ส่องกำไรกลุ่มธนาคาร ปี 2568 KBANK แชมป์กำไรมากสุด 2 ปีซ้อน

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ส่องกำไรกลุ่มธนาคาร ปี 2568 KBANK แชมป์กำไรมากสุด 2 ปีซ้อน

Date Time: 23 ม.ค. 2569 10:04 น.

Video

บุกโรงงานขนม “นมแท่ง”  ไพบูลย์​ โปรดักส์  ธุรกิจที่เริ่มด้วยเงินทุน 8 หมื่นบาท I On The Rise EP.24

Summary

ส่องผลประกอบการประจำปี 2568 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญความท้าทายรอบด้าน และทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มเป็นขาลง พบ KBANK แชมป์กำไรมากสุด 2 ปีซ้อน

Latest


ผ่านไปแล้วกับการประกาศผลประกอบการประจำปี 2568 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์  ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญความท้าทายรอบด้าน และทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มเป็นขาลง ซึ่งถือเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไรและการบริหารจัดการส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของทั้งอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผลการดำเนินงานยังสะท้อนความแข็งแกร่งของระบบสถาบันการเงินไทย โดยธนาคารส่วนใหญ่ปรับกลยุทธ์เน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง คัดกรองคุณภาพลูกค้ามากกว่าเน้นปริมาณสินเชื่อ พร้อมทั้งบริหารจัดการต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่าย ส่งผลให้หลายแห่งยังสามารถประคองตัวและสร้างการเติบโตของกำไรได้


ส่องกำไรธนาคารพาณิชย์ปี 2568


1. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK

  • กำไรสุทธิ 49,565 ล้านบาท ลดลง -0.08% จากปีก่อน
  • หนี้เสีย (NPL) 93,533 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.56% จากปีก่อน คิดเป็น NPL ratio อยู่ที่ 3.20%
  • ตั้งสำรอง 40,312 ล้านบาท ลดลง -14.69% จากปีก่อน

2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB

  • กำไรสุทธิ 48,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +4.50% จากปีก่อน
  • หนี้เสีย (NPL) 92,911 ล้านบาท ลดลง -2.26% จากปีก่อน คิดเป็น NPL ratio อยู่ที่ 2.90%
  • ตั้งสำรอง 30,760 ล้านบาท ลดลง -1.00% จากปีก่อน

3. บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB

  • กำไรสุทธิ 47,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +8.10% จากปีก่อน
  • หนี้เสีย (NPL): 96,165 ล้านบาท ลดลง -1.50% จากปีก่อน คิดเป็น NPL ratio อยู่ที่ 3.29%
  • ตั้งสำรอง: 41,469 ล้านบาท ลดลง -2.60% จากปีก่อน

4. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL

  • กำไรสุทธิ 46,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.80% จากปีก่อน
  • หนี้เสีย (NPL) 94,664 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +10.29% จากปีก่อน คิดเป็น NPL ratio อยู่ที่ 3.00%
  • ตั้งสำรอง 36,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +3.80% จากปีก่อน

5. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY

  • กำไรสุทธิ 31,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +6.91% จากปีก่อน
  • หนี้เสีย (NPL) 73,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.06% จากปีก่อน คิดเป็น NPL ratio อยู่ที่ 3.26%
  • ตั้งสำรอง 43,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +4.41% จากปีก่อน

6. ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB

  • กำไรสุทธิ 20,639 ล้านบาท ลดลง -1.86% จากปีก่อน
  • หนี้เสีย (NPL) 39,066 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.23% จากปีก่อน คิดเป็น NPL ratio อยู่ที่ 2.87%
  • ตั้งสำรอง 16,485 ล้านบาท ลดลง -17.00% จากปีก่อน

7. บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO

  • กำไรสุทธิ 6,658.9 ล้านบาท ลดลง -3.50% จากปีก่อน
  • หนี้เสีย (NPL) 5,371.31 ล้านบาท ลดลง -1.70% จากปีก่อน คิดเป็น NPL ratio อยู่ที่ 2.28%
  • ตั้งสำรอง 2,340.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +70.10% จากปีก่อน

8. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP

  • กำไรสุทธิ 5,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +17.50% จากปีก่อน
  • หนี้เสีย (NPL) 15,133 ล้านบาท ลดลง -5.27% จากปีก่อน คิดเป็น NPL ratio อยู่ที่ 4.40%
  • ตั้งสำรอง: 3,693 ล้านบาท ลดลง -7.10% จากปีก่อน

9. ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT

  • กำไรสุทธิ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +10.80% จากปีก่อน
  • หนี้เสีย (NPL) 7,643.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +5.75% จากปีก่อน คิดเป็น NPL ratio อยู่ที่ 4.20%
  • ตั้งสำรอง 3,303.5 ล้านบาท ลดลง -22.30% จากปีก่อน

10. บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG

  • กำไรสุทธิ 2,885.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +41.00% จากปีก่อน
  • หนี้เสีย (NPL) 8,146.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +20.40% จากปีก่อน คิดเป็น NPL ratio อยู่ที่ 2.44%
  • ตั้งสำรอง 666.6 ล้านบาท ลดลง -49.90% จากปีก่อน

11. ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT

  • กำไรสุทธิ 2,257.3 ล้านบาท ลดลง -20.90% จากปีก่อน
  • หนี้เสีย (NPL) 5,200 ล้านบาท ลดลง -22.39% จากปีก่อน คิดเป็น NPL ratio อยู่ที่ 2.20%
  • ตั้งสำรอง 8,800 ล้านบาท ลดลง -2.22% จากปีก่อน


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ