ตลท. เกาะติดสงครามการค้า หากจำเป็น พร้อมงัดมาตรการคุมตลาดหุ้น “วายุภักษ์” ยันไม่ได้เทขาย

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ตลท. เกาะติดสงครามการค้า หากจำเป็น พร้อมงัดมาตรการคุมตลาดหุ้น “วายุภักษ์” ยันไม่ได้เทขาย

Date Time: 9 เม.ย. 2568 14:11 น.

Video

ต้นทุนพุ่ง! นำเข้าสินค้าออนไลน์ เตรียมรับมือ ภาษีนำเข้า 1 บาท (ม.ค. 69)  | Thairath Money Night Stand EP.25

Summary

ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) เผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ตลาดหลักทรัพย์ฯ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ชี้มีอำนาจพิจารณามาตรการคุมตลาดหุ้นเพิ่ม ยัน “วายุภักษ์” ไม่ได้เทขายหุ้น เงินเหลือซื้อหุ้นเพียบ

Latest


ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) เผชิญแรงกดดันอย่างหนัก สอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลก จากการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ในอัตราที่สูงกว่าการคาดการณ์ของตลาด ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกเร่งเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อลดความเสี่ยง ก่อให้เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดทุน

เพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์และจำกัดความผันผวนที่เกิดขึ้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ประกาศใช้มาตรการควบคุมเป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 11 เมษายน 2568

โดยมาตรการดังกล่าวประกอบด้วย การปรับเกณฑ์ Dynamic Price Band, การกำหนดกรอบการเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ (Ceiling & Floor) ไว้ที่ +/- 15% จากเดิม +/- 30% และการห้ามขายชอร์ต (Short Selling) เป็นการชั่วคราว


ตลท. ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ชี้มีอำนาจพิจารณามาตรการคุมตลาดหุ้นเพิ่ม


อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นว่า จำเป็นต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อขายและประเมินประสิทธิผลของมาตรการ ก่อนตัดสินใจว่าจะมีการขยายระยะเวลา ปรับเกณฑ์ให้เข้มข้นขึ้น หรือผ่อนคลายบางมาตรการ หลังวันที่ 11 เมษายน หรือไม่

สำหรับแนวทางการรับมือในอนาคต ได้มีการหารือกับคณะกรรมการ ตลท. อย่างต่อเนื่อง และพร้อมประชุมเพื่อตัดสินใจอย่างรวดเร็วหากมีความจำเป็น แม้ในช่วงวันหยุดยาว โดยจะมีการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดทั่วโลกอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ตลท. ยังคงมีเครื่องมือและมาตรการอื่นๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ทั้งในรูปแบบการเพิ่มความเข้มงวดหรือผ่อนคลาย เช่น การผ่อนคลายมาตรการ Ceiling & Floor ให้กลับมาที่ 30% เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเชื่อว่ามาตรการที่ได้ประกาศใช้ไปมีส่วนช่วยพยุงตลาด และหากไม่มีการควบคุมการขายชอร์ต สถานการณ์อาจแตกต่างออกไป ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ มีหลักทรัพย์ในกลุ่ม SET100 เพียง 2 บริษัทที่ราคาปรับลดลงจนชนกรอบล่าง (Floor) ใหม่ที่ 15% ซึ่งสะท้อนว่าพื้นฐานและศักยภาพของราคาหุ้นไทยโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ดัชนีโดยรวมจะปรับลดลงราว 4.5% ก็ตาม

ทั้งนี้ การตัดสินใจห้ามขายชอร์ตเป็นการชั่วคราว มาจากหลักการที่ไม่ต้องการให้ตลาดปรับตัวลงรวดเร็วจนเกินไปในภาวะที่ไม่ปกติ ซึ่งเป็นการพิจารณาร่วมกันระหว่างฝ่ายจัดการและคณะกรรมการ ตลท. โดยมองว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วง 4 วันนี้ แม้ในภาวะปกติ การขายชอร์ตจะเป็นประโยชน์ต่อการค้นหาราคาที่แท้จริง (Price Discovery) ซึ่งเป็นกลไกที่ตลาดหุ้นสากลมีก็ตาม

อัสสเดช เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสกลับสู่ภาวะปกติได้ โดยรองนายกรัฐมนตรีได้ให้มุมมองไว้ว่า หากสามารถแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นข้อตกลงแบบ win-win อาจนำไปสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของตลาดทุนไทยได้

นอกจากนี้ โครงการริเริ่มใหม่อย่าง Jump+ คาดว่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อบริษัทจดทะเบียนไทยด้วย


“วายุภักษ์” ไม่ได้เทขายหุ้น กระสุนเหลือเพียบ


ขณะเดียวกัน อัสสเดช เปิดเผยว่า มีการยืนยันจากผู้จัดการกองทุนวายุภักษ์ ว่าไม่ได้มีการเทขายหลักทรัพย์ออกมา อย่างที่นักลงทุนกังวล ขณะเดียวกันยังมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมด้วย โดยเงื่อนไขตามเกณฑ์ ACR ที่จะบังคับขายยังอยู่ห่างไกลจากดัชนีระดับปัจจุบัน

ท้ายที่สุด ตลท. ยังคงเน้นย้ำคำแนะนำสำหรับนักลงทุน ให้ความสำคัญกับการติดตามข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือ การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบันที่ตลาดการเงินทั่วโลกมีความอ่อนไหวต่อข้อมูลข่าวสารอย่างมาก

ด้าน ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันที่ 8 เมษายน 2568 SET Index ปิดที่ 1,074.59 จุด ลดลง 4.50% มูลค่าการซื้อขายรวม 66,714 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันที่เกิดขึ้นจากความวิตกต่อมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้ 9 เมษายน 2568 โดยนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบาย "Liberation Day" SET Index ปรับลดลง 8.4% สอดคล้องกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในภูมิภาค


บจ. ไทยแข็งแกร่ง ฝ่าแผ่นดินไหว


ศรพล เปิดเผยอีกว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 ผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวซึ่งกระทบกับกลุ่มขนส่ง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มประกันภัย และกลุ่มรับเหมา ทำให้ผู้ลงทุนมีความกังวลว่าอาจมี บจ. ในกลุ่มดังกล่าว อาจได้รับผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้

แต่หากพิจารณาจากอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ พบว่า บจ. ยังมีความเข้มแข็งและน่าจะสามารถผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้ อีกทั้ง SET Index ช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ Valuation ของหลักทรัพย์อยู่ในระดับที่น่าสนใจ

ดังนั้น เริ่มเห็นสัญญาณ บจ. ไทยเข้ามาช่วยหนุนมูลค่าบริษัทของตัวเองโดยการเข้ามาซื้อหุ้นคืน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน ขณะที่ Value Stock เริ่มมี downside ที่จำกัด

เดือนมีนาคม 2568 SET Index ปิดที่ 1,158.09 จุด ปรับลดลง 3.8% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 SET Index ปรับลดลง 17.3%


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ