TTB กำไรไตรมาส 1/69 ที่ 5,170 ล้านบาท โต 1.4% หลังเร่งคุมต้นทุน-ดันรายได้ค่าธรรมเนียม

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

TTB กำไรไตรมาส 1/69 ที่ 5,170 ล้านบาท โต 1.4% หลังเร่งคุมต้นทุน-ดันรายได้ค่าธรรมเนียม

Date Time: 20 เม.ย. 2569 14:58 น.

Video

ซื้อรถ EV ตอนนี้ = ขาดทุน? เทียบชัดๆ 'เช่า vs ซื้อ' แบบไหนคุ้มกว่ากัน | Money Issue EP.55

Summary

TTB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 5,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการบริหารต้นทุนและการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียม

Latest


ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 5,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าคาด และการชะลอตัวของสินเชื่อ

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังสามารถประคองผลการดำเนินงานได้จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมที่ยังขยายตัวได้ดี


TTB กำไรโต 1.4% ผลคุมค่าใช้จ่าย-รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่ม

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า มีกําไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 จํานวน 5,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อน แม้ว่าการเติบโตของรายได้หลักจะได้รับแรงกดดันจากการปรับลดดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นเร็วกว่าคาดในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และการชะลอตัวของสินเชื่อ

รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการควบคุม ค่าใช้จ่ายและต้นทุนความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ช่วยรักษาผลการดําเนินงานโดยรวมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน ธนาคารได้ปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินให้เหมาะสม ช่วยลดผลกระทบเชิงลบบน NIM ส่งผลให้ NIM ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3.02% ต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นผลจากแผนการบริหารโครงสร้างเงินฝากและเงินกู้ยืมที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงผลการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อีกทั้งการปรับสัดส่วนโครงสร้างสินเชื่อไปยังกลุ่มสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูงช่วยรักษาระดับของ NIM

รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากค่าธรรมเนียมที่มิใช่ธุรกิจหลัก อย่างกําไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่า ด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุนและรายได้อื่นๆ จากเงินสนับสนุน FIDF ภายใต้โครงการ “คุณสู้, เราช่วย” 

ทั้งนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมหลักยังเห็นการ เติบโตที่ดีในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมจากแบงก์แอสชัวรันส์, กองทุนรวม, บัตรเครดิต รวมถึงค่าธรรมเนียมเพื่อการส่งออกและปริวรรตเงินตรา

ขณะเดียวกัน ธนาคารควบคุมค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน (OPEX) อยู่ในระดับที่เหมาะสม OPEX ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากการรวมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของ ttb wealth securities

หากไม่รวมรายการดังกล่าวค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานหลักอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดีและมีแนวโน้มทรงตัว สะท้อนจากการลดลง 1.5% จากไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนการให้บริการไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้กรอบแนวคิด “digital-first, digital-only” คาดว่าจะ เสริมประสิทธิภาพด้านต้นทุนให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

สำหรับคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับที่จัดการได้ พร้อมการเสริมความแข็งแกร่งของเกราะป้องกันความเสี่ยง ด้วยการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวด การลดความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อเชิงรุก และโครงการให้ความช่วยเหลือลูกค้า ส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากผลขาดทุนด้านเครดิต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง 12.8% จากปีก่อน และระดับสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ทรงตัว

ทั้งนี้ ธนาคารยังคงตั้งสํารองเพิ่มเติมผ่าน Management Overlay เพื่อรองรับความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและแนวโน้มของราคาบ้านมือสอง ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสํารองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (LLR coverage ratio) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 154%


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ