GULF กวาดกำไรปี 68 ที่ 8.65 หมื่นล้าน พุ่ง 304.8% ผลควบรวม INTUCH แถมมีปันผลจาก KBANK

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

GULF กวาดกำไรปี 68 ที่ 8.65 หมื่นล้าน พุ่ง 304.8% ผลควบรวม INTUCH แถมมีปันผลจาก KBANK

Date Time: 17 ก.พ. 2569 18:34 น.

Video

สวยอย่างเดียวไม่พอ เพราะ "เสน่ห์ที่แพงที่สุด" คือการมีเงินของตัวเอง l Money Secret EP.19

Summary

GULF ประกาศกำไรสุทธิปี 2568 พุ่งไปแตะที่ 86,562 ล้านบาท โต 304.8% จากปีก่อน จากการควบรวมบริษัทระหว่าง GULFI และ INTUCH ส่งผลให้มีการบันทึกกำไรจากการรวมธุรกิจนี้สูงถึง 56,120 ล้านบาท


Latest


หากจะพูดถึงความร้อนแรงในตลาดหุ้นไทยนาทีนี้ คงไม่มีใครเกินความสำเร็จของ GULF หรือ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่เรียกได้ว่า "รวยแล้วรวยอีก" ของจริง

โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งไปแตะที่ 86,562 ล้านบาท ซึ่งหากมองย้อนกลับไปเทียบกับปีก่อนหน้าถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 304.8%

ปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขกำไรทะยานขึ้นสูงขนาดนี้ มาจากเหตุการณ์สำคัญอย่างการจดทะเบียนควบรวมบริษัทระหว่าง GULFI และ INTUCH เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ส่งผลให้บริษัทฯ มีการบันทึกกำไรจากการรวมธุรกิจนี้เพียงรายการเดียวสูงถึง 56,120 ล้านบาท

นอกเหนือจากภาพใหญ่ของการควบรวมกิจการแล้ว GULF ยังได้รับอานิสงส์จากการวางหมากในธุรกิจการเงิน โดยในปี 2568 นี้ บริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้เงินปันผลอย่างเป็นกอบเป็นกำจากการเข้าไปลงทุนในหุ้นของธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เป็นจำนวนเงินถึง 1,192 ล้านบาทด้วย


ปี 68 กำไร 8.65 หมื่นล้าน พุ่ง 304.8% ผลควบรวม INTUCH

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น GULF รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ปี 2568 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ เท่ากับ 86,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 304.8% จากปีก่อน

โดยมีบันทึกกำไรจากการควบรวมบริษัทระหว่าง GULFI และ INTUCH จำนวน 56,120 ล้านบาท ประกอบกับมีกำไรจากการซื้อธุรกิจ ซึ่งเกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม จำนวน 519 ล้านบาท 

นอกจากนี้ในปี 2568 ยังมีบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบบริษัทใหญ่และขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากตราสารอนุพันธ์ สุทธิเป็นผลกำไร 1,147 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากพิจารณากำไรจากการดำเนินงาน (core profit) อยู่ที่ 28,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4% โดยหลักเติบโตขึ้นจากเงินปันผลจาก KBANK และการรับรู้ผลกำไรเต็มปีจากโรงไฟฟ้า GPD หน่วยที่ 3-4

รวมถึงกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานในประเทศที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปี 2567 และปลายปี 2568 รวมถึงกำไรจากการนำเข้า LNG และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC, HKP และ Jackson


ไตรมาส 4/2568 กำไรโต 89.5% รับบันทึกกำไรจากการซื้อธุรกิจ

ในส่วนของไตรมาส 4/2568 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เท่ากับ 8,852 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.5% จากปีก่อน และ 21.7% จากไตรมาสก่อน โดยเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่า core profit

เนื่องจากในไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ มีบันทึกกำไรจากการซื้อธุรกิจ 519 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ยังมีบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบบริษัทใหญ่และขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากตราสารอนุพันธ์ สุทธิเป็นผลกำไร 444 ล้านบาท

สำหรับกำไรจากการดำเนินงาน (core profit) ในไตรมาส 4/2568 เท่ากับ 7,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.7% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ ประกอบกับรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC, GJP, HKP และ Jackson


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ