กัลฟ์เปิดงบลงทุน 5 ปีแสนล้าน แจงผู้ถือหุ้นควบอินทัชสถานะดีขึ้นทุกด้าน 

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

กัลฟ์เปิดงบลงทุน 5 ปีแสนล้าน แจงผู้ถือหุ้นควบอินทัชสถานะดีขึ้นทุกด้าน 

Date Time: 26 มี.ค. 2568 09:30 น.

Summary

“สารัชถ์” แจงผู้ถือหุ้นบริษัทใหม่หลังกัลฟ์ควบรวมอินทัช ใช้ชื่อ “บมจ.กัลฟ์ ดีเวล ลอปเมนท์” มีผล 1 เม.ย.2568 โดยสถานะจะดีขึ้นทุกด้าน ทั้งสภาพคล่อง–รายได้และกำไร ขณะที่หนี้สินต่อทุนลดลง กู้เงิน ขยายกิจการได้มากขึ้น ต้นทุนการเงินลด เดินหน้าต่อยอดธุรกิจ จ่อลงทุนเพิ่ม 5 ปี 1 แสนล้านบาท

Latest

IPO ต่างประเทศดีกว่าไทย? MINT เปิดแผนปี 69 เร่งศึกษาแผนส่ง Minor Food บุก IPO ตลาดหุ้นฮ่องกงปี 69

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULFI) เปิดเผยหลังการประชุมผู้ถือหุ้น GULFI กับ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2568 ว่า บริษัทใหม่หลังการควบรวมกิจการ จะมีผลทางการในวันที่ 1 เม.ย.68 ภายใต้ชื่อ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อหุ้น GULF ตามเดิม และจะเริ่มกลับมาซื้อขายหุ้น วันที่ 3 เม.ย.68 ซึ่งประโยชน์จากการควบรวมครั้งนี้ จะทำให้บริษัทใหม่มีฐานะการเงินที่แข็งแรงขึ้น ภายหลังการควบรวมจะทำให้บริษัทมี 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย 1.พลังงาน 2.โครงสร้างพื้นฐาน 3.ดิจิทัล 4.ธุรกิจการลงทุนอื่นๆ  เช่น การลงทุนใน ADVANC และ THCOM โดยบริษัทใหม่หลังการควบรวม หากแบ่งสัดส่วนกำไร จะมาจากธุรกิจพลังงานประมาณ 60% และอีก 40% มาจาก 3 กลุ่มธุรกิจที่เหลือ 

โดยบริษัทใหม่จะถือหุ้นโดยตรงใน ADVANC สัดส่วน 40% ทำให้สามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้ามาได้ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาทต่อปี และมีกระแสเงินสดและเงินปันผลมากขึ้นกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงเหลือ 0.8 เท่า จากเดิมไม่เกิน 1.8 เท่า ทำให้จะได้รับการ จัดอันดับเครดิตเรตติ้งสูงขึ้นในอนาคตและทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลง จากเดิมที่มีต้นทุนเงินกู้อยู่ที่ระดับ 3%

บริษัทยังได้เตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 100,000 ล้านบาท ภายในช่วง 5 ปี แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด 60-70% ส่วนงบลงทุนปี 68 อยู่ที่ราว 20,000 กว่าล้านบาท ยังไม่นับรวมโครงการลงทุนใหม่ที่ยังไม่สามารถระบุได้ โดยหลังจากวันที่ 1 เม.ย. น่าจะเห็นการลงทุนในเชิงรุกที่มากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศที่ปัจจุบันมีคนมาชวนลงทุนจำนวนมาก การลงทุนธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โครงการที่ 2-3 และธุรกิจดิจิทัล

ขณะที่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น โครงการท่าเรือ, โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) รวมถึงโรงไฟฟ้าไฮโดรเจน ยังไม่มีแผนที่จะทำ ขณะที่โรงไฟฟ้าก๊าซฯที่สหรัฐฯ ขนาดกำลังผลิต 1,200 เมกะวัตต์ (MW) ที่ผ่านมาได้เซ็นสัญญาไปเรียบร้อยแล้ว หลังควบรวมกิจการเสร็จก็จะเห็นการลงทุนที่เป็นเชิงรุกมากขึ้น ทั้งธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ ส่วนการเข้าไปลงทุนซื้อหุ้นธนาคารกสิกรไทย KBANK นั้น ถือเป็นการลงทุน หากราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากๆก็คงขายทำกำไร อย่างไรก็ตาม หากราคาหุ้น KBANK ปรับตัวลงมาที่ 90 บาท ก็คงซื้อหุ้นเพิ่มอีก โดยปัจจุบัน GULF ใช้ชื่อหุ้น GULFI ชั่วคราวระหว่างกระบวนการควบรวม.

อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ