
ก.ล.ต. เปิดแผนฟื้นเชื่อมั่น ใช้ AI ช่วย ลุยยกระดับบังคับใช้กฎหมาย การันตี TISA เกิดแน่ปีนี้ พร้อมดัน Crypto ETF ย้ำชัด “ทำคนเดียวไม่ได้” ทุกฝ่ายต้องร่วมมือขับเคลื่อนตลาดทุน
ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้านของตลาดทุนไทย ทั้งความเชื่อมั่นที่ยังเปราะบาง ความผันผวนจากปัจจัยโลก ไปจนถึงคำถามต่อประสิทธิภาพการกำกับดูแล “ผู้กำกับ” อย่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
Thairath Money พาเจาะลึกแผนยุทธศาสตร์ในระยะ 3 ปี (2569 – 2571) ภายใต้การนำของ ศ. ดร. พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ซึ่งนับเป็นการสานต่อและยกระดับจากสิ่งเดิมที่วางไว้ โดยยึดหัวใจสำคัญคือ “Building Trust, Powering Growth” หรือการสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนการเติบโตไปพร้อมกัน เพื่อให้ตลาดทุนไทยเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ศ. ดร. พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า สำหรับประเด็นความกังวลเรื่องประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายนั้น ก.ล.ต. มั่นใจว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานให้ดียิ่งขึ้นไปอีกแบบ “ดีได้อีก” โดยให้ความสำคัญกับการทุ่มเททรัพยากรและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AI เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน
ทั้งนี้ ก.ล.ต. พร้อมน้อมรับทุกความคาดหวังโดยไม่โต้แย้ง แต่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายนั้น ดำเนินงานในลักษณะ Value Chain ที่ต้องอาศัยการประสานงานกับหลายภาคส่วน ซึ่งมีความท้าทายในทุกระดับขั้นตอน ดังนั้น เราพร้อมจะเรียนรู้และพัฒนาเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านี้ให้ได้
สำหรับในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี (2569 – 2571) สำนักงาน ก.ล.ต. โฟกัสใน 3 เรื่องหลัก (3Ts) ได้แก่
1. Tie การเชื่อมโยงกับสิ่งที่ทำมาแล้ว อะไรดีก็สานต่อ อะไรเป็นอุปสรรคต้องรีบแก้ พร้อมเน้นย้ำว่าจะต้องเดินหน้าต่อในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ที่ต้อง “รวดเร็ว รัดกุม และไม่เลือกปฏิบัติ” ซึ่งสะท้อนการทำงานเชิงรุกในปี 2568 ที่ผ่านมา มีสถิติการบังคับใช้กฎหมายถึง 170 คดี มีผู้กระทำผิดรวม 409 ราย
ทั้งนี้ มีการถอดบทเรียนจากเคสใหญ่อย่าง MORE และ STARK นำมาสู่มาตรการที่เป็นรูปธรรม เช่น การปรับปรุงเกณฑ์ NVDR ให้ซื้อขายได้เฉพาะต่างชาติ และการผลักดัน Securities Bureau เพื่อให้มีข้อมูลหลักประกันที่เพียงพอในการป้องกันความเสี่ยง
2. Trends จากความท้าทายจากภายนอก ทั้งกระแสเทคโนโลยี ความยั่งยืน และสังคมสูงวัย แม้ตลาดทุนไทยจะพิสูจน์ตัวเองมาอย่างยาวนาน แต่โจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรให้ตลาดทุนไทยยังคงมีความสอดคล้องกับตลาดโลก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงแหล่งทุนได้จริง
3. Trust หรือการสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สุด หากนักลงทุนไม่เชื่อมั่น ตลาดทุนก็เดินต่อไม่ได้ ซึ่งปีนี้จะเน้นยกระดับคุณภาพบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนตั้งแต่ต้นน้ำ และทำให้มีบริษัทใหม่ๆ ที่มีคุณภาพเข้ามาจดทะเบียน พร้อมทั้งยกระดับธรรมาภิบาล และรักษาคุณภาพของ Gatekeepers อย่างที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) และผู้สอบบัญชี ให้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
ซึ่งทิศทางของ ก.ล.ต. ในอีก 3 ปีข้างหน้าภายใต้ยุทธศาสตร์นี้ มีเป้าหมายชัดเจน 5 ด้าน คือ
พร้อมทิ้งท้ายว้า การทำงานนี้ ก.ล.ต. ไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว พร้อมส่งสัญญาณถึงทุกภาคส่วนในตลาดทุน ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทจดทะเบียน และนักลงทุน ให้ร่วมมือกันผลักดันตลาดทุนไทยให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
“เรารู้สิ่งที่เราเดินมา เรารู้สิ่งที่เราจะเดินต่อ แต่เราไม่ได้เดินคนเดียว ถ้าท่านยังไม่ได้เดินในสิ่งที่ท่านไม่มั่นใจ สำนักงาน ก.ล.ต. มั่นใจในทิศทางที่เราจะไป แต่การสร้างเป้าหมายตรงนั้น ก.ล.ต. ทำคนเดียวไม่ได้” พรอนงค์ กล่าว
ในประเด็นการสกัดกั้นกลุ่มทุนสีเทาและสแกมเมอร์ ก.ล.ต. ได้วางบทบาทการกำกับดูแลเข้มข้นใน 2 ส่วนหลัก คือ ฝั่งผู้ระดมทุน โดยเน้นตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการรายงานข้อมูลให้ตรงตามข้อเท็จจริง ซึ่งต้องอาศัยการทำงานเชิงรุกร่วมกับ ปปง., ตำรวจ ปอศ. และ DSI เพื่อไม่ให้ตลาดทุนกลายเป็นแหล่งฟอกเงิน และฝั่งตัวกลาง ต้องเคร่งครัดเรื่อง KYC/CDD เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมาย
สำหรับมาตรการส่งเสริมการออม ก.ล.ต. ยืนยันว่า “TISA” (Thai Individual Savings Account) จะเกิดขึ้นภายในปีนี้อย่างแน่นอน โดยรูปแบบจะมีความยืดหยุ่น และเปิดกว้างให้เลือกลงทุนในหุ้นที่มีผลตอบแทนดีได้ตามความเสี่ยงที่รับไหว พร้อมเดินหน้าเข้าไปคุยกับกระทรวงการคลัง หลังมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
ส่วนแนวคิดเรื่อง “Market Maker” ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังศึกษาเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องหุ้นขนาดกลาง-เล็กนั้น ก.ล.ต. มองว่าเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจ แต่ต้องนำวิธีการมาหารือให้ตกผลึกก่อนออกเกณฑ์
เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นธรรม ได้ผลจริง และไม่สร้างผลกระทบเชิงลบที่ไม่ได้ตั้งใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีระบบตรวจจับที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือการสร้างราคา หากสามารถปิดความเสี่ยงตรงนี้ได้ Market Maker จะเป็นตัวช่วยบวกให้กับตลาดทุนได้จริง
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้