
เป็นที่รู้กันดีในแวดวงการลงทุนว่า ตลาดหุ้นไทยมีจุดเด่นสำคัญที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศคือ "การจ่ายเงินปันผล" ที่ให้ผลตอบแทนในระดับที่น่าประทับใจ
อย่างในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยถึง 581 บริษัท จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นรวมกันกว่า 838 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าเงินปันผลสูงถึง 651,239 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แต่ในเมื่อมีหุ้นไทยหลายร้อยบริษัท เราจะเริ่มต้นคัดเลือกหุ้นปันผลเข้าพอร์ตยังไง Thairath Money พาไปรู้จักหนึ่งในตัวช่วยที่นักลงทุนนิยมใช้เป็นจุดตั้งต้นในการทำการบ้านหาข้อมูลต่อ นั่นคือ ดัชนี SETHD
ซึ่งเป็นดัชนีรวบรวม 30 หุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลโดดเด่น ทำให้นักลงทุนสามารถนำรายชื่อหุ้นเหล่านี้ไปศึกษาต่อยอดได้ง่ายขึ้น ก่อนตัดสินใจจัดพอร์ตลงทุนระยะยาว
ดัชนี SETHD หรือ SET High Dividend 30 Index เป็นดัชนีที่สะท้อนความเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง (Market Capitalization) มีสภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือต้องมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงและต่อเนื่อง
ปัจจุบันดัชนี SETHD จะคัดเลือกหลักทรัพย์เข้ามาเป็นองค์ประกอบในการคำนวณจำนวนทั้งสิ้น 30 หลักทรัพย์
การที่หุ้นสักตัวจะผ่านด่านเข้ามาเป็น 1 ใน 30 หุ้นปันผลชั้นนำในดัชนี SETHD ได้นั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้กำหนดคุณสมบัติที่เข้มงวดไว้หลายข้อได้แก่
ล่าสุด ตลท. ได้ประกาศผลการคัดเลือกหลักทรัพย์ชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยหุ้นที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนี SETHD ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 (สำหรับคำนวณดัชนีระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม 2569) ในรอบนี้ดัชนี มีหุ้นที่สามารถทำผลงานเข้าตากรรมการ และถูกดึงตัวเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่จำนวน 3 ราย ได้แก่
การเข้ามาของหุ้นเด่นที่น่าจับตาในรอบนี้ เป็นเครื่องการันตีให้เห็นว่าบริษัทเหล่านี้สามารถรักษาสถิติการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างยอดเยี่ยม และต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการมีมูลค่าตามราคาตลาดและสภาพคล่องที่สูงตามเกณฑ์
ถือเป็นกลุ่มหุ้นชั้นนำที่นักลงทุนสายรับปันผล หรือคนที่กำลังหา Passive Income ไม่ควรพลาดที่จะนำไปพิจารณาทำการบ้านเพิ่มเติม เพื่อเตรียมพร้อมจัดพอร์ตการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้
สำหรับรายชื่อ 30 หุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SETHD สำหรับการคำนวณดัชนีในช่วงครึ่งปีหลังระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม 2569 เรียงตามลำดับตัวอักษร ดังนี้
AEONTS (บมจ. อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์))
AMATA (บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน)
AP (บมจ. เอพี (ไทยแลนด์))
BA (บมจ. การบินกรุงเทพ) - หุ้นเข้าใหม่
BAM (บมจ. บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์)
BBL (ธนาคารกรุงเทพ)
HMPRO (บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์)
JMT (บมจ. เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส)
KBANK (ธนาคารกสิกรไทย)
KKP (ธนาคารเกียรตินาคินภัทร)
KTB (ธนาคารกรุงไทย)
KTC (บมจ. บัตรกรุงไทย) - หุ้นเข้าใหม่
LH (บมจ. แลนด์แอนด์เฮ้าส์)
M (บมจ. เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป)
MEGA (บมจ. เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์)
PRM (บมจ. พริมา มารีน)
PTT (บมจ. ปตท.)
PTTEP (บมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม)
QH (บมจ. ควอลิตี้เฮ้าส์)
RATCH (บมจ. ราช กรุ๊ป)
RCL (บมจ. อาร์ ซี แอล)
SCB (บมจ. เอสซีบี เอกซ์)
SIRI (บมจ. แสนสิริ)
SPALI (บมจ. ศุภาลัย)
TCAP (บมจ. ทุนธนชาต)
TISCO (บมจ. ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป)
TLI (บมจ. ไทยประกันชีวิต)
TOA (บมจ. ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย)) - หุ้นเข้าใหม่
TTB (ธนาคารทหารไทยธนชาต)
WHA (บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น)
อย่างไรก็ดี ในรอบการคำนวณนี้ มีหุ้นที่ถูกปรับออกจากดัชนี จำนวน 3 ตัว ได้แก่ KCE, TASCO และ TOP
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้