ตลท. เปิดแผน 3 ปี ยกเครื่องตลาดหุ้นไทย อัสสเดช รับต้อง “ดุดัน” มากขึ้น ยกระดับธรรมาภิบาล บจ.

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ตลท. เปิดแผน 3 ปี ยกเครื่องตลาดหุ้นไทย อัสสเดช รับต้อง “ดุดัน” มากขึ้น ยกระดับธรรมาภิบาล บจ.

Date Time: 13 ม.ค. 2569 16:38 น.

Video

อวสานกองเอกสารหุ้น! รู้จัก TSD e-Document สมัครฟรี! ยุคนี้ใครไม่มี ระวังเอาต์ | Money Issue EP.40

Summary

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดแผน 3 ปี (2569-2571) ยกเครื่องตลาดหุ้นไทย อัสสเดช ย้ำต้องทำงาน “ดุดัน” มากขึ้น เดินหน้ายกระดับธรรมาภิบาลถึงบอร์ด บจ. ดึงตลาดหุ้นไทยกลับสู่เรดาร์นักลงทุน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดแผน 3 ปี (ปี 2569-2571) ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ ทั้งแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก การเมืองในประเทศ ไปจนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่

ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. ยอมรับว่า การทำงานในระยะต่อไปต้อง “ดุดัน” มากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่การออกมาตรการหรือเพิ่มสินค้าใหม่ที่มีคุณภาพมากขึ้น

แต่รวมถึงการ “เคาะประตู” ไปถึงระดับบอร์ดบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องธรรมาภิบาล และการเพิ่มมูลค่าองค์กรอย่างจริงจัง เพื่อทำให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาอยู่ในเรดาห์ของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง


ตลท. รับตลาดหุ้นไทยปี 2568 ไม่ปกติ

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านถือเป็น "ปีที่ไม่ปกติ” สำหรับสภาวะตลาดทุนไทย โดยเฉพาะประเด็นด้านเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ตาม เห็นสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับปัจจัยกดดัน เริ่มจากการประกาศเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก นอกจากนี้ ภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวและน้ำท่วมยังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ถึงเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากการยุบสภาและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ส่งผลให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการวางโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวเพื่อดึงดูดธุรกิจใหม่ต้องชะลอตัวลง เนื่องจากภาครัฐต้องมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

แม้ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดทั้งจากปัจจัยทางธรรมชาติและภูมิรัฐศาสตร์ แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงรักษาเสถียรภาพและเดินหน้าปรับปรุงระบบเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่โปร่งใสและเข้าถึงง่าย เพื่อให้ตลาดทุนไทยยังคงเป็นแหล่งระดมทุนและแหล่งลงทุนที่มีประสิทธิภาพท่ามกลางความผันผวนของโลก


เปิดแผน 3 ปี ยกระดับตลาดทุนไทย ต้องทำงาน “ดุดัน”

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความท้าทายที่เผชิญอยู่ ทั้งความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายที่หดตัว การขาดจำนวนธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน การแข่งขันจากต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงหลาย ๆ ด้านที่เพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ทีมงานตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้องทำงานแบบ "ดุดัน" มากขึ้นเพื่อขับเคลื่อนตลาดทุน โดยได้ยกกรณีศึกษาแนวทางของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ว่ามีการสร้างแรงกดดันให้บริษัทจดทะเบียน เห็นความสำคัญของการพัฒนาองค์กร ซึ่งจะมีการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น

อัสสเดช กล่าวว่า ตลาดทุนไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อให้กลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ แผน 3 ปีนี้ จะดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความน่าดึงดูดของตลาด การเพิ่มสภาพคล่อง การเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน และที่สำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ทุกภาคส่วน ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้ 

1.รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น

โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมเพิ่มสินค้าใหม่ อาทิ Bond Connect Platform, Crypto ETF การขยาย DR และ ETF รูปแบบใหม่ คาดว่าจะชัดเจนได้ในปีนี้ เชื่อว่าจะสามารถขยายฐานนักลงทุนกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้

พร้อมอยู่ระหว่างพัฒนาพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ให้เป็นศูนย์รวมพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ทุกประเภท เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับนักลงทุน และส่งเสริมการใช้ TFEX เสริมพอร์ตหุ้นอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมทำโรดโชว์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเบื้องต้นโฟกัสกลุ่มนักลงทุนในสิงคโปร์และฮ่องกง เชื่อว่าจะสามารถจัดโรดโชว์ได้ภายหลังมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว โดยจะมีการนำบริษัทใหญ่ เช่นใน SET50 ร่วมด้วย

นอกจากนี้ จะเร่งเดินหน้ายกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียน สร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านโครงการ Jump+ และมีแผนยกระดับธรรมาภิบาลบริษัทจดทะเบียน โดยมีแนวคิดว่าจะมีการส่งทีมเข้าไปให้ความรู้แก่กรรมการของบริษัท เกี่ยวกับบทบาท ความรับผิดชอบ ในการทำหน้าที่ ซึ่งเป็นแนวทางเชิงรุกที่ต้องการให้เกิดความเข้าใจในระดับนโยบายอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม จะมีการทบทวนกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่น การปลดล็อกการลงทุนจากต่างชาติ, เกณฑ์และกระบวนการ IPO, มาตรการกำกับการซื้อขายที่ได้ประกาศใช้ไปแล้ว และเกณฑ์ผลักดันธุรกิจ New Economy เข้าสู่ตลาดทุนไทย โดยจะมีความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

2.ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนสร้าง SET Climate Ecosystem ร่วมกับพันธมิตร โดยจะขยายการใช้งาน SETCarbon ในกลุ่ม บจ. รวมถึง Supply chain ของ บจ. ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร โดยตั้งเป้าเพิ่มบริษัทจดทะเบียนใช้งานอีก 100 บริษัท พร้อมวางรากฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศ

พร้อมต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access นำ AI มาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและให้บริการภายนอกองค์กร พัฒนานโยบายสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ให้เทียบเคียงสากล 


3.เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน

เตรียมพัฒนาระบบ Clearing ใหม่ให้พร้อมใช้งานในปี 2570 พร้อมยกระดับบริการ ยกระดับ TSD e-Service เช่น QR Code Sealer และมุ่งเน้นในการวางรากฐานพัฒนาคน พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และตระหนักถึงความยั่งยืน


ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งหวังว่าการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ทั้ง 3 ด้าน จะช่วยให้ตลาดทุนไทยกลับมามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าสู่ตลาดทุน และสร้างโอกาสการลงทุนที่ยั่งยืนอย่างทั่วถึงสำหรับทุกคน


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ