
จับตาตลาดหุ้นไทย หลังกระทรวงการคลังปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2569 ลงเหลือเพียง 1.6% จากเดิม 2.0% สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากกว่าคาด โบรกฯ คาดวันนี้ดอกเบี้ยนโยบายไม่ขยับ แนะนำถือเงินสด 30-40%
เกาะติดบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย หลังปัจจัยมหภาคในประเทศส่งสัญญาณอ่อนแรงชัดเจน โดยเฉพาะการที่กระทรวงการคลังปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2569 ลงเหลือเพียง 1.6% จากเดิม 2.0% สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากกว่าคาด
ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อกลับเร่งขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นตามสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ซึ่งตลาดกำลังจับตาดูว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันนี้จะออกมาทิศทางไหน ซึ่งส่วนใหญ่ก็คาดตรงกันว่าจะ “คงดอกเบี้ย” ที่ระดับ 1.0%
สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทย หรือ SET Index วันนี้ (29 เม.ย.69) เปิดตลาดช่วงเช้า ณ เวลา 11:43 น. อยู่ที่ 1,484.13 จุด เพิ่มขึ้น 3.93 จุด หรือ +0.27% จากวันก่อนหน้า
หากพิจารณาข้อมูลการซื้อขายย้อนหลังจะพบว่า ภาพดัชนีในช่วงเดือนเมษายน (30 มี.ค.-28 เม.ย.69) ยังปรับตัวขึ้นราว 2.29% หรือเพิ่มขึ้นกว่า 33 จุด สะท้อนการรีบาวด์จากแรงซื้อของเม็ดเงินจากนักลงทุนรายย่อยในประเทศ ที่ยังเป็นส่วนหลักพยุงตลาด โดยซื้อสุทธิสะสมราว 1.57 หมื่นล้านบาท
ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องกว่า 4.7 พันล้านบาท นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิสูงถึงกว่า 9.3 พันล้านบาท และบัญชี บล. ขายสุทธิ 1.7 พันล้านบาท
ฝ่ายวิจัยฯ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยกำลังถูกกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงินโลกที่ยังไม่ผ่อนคลาย และราคาน้ำมันที่ยืนอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจคือ “พฤติกรรมเชิงสถิติ” ในอดีต ซึ่งชี้ว่าในช่วงที่ดอกเบี้ยอยู่ระดับต่ำ และ กนง. เลือกคงดอกเบี้ย ตลาดหุ้นไทยมักมีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้น หรือเกิด technical rebound ได้
ทำให้ยังพอมีความหวังต่อแรงรีบาวด์ในเชิงจิตวิทยา แต่ในเชิงกลยุทธ์ยังแนะนำให้เพิ่มสัดส่วนเงินสดถึง 30-40% ของพอร์ต สะท้อนท่าทีที่ยังระวังความเสี่ยงและมองว่าการฟื้นตัวยังไม่แข็งแรงพอจะเข้าสู่ขาขึ้นจริง
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้น้ำหนักไปในทางระมัดระวังมากกว่า โดยมองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบและ “มีโอกาสปรับลง” จากแรงกดดันของกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังไหลออกต่อเนื่อง
ประกอบกับหุ้นขนาดใหญ่อย่าง DELTA รวมถึงหุ้นขนาดกลาง-เล็ก เริ่มถูกขายทำกำไร และตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว ซึ่งทำให้แรงซื้อชะลอลง
แม้จะมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทยยังมีช่องว่างในการลดดอกเบี้ยได้อีกประมาณ 0.25% แต่ก็อาจยังไม่ใช่จังหวะในทันที ส่งผลให้ตลาดยังขาดตัวเร่งใหม่
ขณะเดียวกัน การปรับลด GDP ลงมาเหลือ 1.6% ยังเป็นปัจจัยกดดัน Valuation โดยตรง ทำให้กลยุทธ์หลักยังคงแนะนำเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น หรือรอให้ผ่านช่วงวันหยุดยาวไปก่อน ส่วนนักลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อรับเงินปันผล ยังแนะนำให้สะสมหุ้นธนาคาร
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้