
ORN พลิกเกมชูโมเดลใหม่สร้าง "โรงเรียนอินเตอร์-ห้าง" ดันขายบ้านเชียงใหม่-ภูเก็ต-สมุย ชูมาตรฐาน EDGE รับ Green Loan ตั้งเป้ายอดขายปี 69 แตะ 2,949 ล้านบาท
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยซบเซา เพราะสต็อกบ้านล้นตลาด โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไหนจะหนี้ครัวเรือนสูงทำให้สถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้ทัน กลายเป็นโจทย์ของ บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN ที่ปรับจากเน้นสร้างบ้านเพื่อขาย เป็นสร้างแม่เหล็กใหม่ๆ ให้ขายบ้านได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนานาชาติ ไปจนถึง Community Mall
ปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เล่าว่า ปี 2569 จะเป็นมากกว่าแบรนด์อสังหาฯ เพราะจะขยายธุรกิจใหม่ๆ หลังจากปี 68 ที่ผ่านมาเปิดตัวโรงเรียน Mill Hill International School ปีนี้ยังเปิดตัว Community Mall อย่าง The Backyard ที่เชียงใหม่ (เปิดให้บริการในเดือน ก.พ. 69) และเตรียมขยายต่อในภาคใต้ ซึ่งคาดว่าการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ๆ เหล่านี้จะเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 เป็นต้นไป
ขณะที่เป้าหมายของปี 2569 เตรียมงบลงทุน 245 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินเพิ่มเติม เป้าหมายยอดขายยังคงการเติบโตที่ 20% ต่อปี คาดว่าปี 69 นี้จะอยู่ที่ 2,949 ล้านบาท โดยจะเปิดตัว 3 โครงการใหม่มูลค่า 2,634 ล้านบาท ได้แก่
ส่วนเรื่อง Backlog ปี 68 อยู่ที่ 3,100 ล้านบาท โดยเป้าหมายปี 2569 ที่ 3,400 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 2,949 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายในปี 68 แต่ถือว่าน้อยลงกว่ายอดขายจริงของปีที่ผ่านมาที่ทำได้ราว 3,500 ล้านบาท)
แม้ตลาดอสังหาฯ จะมีปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายสูง อรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ORN เล่าให้ฟังว่า เราเคยคิดว่า การสร้างบ้านขายแล้วค่อยให้ส่วนลดค่าเทอม จะช่วยเพิ่มลูกค้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามพอมีโรงเรียน มี Community Mall ทำให้การขายบ้านง่ายขึ้น
แม้ว่ารายได้จากธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ (นักเรียนตอนนี้ 130 กว่าคน) และ Community Mall อาจไม่ได้เป็นก้อนใหญ่ หรือเติบโตอย่างก้าวกระโดดอาจต้องใช้เวลา 3-5 ปีกว่าจะเห็นรายได้ที่ชัดเจน แต่ทั้งธุรกิจ 2 ส่วนนี้สามารถสร้าง Traffic และสร้างจุดแตกต่างให้คนตัดสินใจซื้อบ้านของ ORN ง่ายขึ้น ซึ่งบริษัทอาจปรับใช้โมเดลนี้กับภูเก็ต สมุย เพิ่มเติม (อยู่ระหว่างการศึกษาที่พัทยา) ส่วนหนึ่งเพราะบริษัทฯ มีฐานลูกค้าต่างชาติมาก (สัดส่วน 58%) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก
ในอนาคตรายได้จากธุรกิจใหม่ๆ จะมีสัดส่วนมากขึ้น อย่างปี 2571 คาดว่าจะมีสัดส่วน 20.2% จากปี 2569 ที่คาดว่ามีสัดส่วนราว 6.9%
ส่วนถ้าถามว่ากำไรจากธุรกิจไหนมากที่สุดนั้น อรรคเดช ตอบไว้ว่า “NP (Net Profit) โรงเรียน เพราะไม่ต้องเสียภาษีนิติบุคคล แต่กว่าโรงเรียนจะมีกำไรชัดเจน ต้องมีปัจจัยพร้อม มีนักเรียนเพียงพอ เช่น ทั้งจำนวนนักเรียน 300 คนคาดว่าจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายบุคลากร”
แต่ต้องยอมรับว่า การรุกขยายธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่ได้สร้างรายได้สูงในช่วงสั้นๆ (เทียบกับบ้านที่ขายแล้วได้เงินเข้ามาเลย) ORN ยังต้องออกหุ้นกู้เพื่อระดมเงินทุนเพิ่มเติม และเพิ่งได้รับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนจากธนาคารพาณิชย์ที่ได้อัตราดอกเบี้ยถูกกว่า ส่วนเรื่องสภาพคล่องยังมีเพียงพอ เพราะโมเดลปัจจุบันมักขายได้ 50% ก่อนเริ่มสร้างโครงการต่างๆ
นอกจากนี้ยังขยายรุกตลาดบ้านมือสองมากขึ้น จากการเป็นพันธมิตรกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ตอนนี้มีการวางมัดจำและซื้อทรัพย์เข้ามาแล้วจำนวน 10 ยูนิต (บ้าน 85% คอนโดฯ 15%) ตอนนี้อยู่ระหว่างการรีโนเวท คาดจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 2/2569
ปรีดิกร เล่าว่า บริษัทฯ มีนโยบายที่ชัดเจนในการสร้างความยั่งยืน และเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาอาคารสีเขียว (Green Building) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งล่าสุดได้รับแต่งตั้งให้เป็น EDGE Champion รายแรกในอสังหาริมทรัพย์ภาคเหนือ และมีใบรับรองในโครงการต่างๆ เช่น Habitat Mahidol, The Next Jed Yod 3 ฯลฯ ที่ผ่านมา บริษัทเริ่มปรับตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ บริหารจัดการขยะในไซต์ก่อสร้างอย่างเป็นระบบ
เลือกวัสดุก่อสร้าง และอื่นๆ ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เพื่อลดอุณหภูมิในตัวบ้านจึงเลือกใช้สีที่สะท้อนความร้อนจากภายนอก และใช้ผนัง Acc Block ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ หรือเพิ่มระบบกรองอากาศทั้งขาเข้าขาออก เป็นต้น
หลังจากนี้ บริษัทฯ เตรียมขยายผลสู่โครงการอื่นๆ โดยตั้งเป้าหมายเชิงรุกที่จะเพิ่มสัดส่วนโครงการใหม่ที่ได้รับมาตรฐานอาคารสีเขียว (EDGE Certified) ให้ไม่น้อยกว่า 80% ของโครงการใหม่ทั้งหมดภายในปี 2570 ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุน Green Finance จากธนาคารกสิกรไทยที่ร่วมกับ IFC สนับสนุนการประเมินอาคารสีเขียวตามมาตรฐาน EDGE อีกด้วย
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney