เคล็ดลับกระจายลงทุน

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เคล็ดลับกระจายลงทุน

Date Time: 17 ม.ค. 2568 04:50 น.

Summary

เทคนิคหนึ่งที่นักลงทุนใช้ปกป้องพอร์ตลงทุน คือ การแบ่งหรือกระจายการลงทุน ทั้งในประเภทสินทรัพย์ลงทุน เช่น เลือกลงทุนในหุ้น กองทุน พันธบัตร และระดับภายในสินทรัพย์ที่เราลงทุน เช่น เลือกซื้อหุ้นตัวไหน ประเภทกิจการอะไร

Latest

IPO ต่างประเทศดีกว่าไทย? MINT เปิดแผนปี 69 เร่งศึกษาแผนส่ง Minor Food บุก IPO ตลาดหุ้นฮ่องกงปี 69

เริ่มต้นปีใหม่กันแล้ว “คุณนายพารวย” หวังว่าแฟนๆ คอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออมฯ” จะไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองว่า เราจะเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการวางแผนการเงินการลงทุนไม่ผัดวันประกันพรุ่งเหมือนปีที่ผ่านมาอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การลงทุนนั้นย่อมมีความเสี่ยง ซึ่งนักลงทุนเองก็ต้องหาวิธีจัดการกับความเสี่ยงเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด

เทคนิคหนึ่งที่นักลงทุนใช้ปกป้องพอร์ตลงทุน คือ การแบ่งหรือกระจายการลงทุน ทั้งในประเภทสินทรัพย์ลงทุน เช่น เลือกลงทุนในหุ้น กองทุน พันธบัตร และระดับภายในสินทรัพย์ที่เราลงทุน เช่น เลือกซื้อหุ้นตัวไหน ประเภทกิจการอะไร

ลองนึกภาพว่า ถ้าเรามีเงินทั้งหมดอยู่ในหุ้นตัวเดียว แล้ววันดีคืนดี หุ้นที่ถืออยู่ราคาร่วงเอาๆ ทำให้เราอาจต้องเสียเงินหมดเลยทั้งก้อน การแบ่งหรือกระจายลงทุน จะเป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการขาดทุนหนักจากการลงทุนในสินทรัพย์ตัวเดียว ขณะเดียวกัน ก็ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจและช่วยลดความผันผวนลงได้ เช่น บางปีตลาดหุ้นอาจไม่ดี ทำให้เราขาดทุน แต่เราได้กำไรจากทองคำมาช่วยชดเชยแทน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.setinvestnow.com โดยตลาดหลักทรัพย์และสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนแนะเคล็ดลับการกระจายลงทุนที่ช่วยบริหารพอร์ตลงทุน ประกอบไปด้วย 1.ประเมินความเสี่ยงที่เหมาะและตัวเองยอมรับได้ พิจารณาควบคู่กับเป้าหมาย, ระยะเวลาลงทุน เพื่อจะได้เกลี่ยน้ำหนักลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ

2.เข้าใจลักษณะผลตอบแทน และความเสี่ยงที่แตกต่างกันของแต่ละประเภทสินทรัพย์ลงทุนว่า ผลตอบแทนสูงก็จะมีความเสี่ยงสูงตามด้วย เช่น พันธบัตรรัฐบาล จะเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นและทองคำ โดยหุ้นและทองคำจัดเป็นสินทรัพย์เสี่ยงทั้งคู่ ที่ไม่ควรทุ่มลงทุน
เพียงอย่างเดียว

3.แบ่งลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท พันธบัตร หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ทองคำ และกองทุนทองคำ ควรจะมีเก็บไว้ในพอร์ตลงทุน

4.วางน้ำหนักการลงทุนให้เหมาะกับระดับการยอมรับความเสี่ยงของตัวเอง นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง ก็ลงทุนในตราสารหนี้ 60-80% หุ้น 20-40% ส่วนนักลงทุนที่จิตแข็ง รับความเสี่ยงสูง รักความท้าทาย ก็สามารถเพิ่มการลงทุนในหุ้นเป็น 60-70% และตราสารหนี้ 30-40%

และ 5.ในการลงทุนหุ้น หากเลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัวขอแนะนำให้กระจายในหุ้นหลายตัว และหลายอุตสาหกรรม โดยคัดเลือกหุ้นจากบทวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานที่ดี และอุตสาหกรรมที่เติบโต เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน

เพียงเท่านี้ เมล็ดพืชที่เราหว่านก็จะออกพืชผลหลายชนิดให้เราได้เก็บไว้กินไว้ใช้กันยาวๆ.

คุณนายพารวย

คลิกอ่านคอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออม” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ