของกระแส AI และการลงทุนโลกในปี 2569 แต่สิ่งที่เริ่มเห็นชัดขึ้นหลังการประกาศงบไตรมาสล่าสุด คือบางบริษัท “งบออกมาดี” แต่ราคาหุ้นกลับไม่ตอบสนองเหมือนในอดีต เป็นเพราะอะไร 

Thairath Money สรุปประเด็นที่น่าสนใจจากมุมมองของ สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน InnovestX และ วิศกรณ์ คีรีวรรณ นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโส บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่เล่าผ่านรายการ Money Issue EP. 59 มาไว้ที่นี่แล้ว

ทำไมงบออกมาดี แต่ราคาหุ้นอาจร่วงแรง?

เริ่มกันที่ วิศกรณ์ คีรีวรรณ นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโส บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เล่าว่า ในทางทฤษฎีตลาดมันจะ Price in ไปในอนาคตเสมอ หุ้นเทคบางตัวที่ราคาพุ่งแรงมักเป็นหุ้นที่ผลประกอบการหรืองบดี ราคาหุ้นจะแพงล่วงหน้าไปก่อนอย่างเช่น Google, AMD แต่หุ้นเทคสหรัฐฯ ตอนนี้อยู่บนความคาดหวังระดับสูง แม้ผลประกอบการออกมาแค่ดีอาจไม่พอ แต่อาจต้องดีกว่าที่ตลาดคาดไว้

“ตอนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่บนความคาดหวังที่ว่า งบต้องออกมา Beat Guidance ต้องออกมาโต คือถ้าเป็นนางงามต้องที่ 1 เท่านั้นน่ะ ไม่มีที่ 2 ที่ 3 ใครได้ที่ 2 ที่ 3 ก็ขายทิ้งเลย” วิศกรณ์เล่าต่อว่า บางครั้งนั่งดูงบการเงินแล้วออกมาดี แต่หลังตลาดปิดกลับราคาร่วงแรง 9% 

ขณะที่ สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน InnovestX มองว่า หุ้นกลุ่ม Magnificent 7 มักจะมีรูปแบบที่ชัดเจนคือ ถ้าบริษัทไหนประกาศผลประกอบการออกมาดีจะเล่นไปจนกว่าจะจบผลประกอบการและรอผลประกอบการในไตรมาสถัดไป ถ้าหุ้นตัวไหนไม่ดีจะ Underperform ไปอีก 1 ไตรมาสหลังจากนั้นค่อยรอดูสถานการณ์กันใหม่อีกครั้ง แต่หุ้นบางตัวก็ขึ้นอยู่กับว่า ตลาดจะทำยังไง จะเล่นกับหุ้นตัวนี้ไหม เช่น Nvidia แม้จะมีผลประกอบการดี หรือมีข่าวดีแต่ราคาจะไม่ค่อยขึ้น เรียกว่าเป็นสถานการณ์ที่ตลาดจะโยนบทพิสูจน์ไปให้เสมอว่า ถ้าเจอความท้าทายต่างๆ แล้วบริษัทจะยังทำได้ดีแค่ไหน ซึ่งหุ้นเทคสหรัฐฯ มักต้อง “พิสูจน์ตัวเอง” อยู่เสมอ

หุ้น Magnificent 7 ตัวไหนควร “ซื้อ หรือ ถอย”

หลังจากงบไตรมาส 1 ปี 2569 ทยอยออกมา มีหุ้นเทคหลายตัวที่ยังน่าสนใจ แต่เราจะชวนมาเจาะลึกถึงพื้นฐานของหุ้นแต่ละตัว ว่ามีความโดดเด่นหรือมีจุดด้อยแบบไหน ในมุมมองของ สิทธิชัย จาก InnovestX แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน 

1. กลุ่มที่โดดเด่นในช่วงนี้ 

Amazon เป็นบริษัทที่ปรับตัวเก่งมาก โดยปรับธุรกิจจากการขายหนังสือ สู่ e-Commerce และกำลังขยับไปสู่ Physical AI ที่สำคัญคือ "ควบคุมต้นทุนได้ดี" 

Google มีเทคโนโลยีหลากหลายครบด้าน เช่น AI, Quantum เป็นต้น แต่อาจมี DNA ที่มีลักษณะ "กล้าๆ กลัวๆ" เริ่มทำแต่ยังไม่ได้บุกเต็มตัว โดยมักเลือกใช้กลยุทธ์คล้าย Tencent คือปล่อยให้คู่แข่งสู้กันในตลาดอย่างเต็มที่ พอถึงจังหวะก็ค่อยเข้ามาทีหลังและ "กินรวบ" ในตอนท้าย

2. กลุ่มที่ต้องพิสูจน์ตัวเองกับตลาด

Nvidia มองว่าพื้นฐานธุรกิจดี ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 คาดว่าจะออกมาดีเช่นกัน แต่เชื่อว่าตลาดจะไม่เล่น เป็นตัวอย่างว่าเวลาที่บริษัทฯ มีข่าวดีแต่ราคาหุ้นไม่ขึ้น อาจเพราะตลาดเชื่อว่ายังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกหลายด้าน เบื้องต้นมองว่าควรซื้อในระดับราคาที่ต่ำกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ/หุ้น 

Microsoft มีผลประกอบการที่ดี แต่เมื่อความร่วมมือกับ OpenAI ไม่ราบรื่นทำให้บริษัทฯ ต้องปรับกลยุทธ์ ต้องเพิ่ม CapEx (รายจ่ายเพื่อการลงทุนระยะยาว) รวมถึงอาจต้องลงทุนมากกว่าเมื่อเทียบกับบริษัทฯ เทคเจ้าอื่นๆ อีกทั้งตัวธุรกิจอยู่กลุ่มเดียวกับ Google กับ Amazon เลยมักถูกเปรียบเทียบอยู่เสมอโดยเฉพาะด้านราคาหุ้นที่เติบโตกว่าทำให้หุ้นตัวอื่นอาจน่าสนใจกว่า

Meta แม้ว่า AI ที่บริษัทฯ ลงทุนไปสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ดี เช่น Facebook มักคัดกรอง Content ที่ผู้ใช้งานสนใจมาให้อยู่เสมอ แต่ด้วย Meta ไม่มีธุรกิจ Cloud อาจทำให้ธุรกิจดูยากกว่าเจ้าอื่น เพราะต้องมาเน้นฐานบนโซเชียลมีเดียซึ่งไม่ง่าย 

3. กลุ่มหุ้นเสี่ยงสูง-มีปัจจัยเฉพาะตัว 

Tesla เหมาะสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้สูง เพราะธุรกิจจะเน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เน้นเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่ยังต้องลุ้นว่าจะเวิร์คแค่ไหน เช่น โครงการด้านอวกาศ โปรเจคดาวอังคาร หุ่นยนต์ และยังเป็นบริษัทที่ยึดโยงกับซีอีโออย่าง Elon Musk

Apple ช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 ถือว่าดีมากเพราะยอดขายในประเทศจีนพุ่งสูง แต่ยังมีความกังวลปัจจัยราคาชิ้นส่วนหน่วยความจำ (Memory) ในตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำให้ธุรกิจ Smartphone ต้องเจอผลกระทบในท้ายที่สุด อาจเป็นหุ้นที่ชอบน้อยที่สุดใน Magnificent 7 ในช่วงเวลานี้

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การลงทุนในหุ้น Magnificent 7 ปี 2569 ไม่ได้วัดกันแค่ว่า “บริษัทไหนกำไรดี” หรือ “โตแรง” อีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันระหว่าง “ความคาดหวังของตลาด” กับ “ความสามารถในการพิสูจน์ตัวเอง” ของแต่ละบริษัท ในวันที่ AI กลายเป็นธีมหลักของโลกการลงทุน หุ้นเทคสหรัฐฯ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของอนาคต แต่เป็นเรื่องว่า ตลาดเชื่อหรือไม่ว่า บริษัทนั้นจะไปถึงอนาคตที่ถูกคาดหวังไว้จริงๆ



อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ