BH เปิดแผนพลิกวิกฤติ “โรคอ้วน” ไทย สู่โอกาสธุรกิจ ย้ำยกเลิกประกันเหมาจ่ายไม่กระทบ

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

BH เปิดแผนพลิกวิกฤติ “โรคอ้วน” ไทย สู่โอกาสธุรกิจ ย้ำยกเลิกประกันเหมาจ่ายไม่กระทบ

Date Time: 20 ม.ค. 2569 17:52 น.

Video

อวสานกองเอกสารหุ้น! รู้จัก TSD e-Document สมัครฟรี! ยุคนี้ใครไม่มี ระวังเอาต์ | Money Issue EP.40

Summary

วิกฤติคนไทยอ้วน เสี่ยงทุบ GDP! โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พลิกวิกฤติปั้น VitalLife ดัน S-Curve ใหม่ ยันปม Copay กระทบน้อย ราคาหุ้นฟื้นตัวรับความเชื่อมั่นแล้ว

Latest


ในยุคที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน อีกปัจจัยเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้คือ “วิกฤติความอ้วน” ล่าสุด บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH เปิดข้อมูลน่าตกใจว่าคนไทยเกือบ 50% กำลังเผชิญภาวะน้ำหนักเกิน

ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาสุขภาพคนไทยเ ท่านั้น แต่เป็นระเบิดเวลาที่กัดกิน GDP และอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 5.6 ล้านล้านบาท หากไม่รีบแก้ไข นี่คือโจทย์ใหญ่ที่กระทบโครงสร้างประเทศโดยตรง

แต่ในวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ งานนี้แม่ทัพใหญ่อย่าง ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ซีอีโอ BH จึงวางหมากเดินหน้าปั้นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ VitalLife ให้เป็นหัวหอกสำคัญ เพื่อเปลี่ยนวิกฤติการดูแลสุขภาพนี้ ให้กลายเป็น S-Curve ตัวใหม่ที่น่าจับตามอง

ส่วนประเด็นความกังวลเรื่องประกัน “Copay” ที่นักลงทุนหลายคนกังวลกันอยู่ ผู้บริหาร ก็ยืนยันชัดว่ากระทบน้อยมาก เพราะมีการกระจายความเสี่ยงฐานลูกค้าที่ดี ซึ่งก็สะท้อนความเชื่อมั่นได้ชัดเจนจากราคาหุ้นที่ปรับตัวกลับขึ้นไปแล้ว


เจาะลึกความเสียหาย เมื่อ “ความอ้วน” กัดกิน GDP

จากการประเมินร่วมกันขององค์การอนามัยโลก (WHO) และ World Obesity Federation (WOF) ชี้ให้เห็นถึงตัวเลขความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากภาวะโรคอ้วนของไทย

โดยในปี 2562 เพียงปีเดียว ประเทศไทยสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจไปแล้วถึง 8.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 256,370 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.5% ของ GDP หรือเฉลี่ยความเสียหายอยู่ที่ 4,000 บาทต่อคน

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือแนวโน้มในอนาคต รายงานคาดการณ์ว่าหากไม่มีการเร่งจัดการปัญหานี้ ภายในปี 2603 (อีก 34 ปีข้างหน้า) ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะทวีความรุนแรงขึ้นถึง 22 เท่า จากฐานปี 2562

โดยมูลค่าความเสียหายอาจพุ่งแตะระดับ 180.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.6 ล้านล้านบาท ซึ่งจะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 5.6% ของ GDP ไทยในอนาคต

ความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนี้ ประเมินจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโดยตรง และค่าใช้จ่ายทางอ้อมจากความสูญเสียของประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง การขาดงาน การทำงานได้ไม่เต็มที่ จนถึงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งกระทบต่อศักยภาพการเติบโตของประเทศโดยตรง


เจาะตลาด Wellness ดัน VitalLife แตะ 2 พันล้าน

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้สะท้อนภาพสถานการณ์ปัจจุบันโดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสูงถึง 42.4% ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์โลกที่คาดว่าภายในปี 2573 ประชากรโลกกว่า 1,000 ล้านคนจะประสบปัญหาภาวะอ้วน

ทั้งนี้ การมีน้ำหนักเกินมาตรฐานไม่ใช่เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็น “ประตูสู่โรคร้าย” ที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันพอกตับ และมะเร็งบางชนิด

เพื่อรับมือกับวิกฤติดังกล่าว การจัดการเรื่องน้ำหนักจึงไม่ใช่แค่เทรนด์ความงาม แต่เป็นวาระเร่งด่วนทางสุขภาพ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงได้วางแนวทางการดูแลรักษาแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและยั่งยืน ผ่านทีมแพทย์เฉพาะทางและสหสาขาวิชาชีพ

จุดเด่นสำคัญคือการนำนวัตกรรมทางการแพทย์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา เช่น นวัตกรรมส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร  การใช้ยาควบคู่การปรับพฤติกรรม การออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เป็นต้น

ดร.อาทิรัตน์ กล่าวอีกว่า ในด้านโอกาสทางธุรกิจจากเทรนด์ Well-being และการลดน้ำหนัก บำรุงราษฎร์ได้วางกลยุทธ์บูรณาการศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (VitalLife) เข้ากับโรงพยาบาลอย่างไร้รอยต่อ โดยเน้นการดูแลแบบองค์รวมทั้งการปรับไลฟ์สไตล์ โภชนาการ และการตรวจ เพื่อส่งต่อการรักษาที่เหมาะสม

เทรนด์ Well-being ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง ปัจจุบันธุรกิจในส่วนของ VitalLife สร้างรายได้ระดับพันล้านบาท และมีเป้าหมายที่จะขยับขึ้นไปแตะระดับ 2,000 ล้านบาท โดยเน้นคุณภาพมาตรฐานระดับโลกเพื่อดึงดูด Wellness Tourism เข้าสู่ประเทศไทย


เคลียร์ชัดปม “ประกัน” กระทบจำกัด ราคาหุ้นสะท้อนความเชื่อมั่น

สำหรับประเด็นความกังวลเรื่องเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบร่วมจ่าย หรือ “Co-payment” ที่อาจกระทบกลุ่มโรงพยาบาล ดร.อาทิรัตน์ และทีมผู้บริหาร ให้ความมั่นใจว่า ผลกระทบต่อ BH มีน้อยมากอย่างไม่มีนัยสำคัญ เนื่องจากสัดส่วนลูกค้าประกันของโรงพยาบาลมีอยู่ไม่เกิน 30% ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็นประกันต่างชาติครึ่งหนึ่งและประกันไทยครึ่งหนึ่ง ทำให้มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี

ทั้งนี้ ผู้บริหารชี้ให้เห็นว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงที่มีข่าวระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้นราคาหุ้นก็ได้ดีดตัวกลับขึ้นมาสู่ระดับเดิมภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่าพื้นฐานธุรกิจยังคงแข็งแกร่งและนักลงทุนมีความเชื่อมั่น

ส่วนแนวโน้มผลประกอบการ แม้ไตรมาส 1 จะมีปัจจัยด้านฤดูกาล (Seasonal effect) เช่น ช่วงรอมฎอน แต่ภาพรวมผู้ป่วยต่างชาติไม่ได้ลดลง และยังมีปัจจัยบวกที่รออยู่จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยกลุ่มตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความคาดหวังในการลงนาม MOU ระหว่างรัฐบาลไทยและซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการกลับมาของผู้ป่วยชาวคูเวตหลังสถานการณ์ภายในประเทศเริ่มคลี่คลายด้วย


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ