
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น SCB ประกาศมีกําไรสุทธิอยู่ที่ 47,488 ล้านบาทในปี 2568 เพิ่มขึ้น 8.1% ทั้งจากพอร์ตการลงทุนของธนาคารและ SCB 10X ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ยังท้าทาย
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น SCB ประกาศมีกําไรสุทธิอยู่ที่ 47,488 ล้านบาทในปี 2568 เพิ่มขึ้น 8.1% ทั้งจากพอร์ตการลงทุนของธนาคารและ SCB 10X ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ยังท้าทาย
พร้อมเปิดแผนปี 2569 เตรียมลุยธุรกิจธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) มุ่งใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นหัวใจหลักในการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น SCB รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทมีกําไรสุทธิอยู่ที่ 47,488 ล้านบาทในปี 2568 เพิ่มขึ้น 8.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมการดําเนินงานที่ท้าทาย
การเติบโตดังกล่าวเกิดจากกําไรจากการลงทุนที่แข็งแกร่ง ทั้งจากพอร์ตการลงทุนของธนาคารและ SCB 10X ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพและสภาวะตลาดที่เอื้ออํานวย
ขณะเดียวกัน รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคงยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรง สนับสนุนอย่างมีนัยสําคัญจากการปรับโครงสร้างองค์กรเชิงกลยุทธ์และการนําเครื่องมือให้คําแนะนําที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้ ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ ควบคู่กับภาวะตลาดที่เอื้ออํานวย
ในทางกลับกัน รายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันภัยปรับตัวอ่อนลง สะท้อนผลจากกลยุทธ์การบริหารสินเชื่ออย่าง ระมัดระวังของธนาคาร ประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่ายยังช่วยสนับสนุนผลการดําเนินงาน
โดยมีอัตราส่วน ค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 40.5% ซึ่งดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้สําหรับปี 2568 ปัจจัยเหล่านี้ช่วยชดเชยผลกระทบ บางส่วนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง ซึ่งถูกกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่ลดลง และการเติบโตของสินเชื่อที่ลดลง
สำหรับปริมาณสินเชื่อโดยรวมลดลง 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยปรับลดลงจากทั้งธุรกิจ Gen 1 และ Gen 2 สะท้อนถึงแนวทางที่รอบคอบของบริษัทในการรักษาคุณภาพสินเชื่อท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา
การเติบโตยังคงเป็นไปอย่างคัดสรร โดยให้ความสําคัญกับผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยงมากกว่าการขยายตัวของสินเชื่อ บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ของตลาดอย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อ เมื่อสภาวะตลาดเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นและมีโอกาสใหม่เกิดขึ้น
เมื่อมองไปข้างหน้า บริษัทคาดว่าความต้องการสินเชื่อจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตแบบเจาะจงในกลุ่มที่มีศักยภาพสูง โดย ยังคงรักษาวินัยด้านการควบคุมความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
คุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยมีอัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 3.29% เทียบกับ 3.37% ในปี 2567 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ที่ดีขึ้น
และมาตรการเชิงรุกอย่างเช่น "คุณสู้ เราช่วย" สําหรับสินเชื่อด้อยคุณภาพที่เกิดใหม่อยู่ในระดับทรงตัว ซึ่งเน้นย้ำถึงประสิทธิผลของกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงของบริษัท การปรับปรุงกระบวนการติดตามหนี้ ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และ โครงการช่วยเหลือลูกค้า ยังคงดําเนินการอยู่เพื่อบรรเทาความเสี่ยงด้านเครดิตและรักษาคุณภาพสินทรัพย์โดยรวม
สอดคล้องกับนโยบายการตั้งสํารองอย่างรอบคอบ บริษัทได้ตั้งสํารองเพิ่มเติมผ่านการประมาณการโดยผู้บริหาร (Management Overlay) จํานวน 4,500 ล้านบาทในปี 2568 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ณ สิ้นเดือนธันวำคม 2568 สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) ลดลง 1.5% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1.0% จากไตรมาสก่อน เป็นจำนวน 9.62 หมื่นล้านบาท โดยที่สินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่เกิดจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
ในขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่มาจากบริษัท AutoX และบางส่วนจากสินเชื่อเคหะ อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 3.29% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 จาก 3.37% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567
อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2568 เป็นอีกปีหนึ่งที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากหลายมิติ SCBX ได้ดําเนินธุรกิจโดยเน้นการสร้างความแข็งแกร่งภายใน บริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างรัดกุมท่ามกลางความผันผวน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจสําคัญ เพื่อวางรากฐานสู่วิสัยทัศน์ระยะยาว ในการเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการเงินชั้นนําของประเทศไทย
พร้อมก้าวสู่ปี 2569 ด้วยทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย และการ ยกระดับประสบการณ์การบริการให้แก่ลูกค้า เราจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในทุกกลุ่ม ยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดําเนินงานและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเรายังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างสมดุลทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ
นอกจากนี้ กําลังเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสําหรับธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) เพื่อรองรับการเปิดดําเนินการ ตามแผนที่วางไว้ โดยมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมด้านข้อมูลเพื่อขยายโอกาสให้กลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการธนาคาร (Financial Inclusion) ซึ่งจะเป็นกลไกสําคัญในการลดความเหลื่อ หลื่อมล้ําและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเงินดิจิทัลของไทยอย่างยั่งยืน
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้