
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยกทัพความรู้ไปเยือนนักลงทุนภาคตะวันออก ในงาน "ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร ระยอง" ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างล้นหลามคือ
เวทีสัมมนาหัวข้อ "ถอดสูตรลงทุนเลือกหุ้นฉบับมือใหม่ แบบ Step by Step" โดยกูรูด้านการลงทุนชื่อดัง กวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ที่มาบรรยายเพื่อปลดล็อกกรอบความคิดและติดอาวุธให้นักลงทุนมือใหม่แบบเจาะลึก
ประโยคสำคัญที่ กวี เน้นย้ำคือ “เราต้องรู้ก่อนว่าตัวเองเก่งอะไร ลงทุนอะไรเก่งที่สุด เมื่อมีความพร้อมค่อยก้าวเข้าไปลงทุน” หุ้นอาจไม่ใช่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดเสมอไป หากเราไม่มีความรู้ความเข้าใจ
ดังนั้น ก้าวแรกของมือใหม่คือการสำรวจตัวเองว่ามีความถนัดแบบไหน เพราะนักลงทุนแต่ละคนก็มีสไตล์ที่แตกต่างกัน บางคนร่ำรวยจากการลงทุนตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่พระเครื่อง โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว
แต่ถ้าใครรู้ตัวและค้นพบแล้วว่า “ตลาดหุ้น” คือสนามของตัวเอง นี่คือ 3 สเต็ปสำคัญ ที่ Thairath Money สรุปมาให้แล้ว
กวี ชูกิจเกษม กล่าวว่า สถิติที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าในระยะยาว ตลาดหุ้นมีทิศทางปรับตัวขึ้นเสมอ แต่สาเหตุที่นักลงทุนหลายคนไม่ประสบความสำเร็จ เป็นเพราะ "เลือกหุ้นผิด"
หลายคนพยายามวิ่งตามหาหุ้นที่จะเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่าง Nvidia แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครการันตีได้ว่าหุ้นตัวไหนจะพุ่งทะยานแบบนั้น
การแบ่งเงินไปลงหุ้นตัวเล็กๆ สัก 1-2% ไม่ใช่เรื่องผิด แต่สำหรับแนวทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่า หรือที่เราคุ้นหูกันว่า VI (Value Investor) นั้น เราไม่จำเป็นต้องหาหุ้นที่ให้ผลตอบแทนหลายเด้งเสมอไป ขอแค่เป็นหุ้นที่ "อยู่กับเราไปได้นานๆ"
หัวใจสำคัญคือ การลงทุนแบบเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยคัดเลือกบริษัทชั้นดีผ่าน 2 เครื่องมือหลัก ได้แก่
1.เช็กสุขภาพผ่านงบการเงิน
หลักในการเลือกหุ้นที่ดี คือการพิจารณาตัวเลขทางการเงินของบริษัทนั้นๆ เช่น อัตรากำไรขั้นต้นที่สม่ำเสมอ ค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับต่ำ หนี้สินน้อย และความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ควรสูงกว่า 15% ขึ้นไป ตัวเลขย้อนหลังเหล่านี้ คือสิ่งที่จะบ่งบอกได้ว่า หุ้นตัวที่เราจะลงทุนในอดีตมีความแข็งแกร่งแค่ไหน
2.สแกนด้วย Five Force Model
อีกวิธีหนึ่ง คือการวิเคราะห์จาก “Five Force Model” เพื่อหาความได้เปรียบในการแข่งขันของบริษัทที่เราจะไปลงทุน โดยประเมินจาก 5 ด้าน ได้แก่
บริษัทที่รับมือกับแรงกดดันเหล่านี้ได้ดี จะสามารถรักษามาร์จิ้น สร้างกำไรต่อเนื่อง และเป็นหุ้นคุณภาพในระยะยาว
เมื่อวิเคราะห์และได้รายชื่อหุ้นพื้นฐานดีแล้ว สิ่งที่นักลงทุนต้องทำคือ "การรอจังหวะ" ให้เกิดวิกฤติ ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นตกลงมาอย่างหนัก และมักจะเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดีในราคาที่ถูกลง แทนที่จะไล่ซื้อหุ้นในตอนที่ราคากำลังแพงหรือมีนักลงทุนรายอื่นแห่เข้าไปซื้อจำนวนมาก
วิกฤติต่างๆ บนโลกนั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ สงคราม ภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด และยิ่งเป็นตลาดหุ้นไทย ยิ่งมีโอกาสเกิดวิกฤติขึ้นได้บ่อยเข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการเมือง น้ำท่วม หรือผลกระทบจากภาคการท่องเที่ยว ถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องเผชิญกับความผันผวนไปแล้ว
“ทุกวิกฤติคือโอกาส สังเกตมั้ยครับว่าเวลาหุ้นลง ลงไม่นานครับ…ช่วงนั้นแหละครับ คือช่วงที่ผมเลือกช้อปปิ้ง” กวี ชูกิจเกษม กล่าว
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ แล้วตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจอยู่จริงไหม แม้วันนี้เราอาจจะยังไม่เห็น S-curve ใหม่ที่ชัดเจน แต่ประเทศไทยกลับมี "จุดเด่นทางภูมิศาสตร์" ระดับโลกที่ซ่อนอยู่ เช่น
ศูนย์กลาง Data Center ของภูมิภาค ไทยเป็นศูนย์กลางแร่ธาตุ เป็นผู้นำในการผลิตฮาร์ดดิสก์ (HDD) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อีกทั้งยังมีจุดแข็งเรื่องพลังงานไฟฟ้าที่เหลือเฟือ และแหล่งน้ำที่เพียงพอต่อระบบหล่อเย็น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา Data Center ในยุค AI
ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและ Medical Hub ด้วยทำเลที่ตั้ง ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของประชากรโลก กว่า 2 ใน 3 ของคนทั่วโลกสามารถบินมาถึงไทยได้ภายใน 3-5 ชั่วโมง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร คนก็ยังต้องเดินทาง และการวางโพสิชันเป็น Medical Hub ยิ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมบริการและสุขภาพของไทย
ดังนั้น ตลาดหุ้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และยังมีโอกาสในการลงทุนอีกมาก หากเราเริ่มต้นด้วยความรู้ ความเข้าใจในพื้นฐานธุรกิจ อดทนรอคอยจังหวะที่เหมาะสม และมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างเศรษฐกิจ
อ่านมาถึงตรงนี้ หากอยากเรียนรู้ทริกการลงทุนแบบเจาะลึกมากยิ่งขึ้น ขอบอกว่าอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่อย่าง "ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร" จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังคงเดินหน้าส่งต่ออาวุธการลงทุนให้คนไทยอย่างต่อเนื่อง
โดยสถานีต่อไปเตรียมขึ้นเหนือไปมอบความมั่งคั่งกันถึง "จังหวัดเชียงใหม่" ซึ่งรับประกันเลยว่ากองทัพวิทยากรระดับท็อปจะมาร่วมแชร์กลยุทธ์กันแบบหมดเปลือกเหมือนเดิมแน่นอน
นักลงทุนท่านใดที่ไม่อยากพลาดอีเวนต์อัปสกิลพอร์ตให้เติบโตแบบนี้ สามารถเข้าไปเช็กตารางกิจกรรมและเกาะติดความเคลื่อนไหวได้เลยที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย www.set.or.th