JMART ปี 68 พลิกขาดทุน 161.8 ล้าน แบกขาดทุนทางบัญชีอ่วม ส่วนแบ่งกำไร “สุกี้ตี๋น้อย” วูบ 26%

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

JMART ปี 68 พลิกขาดทุน 161.8 ล้าน แบกขาดทุนทางบัญชีอ่วม ส่วนแบ่งกำไร “สุกี้ตี๋น้อย” วูบ 26%

Date Time: 12 ก.พ. 2569 10:42 น.

Video

เทรนด์รถไทย 2026 ไฮบริด vs EV เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ? | Money Issue EP.42

Summary

JMART รายงานงบปี 2568 พลิกขาดทุนสุทธิ 161.8 ล้านบาทโดยถูกกดดันอย่างหนักจากรายการขาดทุนทางบัญชีจำนวนมากส่งผลให้เปิดตลาดหุ้นเช้านี้ราคาลดลง 0.35 บาทหรือ -4.58% มาอยู่ที่ 7.30 บาท 

Latest


บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น JMART รายงานงบปี 2568 พลิกขาดทุนสุทธิ 161.8 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 1,140.8 ล้านบาท ผลประกอบการถูกกดดันอย่างหนักจากรายการขาดทุนทางบัญชีจำนวนมาก

โดยเฉพาะการปรับมูลค่ายุติธรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนสูงถึง 569 ล้านบาท รวมถึงการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) เพิ่มขึ้นในธุรกิจบริหารหนี้ ขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมชะลอตัวลง โดยเฉพาะ “สุกี้ตี๋น้อย” ที่รับรู้กำไรเหลือ 258 ล้านบาท ลดลง 26% จากปีก่อน

ส่งผลให้เปิดตลาดหุ้นเช้านี้ (12 ก.พ.69) ราคาหุ้น JMART ณ เวลา 10.11 น. อยู่ที่ 7.30 บาท ลดลง 0.35 บาท หรือลดลง -4.58%


รายได้โตสวนทางกำไร แบกขาดทุนทางบัญชีอ่วม

สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 15,402.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า แรงหนุนหลักมาจากธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือที่มียอดขายเติบโตจากการขยาย Jaymart Network ที่ครอบคลุมและการใช้กลยุทธ์จำหน่ายมือถือพร้อมสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม บริษัทขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 161.8 ล้านบาท ลดลง 114.2% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 1,140.8 ล้านบาท

โดยผลประกอบการที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญมีสาเหตุหลักจากรายการพิเศษทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด (Non-cash item) หลายรายการ โดยเฉพาะธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพที่จัดเก็บกระแสเงินสดได้ลดลง ส่งผลให้บริษัทต้องตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีการบันทึกขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน จำนวน 569.3 ล้านบาท รวมถึงขาดทุนจากการด้อยค่าของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ จำนวน 114.1 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากสินทรัพย์ทางการเงิน (Mark to Market) จำนวน 104.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการวัดมูลค่ายุติธรรมตามราคาตลาดของเงินลงทุน ณ วันสิ้นงวด โดยบริษัทฯ ย้ำว่ารายการดังกล่าวเป็นเพียงการบันทึกทางบัญชี และไม่กระทบต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานโดยตรง


ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมวูบ - สุกี้ตี๋น้อยส่งกำไรแค่ 258 ล้าน

ในส่วนของเงินลงทุน บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้า (Joint Ventures) ลดลงอย่างหนัก โดยทำได้เพียง 204.4 ล้านบาท ลดลงถึง 55.9% จากปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจาก บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด (JK AMC) มีการตั้งสำรองหนี้เสีย (ECL) เพิ่มขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งกำไรลดลง 

สำหรับ "สุกี้ตี๋น้อย" ภายใต้ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่ง JMART ถือหุ้น 30% ในปี 2568 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 258 ล้านบาท จากปีก่อน 350.7 ล้านบาท หรือลดลง 26.43%

โดย ณ สิ้นปี 2568 สุกี้ตี๋น้อยมีสาขารวม 103 สาขา (รวมแบรนด์ใหม่ Teenoi BBQ และ Teenoi Gold) ทั้งนี้ บริษัทเป็นพันธมิตรทางการค้าที่ดีกับสุกี้ตี๋น้อย ในด้านต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกันในอนาคต


เจาะไส้ในธุรกิจ ‘มือถือ-ประกัน’ ติดปีกรับเทรนด์

เมื่อเจาะลึกถึงผลการดำเนินงานรายธุรกิจของกลุ่มเจมาร์ท ซึ่งวางโครงสร้างแบบ Ecosystem ครอบคลุมทั้งค้าปลีก การเงิน และอสังหาริมทรัพย์ จะพบภาพรวมที่สวนทางกันอย่างชัดเจนในปี 2568 ดังนี้

  • ธุรกิจมือถือ (Jaymart Mobile) โดดเด่นที่สุดในปีนี้ด้วยกำไรสุทธิ 136 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 66% จากปีก่อน ความสำเร็จนี้เกิดจากการขยาย Jaymart Network ที่ครอบคลุมและการใช้กลยุทธ์จำหน่ายมือถือพร้อมสินเชื่อ (Locked Phone) ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าผ่อนชำระได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงวินัยทางการเงินผ่านระบบล็อกเครื่องหากผิดนัดชำระ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงหนี้เสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • ธุรกิจบริหารหนี้ (JMT) แม้จะยังเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรหลักได้ถึง 1,030 ล้านบาท แต่ปรับตัวลดลง 36% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการจัดเก็บกระแสเงินสดที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ต้องตั้งสำรอง (ECL) สูงขึ้นตามหลักความระมัดระวัง อย่างไรก็ดี ในไตรมาส 4/68 เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการจัดเก็บกระแสเงินสดที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และแนวโน้มการตั้งสำรองที่เริ่มลดลง 
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (JAS Asset) รายงานผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 785 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้เกิดจากการ "ปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน" โดยเฉพาะการปรับสมมติฐานระยะเวลาเช่าของศูนย์การค้าชุมชน
  • ธุรกิจประกันภัย (Jaymart Insurance) เติบโตได้ภายใต้การดูแลของ JMT ธุรกิจประกันภัยทำรายได้แตะ 315 ล้านบาท เติบโต 33% โดยได้รับแรงหนุนจากประกันภัยที่พ่วงไปกับสินเชื่อมือถือ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตรา Loss Ratio ต่ำ ช่วยเสริมรายได้ให้กับกลุ่มอย่างมีเสถียรภาพ


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ