
ส่องหุ้น “เครื่องประดับ” รับวาเลนไทน์ 2569 Krungthai COMPASS คาดตลาดในประเทศโต 7% สวนภาพรวมอุตสาหกรรม อยากลงทุนหุ้นจิวเวลรี่มีตัวไหนบ้าง
เข้าสู่ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ปี 2569 ซึ่งถือเป็นนาทีทองของสินค้าของขวัญแทนใจอย่างเครื่องประดับและอัญมณี ที่มักกลับมาคึกคักเป็นพิเศษทุกปี ที่คู่รักต่างมองหาของขวัญที่มีคุณค่าเพื่อสื่อความหมายของความรัก และเครื่องประดับโดยเฉพาะทองคำและเพชร ก็มักเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เสมอ
ในมุมของการลงทุน หุ้นที่มักได้รับอานิสงส์จากเทศกาลนี้หนีไม่พ้นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์และของขวัญ อย่างค้าปลีกเครื่องประดับ ทองคำ และเพชร ซึ่งอาจเข้ามาเป็นแรงหนุนสำคัญ
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย ประเมินว่า แม้ภาพรวมรายได้ของอุตสาหกรรมในปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวลดล แต่คาดว่า “ตลาดภายในประเทศ” กลับมีทิศทางโดดเด่นสวนทางภาพใหญ่ โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 7% และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของธุรกิจในปีนี้
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนสอดรับกับธีมวาเลนไทน์แบบนี้ ปัจจุบันในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเครื่องประดับ ทองคำ และเพชร ได้แก่
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่สนใจหุ้นกลุ่มนี้ควรศึกษาข้อมูลเติม และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดประกอบการตัดสินใจ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ระบุว่า แม้ภาพรวมยอดขายตลาดอัญมณีในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 3.99 แสนล้านบาท หดตัวลง 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ราว 4.32 แสนล้านบาท แต่เมื่อเจาะลึกลงไปกลับพบว่า "ตลาดในประเทศ" กำลังกลายเป็นพระเอกขี่ม้าขาวที่เติบโตสวนกระแสได้อย่างโดดเด่นที่ระดับ 7.0% มาอยู่ที่ 9.19 หมื่นล้านบาทในปีนี้
แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ตลาดค้าปลีกในประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 25% ของตลาดรวม ยังคงไปต่อได้นั้น มาจากปัจจัยด้านราคาเป็นหลัก
โดยมีการคาดการณ์ว่าราคาทองคำเฉลี่ยในปี 2569 จะพุ่งทะยานทำสถิติใหม่ที่ระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ปรับตัวสูงขึ้นจากค่าเฉลี่ย 3,373 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในปีที่ผ่านมา
ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงให้มูลค่ายอดขายในรูปตัวเงินปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าในแง่ปริมาณการขายจริงอาจจะลดลงบ้างจากกำลังซื้อที่ระมัดระวัง
แต่ก็ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยถึง 34.5 ล้านคนในปีนี้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง JUBILE ก็มีการเตรียมออกโปรโมชั่นการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาลเพื่อพยุงรายได้ไว้อีกทางหนึ่งด้วย
ในขณะที่ตลาดในบ้านกำลังสดใส ภาคการส่งออกซึ่งกินสัดส่วนถึง 75% ของรายได้อุตสาหกรรมรวมกลับต้องเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ โดยคาดว่าจะหดตัวรุนแรงถึง 11.2% ในปี 2569 และหดตัว 3% ในปี 2570
ปัจจัยลบสำคัญมาจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ หรือ Reciprocal Tariffs ที่มีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยเป็น 19% เต็มปี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขัน
นอกจากนี้ ผู้ส่งออกยังต้องรับมือกับความผันผวนของค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับปี 2567 ทำให้รายได้ในรูปเงินบาทลดลงเมื่อแปลงกลับมาจากเงินตราต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางวิกฤตและความท้าทาย ผู้ประกอบการเริ่มมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยมุ่งเน้นไปที่เทรนด์ความยั่งยืนและสินค้านวัตกรรมอย่าง "เพชรสังเคราะห์" (Lab-grown Diamond)
ซึ่งจะเป็นหนึ่งใน Segment ที่มีโอกาสเติบโตเฉลี่ยราว 8.8% ต่อปี (CAGR) จาก 1.89 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 เป็น 3.40 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573 จาก
1.ความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีช่วยให้กระบวนการผลิตมีคุณภาพสูงข้ึน ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงแล้วกว่า 90% จากช่วงเริ่มต้นในปี 2551 ส่งผลให้อัตรากาไร ขายปลีกมีแนวโน้มเพิ่มข้ึน
2. ความคุ้มค่าด้านราคาที่มีความย่อมเยากว่าโดยเพชรสังเคราะห์มีราคาถูกกว่าเพชรเหมือง 60-95%
3. ทัศนคติของคคนรุ่นใหม่ที่มองว่าเป็นทางเลือกที่เป็นไปตามสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
ที่มา : Krungthai COMPASS
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้