สรุปเกณฑ์ใหม่ ตลท. ปรับกติกาหวังปลดล็อกหุ้นไทย เปิดรับฟังความคิดเห็นถึง 29 พ.ค.นี้

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สรุปเกณฑ์ใหม่ ตลท. ปรับกติกาหวังปลดล็อกหุ้นไทย เปิดรับฟังความคิดเห็นถึง 29 พ.ค.นี้

Date Time: 13 พ.ค. 2569 16:09 น.

Video

Dropbox เอาตัวรอดมายังไง ? เมื่อโปรดักส์ที่ขายกลายเป็น "ของแจกฟรี" | Digital Frontiers EP.58

Summary

ตลท. เปิดรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงเกณฑ์ชุดใหญ่ "เพิ่มเติม 2 มาตรการใหม่, ปรับปรุง 3 มาตรการเดิม, ยกเลิก 3 มาตรการ” หวังสร้างสมดุลและยกระดับความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

Latest


ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้ารื้อเกณฑ์ครั้งใหญ่เพื่อยกระดับความเชื่อมั่น หลังช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีมาตรการจำนวนมาก จนหลายฝ่ายมองว่ากลายเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและสภาพคล่องของตลาด

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือการปรับ Tick Size ให้แคบลงในหุ้นช่วง 2-50 บาท เพื่อช่วยลดช่องว่างราคา ทำให้ซื้อขายง่ายขึ้นและต้นทุนลดลง รวมถึงความพยายามในการรักษาสมดุล ด้วยการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม (Extra Charge) กับบัญชีที่ส่งออเดอร์ถี่ผิดปกติ

อย่างไรก็ดี มีการยกเลิกบางมาตรการอย่าง Minimum Resting Time และ Dynamic Price Brand สะท้อนมุมมองใหม่ ที่ต้องการลด “ภาระระบบ” และทำให้กลไกราคาทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อดึงสภาพคล่องและความเชื่อมั่นกลับสู่ตลาดหุ้นไทยในระยะยาว


เปิดเหตุผลปรับปรุงเกณฑ์ชุดใหญ่

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เดินหน้าปรับปรุงมาตรการกำกับการซื้อขายครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดรับกับภาวะตลาดในปัจจุบัน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) จากทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง และกำจัดอุปสรรคในการลงทุน

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท. ได้มีการพูดคุยหารือกับทางบริษัทสมาชิกและได้ออกเอกสารรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว เพื่อรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมก่อนที่จะนำเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาอนุมัติต่อไป

ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลท. ได้รับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนมาโดยตลอด ซึ่งยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมามีการออกมาตรการจำนวนมาก บางส่วนมองว่าเป็นเรื่องดี แต่บางส่วนก็มองว่าไม่ดีและเยอะเกินไป

ดังนั้น การทบทวนมาตรการในครั้งนี้ ตลท. จึงอยากจะสร้างบริบทที่มีความมั่นคงให้กับนักลงทุนมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา โดยได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อขายอย่างละเอียด รวมถึงพูดคุยกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.), นักลงทุนสถาบันต่างประเทศ, นักลงทุนรายย่อย และผู้เชี่ยวชาญในหลายภาคส่วน

เพื่อพิจารณาว่ามาตรการที่ออกมานั้นควรจะต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้างในภาวะตลาดปัจจุบัน โดยพยายามสร้างความสมดุลให้กับทุกภาคส่วนอย่างดีที่สุด

ด้าน รองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมาย และบริหารความเสี่ยงองค์กร ตลท. กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ติดตามผลและทบทวนมาตรการที่บังคับใช้อยู่ปัจจุบัน พบว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไข จึงนำมาสู่การปรับปรุงมาตรการในรอบนี้ ซึ่งเน้นการสร้างความยืดหยุ่นให้รองรับและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของตลาดในปัจจุบันที่ค่อนข้างมีความผันผวน

อีกทั้งยังให้ความสำคัญอย่างมากกับการยกระดับคุณภาพตลาด เสริมสร้างความเท่าเทียม และสร้างความเชื่อมั่น หรือเรื่อง "Trust & Confidence" ให้กับผู้ลงทุน


สรุปรายละเอียดเฮียริ่งปรับมาตรการใหม่

สำหรับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ในครั้งนี้สามารถแบ่งออกเป็น มาตรการ 3 กลุ่ม

โดยมีสูตรการเปลี่ยนแปลงคือ เพิ่มเติม 2 มาตรการใหม่, ปรับปรุง 3 มาตรการเดิม, ยกเลิก 3 มาตรการ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กลุ่มที่ 1: มาตรการเพื่อยกระดับคุณภาพตลาด เสริมสร้างความเท่าเทียมและประสิทธิภาพของตลาด (มาตรการใหม่)

1. เพิ่มเติมการปรับลดช่วงราคาซื้อขาย ตลท. มีการปรับช่วงห่างราคา (Tick Size) ให้แคบลง โดยพิจารณาทบทวนเฉพาะกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีราคาตั้งแต่ 2 ถึง 50 บาท (เน้นช่วง 10-25 บาทเป็นหลัก) เพื่อให้มีช่วงระดับราคาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ

การปรับลดช่วงราคานี้จะช่วยลดส่วนต่างราคา สนับสนุนให้ต้นทุนการซื้อขายของผู้ลงทุนทุกกลุ่มลดลง เพิ่มโอกาสในการจับคู่คำสั่งซื้อขาย ซึ่งส่งผลดีต่อการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดโดยรวม

2. เพิ่มเติมการเก็บค่าธรรมเนียม Extra Charge on high OTR เป็นการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมจากบัญชีที่มีการส่งคำสั่งซื้อขาย (Order) ในปริมาณมากแต่เกิดการจับคู่การซื้อขายน้อย หรือมีสัดส่วน Order-to-Trade Ratio (OTR) มากกว่า 100 เท่า และมีการส่งคำสั่งมากกว่า 50 ครั้งต่อนาที

โดยจะเก็บ Extra Charge เฉพาะส่วนที่เกินกว่า 30,000 รายการต่อวัน ในอัตรา 0.15 บาทต่อรายการ คิดเป็นรายวัน เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการส่งคำสั่งซื้อขายและลดภาระของระบบโดยรวม 

ทั้งนี้ มาตรการนี้จะไม่รวมและไม่บังคับใช้กับการส่งคำสั่งซื้อขายของผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker: MM)

กลุ่มที่ 2: มาตรการลดความผันผวนที่ผิดปกติของราคาหลักทรัพย์

3. ปรับปรุง Uptick Rule สำหรับการขายชอร์ต เกณฑ์ใหม่จะกลับไปใช้ราคาขายชอร์ตแบบ Zero-Plus Tick ในสภาวะปกติ ส่วนเกณฑ์ Uptick จะถูกนำมาใช้เฉพาะกับกรณีที่หลักทรัพย์นั้นมีราคาปิดลดลงตั้งแต่ 10% จากราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยจะบังคับใช้เกณฑ์ Uptick เป็นรายหลักทรัพย์ในวันทำการถัดไป เพื่อช่วยชะลอแรงขายในจังหวะที่ตลาดผันผวน และยกเว้นให้แก่ผู้ดูแลสภาพคล่องเช่นกัน

4. ปรับปรุงข้อกำหนดหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตได้ ตลท. กำหนดรายชื่อของกลุ่มหุ้นที่สามารถขายชอร์ตได้ให้แคบลง โดยจำกัดให้ขายชอร์ตได้เฉพาะในหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงเท่านั้น ได้แก่ หลักทรัพย์ในกลุ่ม SET100, ETF, DR และหลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures พร้อมทั้ง ยกเลิก หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) ของ ETF และ หลักทรัพย์อ้างอิงของ DW ออกจากกลุ่มที่ชอร์ตได้

5. ยกเลิกกรอบราคาซื้อขายแบบ Dynamic Price Band (DPB) ตลท. ยกเลิกมาตรการนี้เพื่อลดอุปสรรคในการซื้อขาย เนื่องจากพบว่าส่วนใหญ่ระบบมักไป Trigger กับหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำอยู่แล้ว เมื่อมีปริมาณการซื้อขายเข้ามาเล็กน้อยก็ทำให้มาตรการนี้ถูกบังคับใช้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุน และไม่ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ในการดูแลความผันผวนอย่างแท้จริง

กลุ่มที่ 3: มาตรการกำกับพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม

6. ปรับปรุงเกณฑ์การขึ้นทะเบียน HFT เปลี่ยนแนวทางจากการขึ้นทะเบียนผู้ซื้อขายความเร็วสูง (HFT) ก่อนเริ่มซื้อขาย มาเป็นการพิจารณาจากพฤติกรรมในลักษณะ "Post-Audit" หรือดูพฤติกรรมหลังการซื้อขายแทน

โดยพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้แทน คือ การมีช่องทางส่งคำสั่งเฉพาะ (Dedicated API) หรือดูพฤติกรรมการซื้อขาย เช่น มีความถี่ในการส่งคำสั่งมากกว่า 50 ออเดอร์ต่อนาทีรายบัญชี, มีสถานะถือครองสิ้นวันน้อยกว่า 50%, และแอคทีฟเทรดมากกว่า 80% ของวันทำการซื้อขาย ตลอดจนมีมูลค่าการเทรดมากกว่า 30 ล้านบาทต่อวัน

7. ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่ HFT ซื้อขายได้ เนื่องจากมีการปรับปรุงเกณฑ์หลักทรัพย์ที่สามารถขายชอร์ตได้ให้แคบลงเฉพาะหุ้นสภาพคล่องสูงแล้ว ประกอบกับมีมาตรการกำกับดูแลผู้ลงทุน HFT ตามพฤติกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงตามข้อ 5 การจำกัดสิทธิ์นี้จึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

8. ยกเลิก Minimum Resting Time (MRT) ยกเลิกมาตรการที่บังคับให้คงคำสั่งซื้อขายไว้อย่างน้อย 250 มิลลิวินาที เนื่องจากพบว่ามีพฤติกรรมที่ไป Trigger มาตรการนี้น้อยมาก ทำให้ไม่ส่งผลเชิงประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ตลท. ได้มีการนำมาตรการเก็บ Extra Charge (OTR) มาใช้ รวมถึงมี AI ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมผิดปกติแล้ว มาตรการ MRT จึงถือเป็นภาระเชิงระบบที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป


ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) ตั้งแต่วันที่ 13 - 29 พฤษภาคม 2569 โดยตั้งเป้าหมายว่าเมื่อมาตรการใหม่ประกาศใช้ จะพยายามคงมาตรการเหล่านี้ไว้ให้มีเสถียรภาพต่อไปอีกอย่างน้อย 18 เดือน เพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์บ่อยครั้งเกินไป

อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุการณ์สำคัญที่เข้ามากระทบตลาดอย่างรุนแรง ตลท. ก็พร้อมที่จะนำมาตรการต่างๆ กลับมาทบทวนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ