WHA พลิก “วิกฤติโลก” สู่ “โอกาสทองไทย” กางแผนปี 69 ทุ่ม 1.65 หมื่นล้าน หนุนไทยผงาดฮับธุรกิจอนาคต

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

WHA พลิก “วิกฤติโลก” สู่ “โอกาสทองไทย” กางแผนปี 69 ทุ่ม 1.65 หมื่นล้าน หนุนไทยผงาดฮับธุรกิจอนาคต

Date Time: 26 ก.พ. 2569 15:48 น.

Video

บุกโรงงานขนม “นมแท่ง”  ไพบูลย์​ โปรดักส์  ธุรกิจที่เริ่มด้วยเงินทุน 8 หมื่นบาท I On The Rise EP.24

Summary

WHA ชี้ปี 2569 เป็น "โอกาสทอง" ของไทยในการดึง FDI กลุ่ม Data Center และ AI ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์โลก เตรียมทุ่ม 1.65 หมื่นล้านบาท ขยายธุรกิจหลักรองรับการเติบโต สู่เป้ารายได้ 2 หมื่นล้าน


Latest


ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้น หลายคนอาจมองว่านี่คือยุคแห่งความท้าทายที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและข้อจำกัด

แต่สำหรับ จรีพร จารุกรสกุล แม่ทัพใหญ่ WHA Group กลับมองเห็น "โอกาสทอง" ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทย เมื่อกระแสการลงทุนระดับโลกกำลังมองหาฐานที่มั่นใหม่ที่ปลอดภัยและมีศักยภาพ

การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่ทางรอด แต่เป็นจังหวะก้าวสำคัญที่ไทยจะพลิกวิกฤติให้เป็นความได้เปรียบ เพื่อผงาดขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในภูมิภาค


ปี 2569 ยังท้าทาย แต่เป็น “โอกาสทอง” ของประเทศไทย

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในยุคของการแข่งขันและความไม่แน่นอนรอบด้าน หนึ่งในปัจจัยท้าทายหลักที่ทั่วโลกต้องเผชิญคือการเปลี่ยนขั้วอำนาจของโลก โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ได้ลุกลามเชื่อมโยงไปสู่ภูมิเศรษฐศาสตร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่หากวิเคราะห์มองภาพใหญ่ไปจนถึงระยะยาว จะพบว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ “วิกฤติ” แต่คือ “โอกาส” สำคัญของประเทศไทยในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ และประเทศไทยจะสามารถใช้ความได้เปรียบในการเจรจาต่อรองดึงดูดการลงทุนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ทั้งนี้ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI ที่ผ่านมา นำมาซึ่งโอกาสมหาศาล โดยเฉพาะการลงทุนด้าน Data Center ที่ปัจจุบันในไทยยังถือว่าอยู่ในระยะเริ่มต้น (Early state) โดยมองว่ายังมีศักยภาพที่จะผลักดันตนเองไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน AI ระดับโลกได้ในอนาคต

สะท้อนจากเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) พุ่งสูงถึง 1.36 แสนล้านบาท เติบโตถึง 66% และสามารถแซงหน้าประเทศเวียดนามได้สำเร็จ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเม็ดเงินลงทุนของอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และแผงวงจรพิมพ์ ที่หลั่งไหลเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งดำเนินการปรับตัว เช่น การสร้างโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต การพัฒนาและเปลี่ยนผ่านศักยภาพของคน การปรับปรุงกฎหมายการลงทุนแบบ Fast track เป็นต้น หากภาครัฐและเอกชนร่วมกันผลักดันได้สำเร็จ ไทยจะสามารถยกระดับเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้อย่างเต็มตัว

สำหรับทิศทางของ WHA นั้น ได้วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจให้สอดรับกับเทรนด์โลก โดยเดินหน้าลงทุนใน 7 อุตสาหกรรมหลักแห่งอนาคต จาก 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล, AI, พลังงานสะอาด, ยานยนต์แห่งอนาคต และหุ่นยนต์ขั้นสูง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายในโลกยุคใหม่นี้


ไม่หวั่นความไม่แน่นอน "ทรัมป์" ชูไทยเป็น "บ้านหลังที่สอง"

สำหรับประเด็นความกังวลเรื่องความไม่แน่นอนจากนโยบายกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน และการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตนั้น

จรีพร มองว่า ความไม่แน่นอนดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและรับรู้กันมาตั้งแต่สมัยการดำรงตำแหน่งในวาระแรกแล้ว โดยทางบริษัทได้ประเมินสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือมาตั้งแต่ช่วงที่เกิดสงครามการค้าครั้งแรก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตทั่วโลก

และเพื่อเป็นการรับมือกับความท้าทายระยะยาวนี้ WHA ได้ใช้กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงอย่างชัดเจน โดยไม่ได้พึ่งพาเพียงเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนจีนเพียงสัญชาติเดียว

ปัจจุบันฐานลูกค้าของบริษัทเป็นกลุ่มทุนต่างชาติสูงถึง 83% ซึ่งกระจายตัวครอบคลุม 4 กลุ่มประเทศหลัก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป ที่เริ่มกลับมาขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังใช้ประโยชน์จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในการดึงดูดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่าง เซมิคอนดักเตอร์ และ Data Center เข้ามายังประเทศไทย

ยิ่งไปกว่านั้น ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับบางประเทศ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น "บ้านหลังที่สอง" (Second Home) สำหรับเป็นฐานการผลิตด้วย จึงเชื่อมั่นว่าไม่ว่าทิศทางการเมืองโลกจะผันผวนเพียงใด เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจะยังคงไหลเข้าและสร้างการเติบโตให้กับประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง


ทุ่มงบ 1.65 หมื่นล้าน ขยายทุกธุรกิจ ปั้นรายได้ 2 หมื่นล้าน

จรีพร กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายการดำเนินงานประจำปี 2569 โดยมุ่งเน้นสร้างการเติบโตที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำการให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร พร้อมรับมือกับเทรนด์อุตสาหกรรมยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายฐานการผลิต การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สำหรับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวม 2,500 ไร่ (ไทย 2,300 ไร่ และเวียดนาม 200 ไร่) โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการเตรียมโอนพื้นที่โครงการอัจฉริยะ WHA ESIE5 กว่า 6,490 ไร่ ในไตรมาส 1/2569 รวมถึงการเดินหน้าขยายเขตอุตสาหกรรมเชิงรุกในเวียดนาม ทั้งในเหงะอาน ทัญฮว้า ฮึงเอียน และดานัง

ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรม บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) รวม 3,437,000 ตร.ม. โดยเตรียมส่งมอบโครงการให้เช่าพื้นที่ใหม่ 200,000 ตร.ม. ผ่านการขยายเฟสใหม่ในทำเลยุทธศาสตร์ เช่น WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม.21 (เฟส 3) และชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2 ควบคู่กับแผนขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวม 193,000 ตร.ม. คิดเป็นมูลค่าราว 4,700 ล้านบาท

ด้านธุรกิจสาธารณูปโภค บริษัทวางเป้าหมายยอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำที่ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยขับเคลื่อนผ่านแพลตฟอร์ม Smart Water พร้อมเร่งขยายแหล่งน้ำสำรองและโซลูชันหมุนเวียนน้ำ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า "ดาต้าเซ็นเตอร์" ที่ใช้น้ำสูงกว่าปกติถึง 12-16 เท่า

ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้ามุ่งขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนทั้งในไทยและเวียดนาม เพื่อตอบสนองแรงกดดันด้าน Decarbonization ของภาคอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) สะสมที่ 1,124 เมกะวัตต์ ผ่านโครงการ Solar Private PPA, Feed-in-Tariff และ Direct PPA

สำหรับนวัตกรรมแห่งอนาคตอย่างธุรกิจโมบิลิตี้และดิจิทัล WHA เร่งสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ครบวงจรภายใต้แบรนด์ "โมบิลิกส์ (Mobilix)" โดยตั้งเป้าให้บริการเช่ารถ EV สะสม 637 คัน ทำงานสอดประสานกับธุรกิจดิจิทัลที่มุ่งพัฒนา Mobilix Software Solution เพื่อบริหารจัดการรถ EV และแบตเตอรี่อย่างอัจฉริยะ

นอกจากนี้ บริษัทยังยกระดับการให้บริการผ่าน WHASApp แอปพลิเคชันสื่อสารกับลูกค้า ที่มาพร้อมแพลตฟอร์ม CO2ZERO สำหรับจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และโครงการ WeCYCLE เพื่อการจัดการขยะรีไซเคิลอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนรวม 16,500 ล้านบาท แบ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรม 9,000 ล้านบาท โลจิสติกส์ 3,700 ล้านบาท สาธารณูปโภคและพลังงาน 2,900 ล้านบาท โมบิลิตี้ 600 ล้านบาท และดิจิทัล 300 ล้านบาท พร้อมเป้ารายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติ 20,000 ล้านบาท EBITDA Margin มากกว่า 45% และอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำกว่า 1.2 เท่า


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ