เฟด “คงดอกเบี้ย” ตามคาด แต่ตลาดหุ้นโลกร่วงพร้อมกัน หวั่นดอกเบี้ยสูงนาน ลุ้นหุ้นธนาคารรับอานิสงส์

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เฟด “คงดอกเบี้ย” ตามคาด แต่ตลาดหุ้นโลกร่วงพร้อมกัน หวั่นดอกเบี้ยสูงนาน ลุ้นหุ้นธนาคารรับอานิสงส์

Date Time: 30 เม.ย. 2569 15:08 น.

Video

น้ำมันไทย... วิกฤตินี้จบที่ตรงไหน? | Money Issue EP.52

Summary

เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด แต่ตลาดไม่ตอบรับ หุ้นโลกปรับลงพร้อมกัน เงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสัญญาณเสียงแตก 8:4 จุดความกังวลดอกเบี้ยสูงยาว จากเงินเฟ้อและสงครามกดดัน

Latest


เมื่อคืนที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ส่งสัญญาณ “คงอัตราดอกเบี้ย” ตามที่หลายคนคาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นแรงกระแทกต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกทันที

ตลาดหุ้นหลักตั้งแต่สหรัฐฯ ยุโรป ไปจนถึงเอเชีย ปรับตัวลดลงพร้อมกัน ขณะที่เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย สะท้อนการเปลี่ยนโหมดของนักลงทุนเข้าสู่ “risk-off” อย่างชัดเจน

สถานการณ์นี้กำลังบอกอะไรบางอย่างที่ลึกกว่าการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว เพราะสิ่งที่ตลาดกำลังตอบสนอง คือ “ทิศทางหลังจากนี้” เริ่มไม่เป็นไปตามความคาดหวังเดิมที่จะเข้าสู่รอบลดดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่จบง่ายๆ


เมื่อเฟด “คงดอกเบี้ย” แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกแดง

ล่าสุดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด แม้จะมีมติ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมาคือภาพของตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่กลับปรับตัวลง พร้อมกับการดีดตัวขึ้นของสินทรัพย์ปลอดภัย

ข้อมูลตลาดหุ้นล่าสุดสะท้อนภาพ “risk-off” หรือการที่นักลงทุนลดความเสี่ยงลงอย่างชัดเจน โดยวันนี้ (30 เม.ย.69) ดัชนีหลักหลายแห่งในยุโรปและเอเชียปรับตัวลดลง (ณ เวลา 14.40 น. ตามเวลาประเทศไทย) เช่น

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.04% , ดัชนี Dow Jones ลดลง 0.57%
  • ตลาดหุ้นเยอรมนี ดัชนี DAX ลดลง 0.40%
  • ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ดัชนี CAC 40 ลดลง 0.39%
  • ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei 225 ลดลง 1.21%
  • ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนี Hang Seng Index ลดลง 1.22%
  • ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ดัชนี KOSPI ลดลง 1.38%
  • ตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET Index ลดลง 0.28%

แม้เฟดจะคงดอกเบี้ยตามคาด แต่รายละเอียดของการประชุมกลับสร้าง “negative surprise” ให้กับตลาด โดยเฉพาะการลงมติที่ “ไม่เป็นเอกฉันท์” ที่ 8 ต่อ 4 ซึ่งถือว่าเสียงแตกมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ สะท้อนความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป

ประเด็นสำคัญคือ ตลาดเริ่มปรับความคาดหวังใหม่ จากเดิมที่เชื่อว่าเฟดจะเข้าสู่รอบลดดอกเบี้ยในปี 2569 แต่หลังการประชุมครั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เริ่มมองว่าโอกาสลดดอกเบี้ยแทบหายไป และมีแนวโน้มที่ดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาด

ขณะเดียวกัน สงครามในตะวันออกกลางก็เป็นตัวเร่งสำคัญ โดยส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นใกล้ระดับ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ และทำให้เฟดไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายได้

ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส มองว่า แม้เฟดจะคงดอกเบี้ยตามคาด แต่การส่งสัญญาณด้วยมติ 8:4 นั้น มี 1 รายโหวตลดดอกเบี้ย และ 3 ราย หนุนการคงดอกเบี้ยแต่คัดค้านถ้อยคําส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย เป็นการเสียงแตกมากสุดนับตั้งแต่ปี 2535

โดยประเด็นแนวโน้มเงินเฟ้อพุ่งจากผลกระทบของสงคราม ถูกยกระดับให้เป็นภัยเร่งด่วน ทำให้ตลาดเริ่มเชื่อว่า “ดอกเบี้ยจะสูงนานขึ้น” ซึ่งผลการสํารวจของ FED WATCHTOOL คาดการณ์ว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตลอดท้ังปีนี้ ด้วยน้ําหนักเกิน 80%

ด้าน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า ความหวังในการลดดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังผลประชุม โดยมองว่าเฟดอาจไม่ลดดอกเบี้ยเลยตลอดปี 2569

ซึ่งการคงดอกเบี้ยในภาวะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน จะเป็น “ลบต่อทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร” ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างเปราะบางสำหรับนักลงทุน อย่างไรก็ตาม หุ้นบางกลุ่ม เช่น ธนาคาร อาจได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ไม่ลดลง 


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ