
เอสซีจี กางแผนสู้ความท้าทาย หลังตัดธุรกิจไม่ทำกำไร หวังรายได้ทะลุ 5 แสนล้าน ทุ่มงบ 3 หมื่นล้าน ปรับปรุงเครื่องจักร เดินหน้า LSP คาดแล้วเสร็จปี 2570
กลุ่มเอสซีจี กางแผนสู้ศึกปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจ ประกาศเป้ารายได้ทะลุ 5 แสนล้านบาท มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยแม่ทัพใหญ่ "ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม" ส่งสัญญาณพร้อม Transformation องค์กรที่ไม่ใช่เพียงการตัดส่วนธุรกิจที่ไม่ทำกำไร แต่เป็นการอัดฉีดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว เพื่อปรับพอร์ตลุยสินค้าสู่มูลค่าสูง รองรับเมกะเทรนด์โลก
ทั้งนี้ วางงบลงทุน 30,000 ล้านบาท เพื่อรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร และเดินหน้าโครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP ในเวียดนาม เตรียมความพร้อมรับจังหวะเศรษฐกิจฟื้นตัว
ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น SCC ระบุว่า สำหรับทิศทางธุรกิจของเอสซีจีในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 1-3% หรือมากกว่า 500,000 ล้านบาท และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) มากกว่าปี 2568 ที่ทำได้ 55,012 ล้านบาท โดยประเมินว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัว แต่เริ่มเห็นโอกาสจากหลายสัญญาณบวก
เช่น ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง เอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้ง ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังเติบโตต่อเนื่องจากการบริโภคในประเทศของกลุ่มอาเซียนที่ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตและความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามแนวโน้มดีต่อเนื่องเอื้อต่อการลงทุน และขยายตลาด
ทั้งนี้ วางงบลงทุนรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นงบสำหรับการบำรุงรักษาและปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรประมาณ 1 ใน 3 ส่วนที่เหลือจะใช้สำหรับโครงการต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการปิโตรเคมีครบวงจร Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 และโครงการด้านการประหยัดพลังงาน
ในส่วนของธุรกิจปิโตรเคมี แม้ส่วนต่างราคา (Spread) จะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่บริษัทตัดสินใจเดินเครื่องจักร LSP ต่อเนื่องเพื่อรักษาฐานลูกค้า ทดสอบระบบ และพัฒนาทักษะพนักงานให้พร้อม ซึ่งถือว่าดีกว่าการหยุดผลิต
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำเรื่องการ Transformation ว่าจะไม่ใช่เพียงแค่การปิดกิจการที่ไม่ทำกำไร แต่จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และนำเทคโนโลยีมาใช้ได้คุ้มค่า
ธรรมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในแผนการตัดส่วนธุรกิจที่ไม่ทำกำไร (Non-performing) หรือธุรกิจที่ขาดทุนและไม่ใช่ยุทธศาสตร์หลักซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ถือว่าดำเนินการไปจนเกือบครบถ้วนแล้วตามแผนที่วางไว้
โดยทิศทางต่อจากนี้จะไม่ใช่การปิดกิจการในลักษณะที่หายไปเลย แต่จะยกระดับสู่การ "ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ" ด้วยการควบรวมฐานการผลิตโรงงานย่อยๆ ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นการบริหารจัดการสินทรัพย์ โดยพิจารณาคัดเลือกสินทรัพย์บางส่วนที่มีความสำคัญในพอร์ตโฟลิโอน้อยกว่าเพื่อแปลงเป็นเงินสด นำมาใช้ลงทุนในโครงการสำคัญ อย่างการปรับปรุงโรงงานปิโตรเคมี LSP วงเงินประมาณ 16,000 ล้านบาทในช่วง 3 ปีนี้ ให้สามารถเดินหน้าได้แข็งแกร่งโดยไม่ต้องก่อหนี้สินเพิ่ม
สำหรับกลยุทธ์เร่งเครื่องขีดความสามารถของธุรกิจต่าง ๆ ในปี 2569 ได้แก่
1.ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง สำหรับ เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูซันส์, เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ เอสซีจี ดิสทริบิวชั้นแอนด์รีเทล ลุยเสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุนด้วยพลังงานหมุนเวียน เชื้อเพลิงทดแทน และ AI ในการผลิตและบริการ พัฒนาเทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำและคอนกรีตสมรรถนะสูง ปรับพอร์ตสินค้ามูลค่าสูง (SVP-HVA-Green) เพื่อรองรับเทรนด์ Net Zero
พร้อมขยายบริการซ่อมแซม ต่อเติม และโซลูชันประหยัดพลังงาน ปรับกลยุทธ์การจำหน่ายโดยใช้เครือข่ายค้าส่งทั่วประเทศ เปลี่ยนค้าปลีกสู่ Localization และยกระดับระบบโลจิสติกส์
ส่วนธุรกิจภายใต้บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD จะเน้นลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มกำลังผลิตกระเบื้องเกรซพอร์ชเลน รุกตลาดเวียดนามและส่งออก รองรับการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ
2.บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC เน้นลงทุนโครงการเมืองและโครงสร้างพื้นฐานในเวียดนาม เดินหน้าโครงการ LSP เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและบริหารต้นทุน พัฒนาความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบ พร้อมเพิ่มสัดส่วนสินค้า HVA มากกว่า 60% ขยายสินค้า Green Polymers และโซลูชันอุตสาหกรรม ลดความผันผวนระยะยาว และปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกลยุทธ์
3.บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ขับเคลื่อนการเติบโตและกำไรผ่าน M&P การขยายธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรในเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย ลงทุนบรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมโยงผู้บริโภค นำ Robot, Cobot และระบบอัตโนมัติมาใช้ ลดต้นทุน ยกระดับโซลูชันครบวงจร พร้อมพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
4.บริษัท เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ จำกัด เร่งโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพโครงการที่เดินเครื่องแล้ว เสริมความร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตร พัฒนาโซลูชันพลังงานสะอาดที่คุ้มค่า ต่อเนื่องการพัฒนา Smart Grid Platform ด้วย Generative AI รองรับ Direct PPA และพัฒนา Heat Battery เชิงพาณิชย์ เพื่อลดต้นทุนและใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม
"แม้ปี 2569 ยังมีความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและไทย แต่เอสซีจีจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของทุกธุรกิจ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย และหาโอกาสเติบโตใหม่ๆ มั่นใจว่าเรา "เข้มข้น - เข้มแข็ง - เสริมแกร่ง - เอาอยู่" ธรรมศักดิ์ กล่าวปิดท้าย
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้