
BBL ประกาศงบปี 2568 กำไรสุทธิ 46,007 ล้านบาท เติบโต 1.8% จากการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้วยการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ ให้สามารถเข้ามาชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงตามทิศทางดอกเบี้ย-สินเชื่อชะลอ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL โชว์แกร่งต้านกระแสเศรษฐกิจผันผวน ประกาศงบปี 2568 กวาดกำไรสุทธิ 46,007 ล้านบาท เติบโต 1.8% จากปีก่อน โดยปัจจัยบวกสำคัญมาจากการบริหารจัดการสินทรัพย์ ด้วยการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ ให้สามารถเข้ามาชดเชยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่อ่อนตัวลงตามทิศทางดอกเบี้ย และการชะลอตัวของสินเชื่อ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า สําหรับปี 2568 มีกําไรสุทธิจํานวน 46,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากปีก่อน ภายใต้ความไม่แน่นอนหลายด้าน
ธนาคารมีรายได้รวมจากการดําเนินงานเพิ่มขึ้น จากการบริหารจัดการสินทรัพย์ ด้วยการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงและมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.75% ซึ่งเป็นไปตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการชะลอตัวของเงินให้สินเชื่อ
ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากกําไรสุทธิ จากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน และกําไรจากเงินลงทุน โดยรายได้ค่าธรรมเนียม และบริการสุทธิลดลงเล็กน้อยจากบริการธุรกรรมผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม
ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพในการดําเนินงาน เพื่อสร้างความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต พร้อมทั้งให้ความสําคัญกับการบริหาร ค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดําเนินงานอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 48.4% สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการดําเนินงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย
นอกจากนี้ จากการตั้งสํารองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ธนาคารมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 ลดลงจากไตรมาสก่อน และสําหรับปี 2568 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีจํานวน 36,147 ล้านบาท
ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดําเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพ ฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจํานวน 2,608,286 ล้านบาท ลดลง 3.2% จากสิ้นปีก่อน โดยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ยังคงเติบโต สําหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวม อยู่ที่ 3.0% ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 324.1% เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสํารองด้วยความระมัดระวัง และรอบคอบอย่างต่อเนื่อง
ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 จํานวน 3,196,284 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 81.6%ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ 21.8% 17.2% และ 17.2% ตามลําดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้