
JMART รายงานงบปี 2568 พลิกขาดทุนสุทธิ 161.8 ล้านบาทโดยถูกกดดันอย่างหนักจากรายการขาดทุนทางบัญชีจำนวนมากส่งผลให้เปิดตลาดหุ้นเช้านี้ราคาลดลง 0.35 บาทหรือ -4.58% มาอยู่ที่ 7.30 บาท
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น JMART รายงานงบปี 2568 พลิกขาดทุนสุทธิ 161.8 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 1,140.8 ล้านบาท ผลประกอบการถูกกดดันอย่างหนักจากรายการขาดทุนทางบัญชีจำนวนมาก
โดยเฉพาะการปรับมูลค่ายุติธรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนสูงถึง 569 ล้านบาท รวมถึงการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) เพิ่มขึ้นในธุรกิจบริหารหนี้ ขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมชะลอตัวลง โดยเฉพาะ “สุกี้ตี๋น้อย” ที่รับรู้กำไรเหลือ 258 ล้านบาท ลดลง 26% จากปีก่อน
ส่งผลให้เปิดตลาดหุ้นเช้านี้ (12 ก.พ.69) ราคาหุ้น JMART ณ เวลา 10.11 น. อยู่ที่ 7.30 บาท ลดลง 0.35 บาท หรือลดลง -4.58%
สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 15,402.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า แรงหนุนหลักมาจากธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือที่มียอดขายเติบโตจากการขยาย Jaymart Network ที่ครอบคลุมและการใช้กลยุทธ์จำหน่ายมือถือพร้อมสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม บริษัทขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 161.8 ล้านบาท ลดลง 114.2% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 1,140.8 ล้านบาท
โดยผลประกอบการที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญมีสาเหตุหลักจากรายการพิเศษทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด (Non-cash item) หลายรายการ โดยเฉพาะธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพที่จัดเก็บกระแสเงินสดได้ลดลง ส่งผลให้บริษัทต้องตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีการบันทึกขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน จำนวน 569.3 ล้านบาท รวมถึงขาดทุนจากการด้อยค่าของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ จำนวน 114.1 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากสินทรัพย์ทางการเงิน (Mark to Market) จำนวน 104.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการวัดมูลค่ายุติธรรมตามราคาตลาดของเงินลงทุน ณ วันสิ้นงวด โดยบริษัทฯ ย้ำว่ารายการดังกล่าวเป็นเพียงการบันทึกทางบัญชี และไม่กระทบต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานโดยตรง
ในส่วนของเงินลงทุน บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้า (Joint Ventures) ลดลงอย่างหนัก โดยทำได้เพียง 204.4 ล้านบาท ลดลงถึง 55.9% จากปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจาก บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด (JK AMC) มีการตั้งสำรองหนี้เสีย (ECL) เพิ่มขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งกำไรลดลง
สำหรับ "สุกี้ตี๋น้อย" ภายใต้ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่ง JMART ถือหุ้น 30% ในปี 2568 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 258 ล้านบาท จากปีก่อน 350.7 ล้านบาท หรือลดลง 26.43%
โดย ณ สิ้นปี 2568 สุกี้ตี๋น้อยมีสาขารวม 103 สาขา (รวมแบรนด์ใหม่ Teenoi BBQ และ Teenoi Gold) ทั้งนี้ บริษัทเป็นพันธมิตรทางการค้าที่ดีกับสุกี้ตี๋น้อย ในด้านต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกันในอนาคต
เมื่อเจาะลึกถึงผลการดำเนินงานรายธุรกิจของกลุ่มเจมาร์ท ซึ่งวางโครงสร้างแบบ Ecosystem ครอบคลุมทั้งค้าปลีก การเงิน และอสังหาริมทรัพย์ จะพบภาพรวมที่สวนทางกันอย่างชัดเจนในปี 2568 ดังนี้
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้