เจาะลึกกำไร PTG ยุคน้ำมันขึ้นไม่หยุด พบสำรองน้ำมันพอขายถึง พ.ค. 69 โบรกฯ คาดปีนี้กำไรโตแรง 56%

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เจาะลึกกำไร PTG ยุคน้ำมันขึ้นไม่หยุด พบสำรองน้ำมันพอขายถึง พ.ค. 69 โบรกฯ คาดปีนี้กำไรโตแรง 56%

Date Time: 3 เม.ย. 2569 12:28 น.

Video

สวยอย่างเดียวไม่พอ เพราะ "เสน่ห์ที่แพงที่สุด" คือการมีเงินของตัวเอง l Money Secret EP.19

Summary

เจาะลึกกำไร PTG! โบรกฯ กางแผนสำรองน้ำมันใช้ยาวถึง พ.ค. คาดปี 2569 กำไรโตแรง 56% ชูจุดแข็ง Non-Oil "กาแฟพันธุ์ไทย" ขยายตัวก้าวกระโดด แนะซื้อลงทุนระยะยาว

Latest


ท่ามกลางวิกฤติราคาน้ำมันโลกที่พุ่งแรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จนทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เจ้าของสถานีบริการน้ำมันแบรนด์ PT กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตาอย่างหนัก ทั้งในมิติของธุรกิจและกระแสสังคม

อย่างไรก็ตาม ในมุมของการลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 จะเติบโตได้ดี และบริษัทมีแผนสำรองน้ำมันรองรับสถานการณ์ผันผวนได้ยาวถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ท่ามกลางความผันผวนระยะสั้นที่ยังต้องติดตามต่อไป


ตะวันออกกลางไม่สงบ-น้ำมันขึ้นไม่หยุด

วิกฤติความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้สร้างความกังวลอย่างหนักต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้เร่งตัวสูงขึ้น บีบให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ของไทยต้องประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ท่ามกลางภาวะกองทุนน้ำมันฯ ที่กลับมาติดลบสูงถึง 42,148 ล้านบาท (ณ วันที่ 29 มีนาคม 2569)

จากการตรวจสอบข้อมูลการปรับราคาน้ำมันขายปลีกตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2569 พบว่ามีการประกาศปรับราคาขึ้นไปแล้วรวม 7 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยกลุ่มน้ำมันดีเซลมีการปรับขึ้นราคารวมสูงสุดถึง 14.30 บาทต่อลิตร ขณะที่กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 91, 95 ปรับขึ้นรวม 12.70 บาทต่อลิตร สำหรับน้ำมัน E20 ปรับขึ้นรวม 9.91 บาทต่อลิตร และ E85 ปรับขึ้นรวม 8.70 บาทต่อลิตร 

ขณะเดียวกัน ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมเกี่ยวกับประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” และความเชื่อมโยงกับธุรกิจน้ำมันของครอบครัวอย่าง PTG

อย่างไรก็ตาม พิพัฒน์ ได้ออกมาปฏิเสธทุกข้อครหา พร้อมยืนยันว่าตนเองได้ลาออกจากทุกตำแหน่งในบริษัทมานานกว่า 20 ปี และไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายการบริหารจัดการใด ๆ และยังเสนอให้สังคม "ไปย้อนดูตัวเลขกำไรของ PTG" เพื่อพิสูจน์ความจริงว่าไม่ได้มีการเอื้อประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ


ย้อนดูกำไร PTG โบรกฯ คาด กำไรปีนี้พุ่งแรง

สำหรับผลประกอบการของ PTG พบว่าภาพรวมกำไรสุทธิในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564–2568) มีลักษณะทรงตัวและขยับขึ้นลงตามรอบของธุรกิจพลังงาน ดังนี้

  • ปี 2564 รายได้รวม 134,088.17 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,006.37 ล้านบาท
  • ปี 2565 รายได้รวม 179,785.88 ล้านบาท กำไรสุทธิ 934.08 ล้านบาท
  • ปี 2566 รายได้รวม 199,224.29 ล้านบาท กำไรสุทธิ 944.06 ล้านบาท
  • ปี 2567 รายได้รวม 226,383.20 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,021.80 ล้านบาท
  • ปี 2568 รายได้รวม 224,917.81 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,021.44 ล้านบาท

ขณะที่ทิศทางผลประกอบการในปี 2569 นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของกำไรอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังมีแรงกดดันระยะสั้นจากความผันผวนของค่าการตลาดน้ำมัน

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จากการเข้าร่วม Conference Call กับผู้บริหาร พบว่าบริษัทมีจุดแข็งด้านการจัดหาน้ำมันผ่านเครือข่ายโรงกลั่นในกลุ่ม PTT โดยเฉพาะ Thai Oil ในสัดส่วนกว่า 70%

ส่งผลให้บริษัทสามารถบริหารปริมาณน้ำมันได้อย่างต่อเนื่อง และมีน้ำมันเพียงพอรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีความผันผวนจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยบริษัทยังมีสต๊อกและแหล่งจัดหาน้ำมันรองรับการขายได้ต่อเนื่องถึงเดือนพฤษภาคม 2569

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะอยู่ที่ราว 1,600 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 56.63% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,021 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากปริมาณการขายน้ำมันที่มีแนวโน้มเติบโต 3-5% ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจ Non-oil อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านกาแฟพันธุ์ไทยที่ตั้งเป้าขยายครบ 800 สาขาภายในปี 2569 

นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยรองรับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่ผันผวนได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากค่าการตลาดน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ

โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองไปในทิศทางเดียวกันว่า แนวโน้มกำไรของ PTG ยังคงเติบโตได้ดี โดยคาดว่าปีนี้จะมีกำไรสุทธิ 1,275 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตจากปีก่อน 24.88% จากโครงสร้างธุรกิจที่กระจายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่ม Non-oil ที่เข้ามาช่วยลดความผันผวนจากธุรกิจน้ำมัน 

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านค่าการตลาดน้ำมันและนโยบายภาครัฐที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวในระยะสั้น โดยภาพรวมยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะกลางถึงยาวของบริษัท จากทั้งการขยายเครือข่ายสถานีบริการและการต่อยอดธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่มีมาร์จิ้นสูงมากขึ้น

โดยคงคำแนะนำ "เก็งกำไร" ที่ราคาเป้าหมาย 10.00 บาท


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ