
สารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้บริหาร GULF เข้าซื้อหุ้น MINT จำนวน 0.69% ผ่านบริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ฯ
“เงินลอยอยู่ในอากาศ อยู่ที่ใครจะคว้าได้”
คำพูดนี้อาจเหมาะกับอาณาจักรของกลุ่มกัลฟ์ เพราะรายได้หลักมาจากโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า ไหนจะมีธุรกิจอินเตอร์เน็ต โทรคมนาคม ดาวเทียม และธุรกิจด้านดิจิทัลอีกเพียบ ล่าสุดบอสใหญ่อย่าง สารัชถ์ รัตนาวะดี ยังมีข่าวเข้าซื้อหุ้นกลุ่มโรงแรมและอาหารอย่าง บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT
หรือนี่จะเป็นการขยายอาณาจักรกลุ่มกัลฟ์ให้กว้างไกลและลงลึกไปถึงทุกการใช้ชีวิตของคนไทย Thairath Money สรุปทุกเรื่องที่น่าสนใจมาไว้ที่นี่แล้ว
ถ้าพูดถึงกลุ่มกัลฟ์ต้องนึกถึงสารัชถ์ รัตนาวะดี มหาเศรษฐีที่สร้างความมั่งคั่งจากธุรกิจพลังงาน เป็นทั้งผู้ก่อตั้ง ซีอีโอ และผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GULF (บมจ. กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์) ซึ่งล่าสุดบริษัทส่วนตัวของเขาที่ชื่อ บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าซื้อหุ้น MINT จำนวน 39,334,400 หุ้น (คิดเป็น 0.69%) และกลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 16
ตัว MINT เองเป็นเจ้าของโรงแรมที่หลายคนคุ้นหูอย่าง Anantara, Tivoli, Avani ฯลฯ รวมๆ แล้วมีเครือข่ายโรงแรมมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ฝั่งธุรกิจอาหารยังมีแบรนด์อีกเพียบ เช่น GAGA, Bonchon, Swensen’s และ Burger King (เยอะจนเตรียมจะแยกบริษัทออกมา IPO แล้ว) นอกจากนี้ยังมีพอร์ตธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์ เช่น Anello, Charles & Keith เป็นต้น
ส่วนถ้าถามว่าธุรกิจ MINT เติบโตแค่ไหน มาลองดูงบไตรมาส 1 ปี 2569 จะเห็นว่ารายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 38,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) มี Core EBITDA อยู่ที่ 8,525 ล้านบาท เติบโต 2%YoY และมีกำไรสุทธิฯ 145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189%YoY แม้ธุรกิจโรงแรมในยุโรปจะเป็น Low Season แต่ธุรกิจยังเติบโตได้
จากข้อมูลนี้จะเห็นว่า MINT เป็นธุรกิจที่ต่างจากกลุ่มพลังงานอย่างมาก ดังนั้นหลายฝ่ายเลยมองว่า สารัชถ์ อาจซื้อหุ้น MINT ในลักษณะถือเพื่อลงทุนเท่านั้น
“ธีร์ธนัตถ์ จิราศิริวัชร” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า กัลฟ์ โฮลดิ้งส์อาจเข้ามาถือ MINT เพื่อลงทุนมากกว่าเหมือนที่ก่อนหน้านี้เคยลงทุนใน ITC (บมจ. ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น) และขายออกไป ส่วน GULF ยังมองว่าตัวเองเป็น ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเลยจะลงทุนเพื่อต่อยอดในด้านพลังงานและดิจิทัลให้ครอบคลุม
ภายใต้การลงทุนและธุรกิจของกลุ่มกัลฟ์ อาจแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ
1) ด้านพลังงาน อย่างโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ, ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
2) โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค เช่น ท่าเรืออุตสาหกรรม
3) ธุรกิจดิจิทัลและโทรคมนาคม ที่มีทั้ง Data Center, และการควบรวมกับ INTUCH ที่ทำให้มี AIS อยู่ในพอร์ต รวมถึงมีธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง BINANCE TH BY GULF BINANCE
4) ธุรกิจดาวเทียม อย่าง THCOM
ตัวบริษัท GULF เองยังเข้าไปถือหุ้นในหลายธุรกิจ ที่เป็นข่าวไปคือ การซื้อหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่ทยอยซื้อหุ้นจนตอนนี้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 (ถือหุ้น 9.99%) แม้จะเคยชี้แจงว่าซื้อเพื่อลงทุน แต่ช่วงเดือนเม.ย. 2569 นี้ GULF ได้เสนอชื่อกรรมการอิสระเข้าบอร์ดบริหารไปถึง 2 ท่าน
นอกจากนี้ GULF ยังมีส่วนในธุรกิจ Virtual Bank หรือธนาคารไร้สาขาในไทยที่จะเริ่มเห็นความชัดเจนในปี 2569 นี้ ผ่านทาง AIS ที่จะร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย (KTB) และ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เตรียมเปิดตัวธนาคารคลิกซ์ (Clix Bank) ภายในปีนี้
ต่อไปนี้ไม่ว่าเราจะใช้อะไร หนึ่งในผลิตภัณฑ์นั้นอาจมี GULF มีส่วนร่วมอยู่เสมอ หลังจากนี้ สารัชถ์ รัตนาวะดี จะมองเห็นโอกาสในธุรกิจไหนอีก จะใช้กลยุทธ์ไหนในการเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney