สรุปกำไรสุทธิหุ้นกลุ่มเอสซีจี 3 ปีย้อนหลัง ใครรอด ใครร่วง?

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สรุปกำไรสุทธิหุ้นกลุ่มเอสซีจี 3 ปีย้อนหลัง ใครรอด ใครร่วง?

Date Time: 30 ม.ค. 2569 12:56 น.

Video

“ตะวันออกกลาง” ความหวังใหม่ดันรายได้ท่องเที่ยว เปิดอินไซด์จากทริป Etihad สายการบินเชื่อมโลก | BrandStory EP.28

Summary

สรุปกำไรสุทธิ 3 บริษัท กลุ่มเอสซีจี ในตลาดหุ้นไทย 3 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา ใครรอด ใครร่วง?

Latest


ถ้าพูดถึงกลุ่มเอสซีจี (SCG Group) นี่คือหนึ่งในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นับเป็นบททดสอบสำคัญ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ราคาพลังงานผันผวน และวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่


SCC ยักษ์ใหญ่ที่เจอแรงกระแทกจาก “ธุรกิจเคมิคอลส์”

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ในฐานะหัวเรือใหญ่ของกลุ่ม ต้องเผชิญแรงกดดันหนักที่สุด โดยเฉพาะจากธุรกิจเคมิคอลส์ที่ส่วนต่างราคาสินค้าแคบลงต่อเนื่อง ประกอบกับต้นทุนพลังงานและอุปสงค์โลกที่อ่อนแรง ทำให้กำไรหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้

  • กำไรสุทธิปี 2566 อยู่ที่ 25,914.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากปี 2565
  • กำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 6,341.64 ล้านบาท ลดลง 76% จากปี 2566
  • กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 14,075 เพิ่มขึ้น 122% จากปี 2567

ซึ่งปี 2568 บริษัทมีการรับรู้รายการพิเศษที่ไม่เกิดขึ้นประจำราว 16,977 ล้านบาท ทั้งนี้ หากไม่รวมขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจี เคมิคอลส์ (เอสซีจีซี) จำนวน 3,477 ล้านบาท รายการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและธุรกิจและรายการพิเศษจำนวน 4,387 ล้านบาท และกำไรพิเศษข้างต้น จะส่งผลให้กำไรสำหรับงวด Adjusted Earnings อยู่ท่ี 4,962 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 31%


SCGP ยังหนีแรงแข่งขันไม่พ้น

ถัดมาคือ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP แม้จะอยู่ในธุรกิจที่อิงกับการบริโภคและซัพพลายเชนของสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ก็ยังไม่รอดพ้นแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะสินค้านำเข้าราคาต่ำที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด

ทำให้ตัวเลขผลประกอบการสะท้อนว่า แม้ SCGP จะมีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่การรักษามาร์จิ้นในช่วงเศรษฐกิจชะลอ ยังเป็นโจทย์ท้าทาย โดยมีกำไรสุทธิย้อนหลัง 3 ปี ดังนี้

  • กำไรสุทธิปี 2566 อยู่ที่ 5,248.13 ล้านบาท ลดลง 9.50% จากปี 2565
  • กำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 3,699.08 ล้านบาท ลดลง 29.50% จากปี 2566
  • กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 4,069 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2567

ซึ่งปี 2568 ล่าสุดสามารถมีกำไรเติบโตได้ หลักๆ มาจากการปรับปรุงต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (Recovered Paper: RCP) และต้นทุนพลังงานที่ดีขึ้นในทุกประเทศที่ดำเนินธุรกิจ


SCGD ดาวรุ่งโตแรง สวนกระแส

ท่ามกลางภาพกำไรที่หดตัวของธุรกิจหลัก บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD กลับกลายเป็น “ดาวรุ่ง” ของกลุ่ม จากการรวมธุรกิจวัสดุตกแต่งที่อยู่อาศัยในหลายประเทศเข้าด้วยกัน มากกว่าการพึ่งพาเศรษฐกิจไทยเพียงอย่างเดียว และใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตต้นทุนต่ำในภูมิภาค โดยเฉพาะในเวียดนาม ที่บริษัทยกให้เป็น “บ้านหลังที่สอง” ทำให้ผลประกอบการเติบโตอย่างโดดเด่น ดังนี้

  • กำไรสุทธิปี 2566 อยู่ที่ 328 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177% จากปี 2565
  • กำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147% จากปี 2566
  • กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 1,010 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปี 2567


อย่างไรก็ดี อีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตาคือธุรกิจเคมิคอลส์ในเครืออย่าง บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ซึ่งอยู่ระหว่างรอจังหวะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย หากสภาวะตลาดเอื้ออำนวย อาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อโครงสร้างกำไรของกลุ่มเอสซีจีในอนาคต


ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ