
งบปี 68 บจ. แรกมาแล้ว! TISCO กำไรลดลง 3.5% เหลือ 6,659 ล้านบาท เหตุตั้งสำรองเพิ่มรับมือเศรษฐกิจเปราะบาง กดกำไรต่อหุ้นเหลือ 8.32 บาท
เข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ และก็มาตามนัดเหมือนเช่นเคยสำหรับ TISCO ที่มักจะเป็นเสือปืนไว ส่งงบการเงินมาให้นักลงทุนได้ดูก่อนใครเสมอ
โดย TISCO รายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,658.90 ล้านบาท ลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการ "ตั้งการ์ดสูง" เพิ่มเงินตั้งสำรองขึ้นมาแตะระดับ 2.3 พันล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเปราะบาง
บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือหุ้น TISCO ในฐานะบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทิสโก้ รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทมีกําไรสุทธิจากผลการดําเนินงาน เฉพาะกิจการสําหรับปี 2568 จํานวน 6,318.66 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้เงินปันผลและรายได้ค่าธรรมเนียมบริการแก่บริษัทลูกภายในกลุ่ม
แต่เนื่องจากบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จํากัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) และไม่มีการประกอบธุรกิจหลักอื่นใด ดังนั้น ผลการดําเนินงานและฐานะการเงินที่ใช้ในการวิเคราะห์ จึงเป็นงบการเงินรวมของบริษัท ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์และกลุ่มธุรกิจตลาดทุน
โดยกําไรสุทธิสําหรับผลประกอบการงวดปี 2568 ของบริษัทมีจํานวน 6,658.90 ล้านบาท ลดลงจํานวน 242.38 ล้านบาท หรือลดลด 3.5% เมื่อเทียบกับปี 2567 สาเหตุหลักมาจากการตั้งสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.0% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย หรือมีจำนวน 2,340.08 ล้านบาท ตามแผนการตั้งสํารองกลับสู่ระดับปกติ และรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง
ในส่วนของรายได้จากการดําเนินงานเติบโต 2.2% มาอยู่ที่ 19,655.47 ล้านบาท โดยหลักจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 8.8% มาอยู่ที่ 6,153.13 ล้านบาท ประกอบด้วย
อีกทั้ง มีผลกําไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน (FVTPL) เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักทรัพย์อ่อนตัวลง ตามมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ชะลอตัว
ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 0.5% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 13,502.34 ล้านบาท จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยรวม 4 ครั้ง และการลดภาระดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางในโครงการ “คุณสู้ เราช่วย”
ทั้งนี้ ในภาวะที่เศรษฐกิจยังคงเปราะบาง บริษัทยังคงควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ มีค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานลดลง 2.6% จากปีก่อนหน้า
บริษัทยังคงดำเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและรอบคอบ รวมถึงการช่วยเหลือลูกหนี้ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPLs) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.28% และมีอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) ณ สิ้นปี 2568 ที่ 172.1%
สำหรับกําไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic earnings per share) สําหรับปี 2568 เท่ากับ 8.32 บาทต่อหุ้น ลดลงจาก 8.62 บาทต่อ หุ้นในปี 2567 และบริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) อยู่ที่ 15.4%
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้