
ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลท. (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) ประเมินปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้นไทยในปี 2568 จะมาจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการเข้าดำรงตำแหน่งของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะมีผลกับสงครามการค้าโลก ทั้งนี้ปัจจัยภายในประเทศ
“ปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยปีนี้ เรามองว่าจะเป็นเรื่อง นโยบาย ของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็น ปัจจัยหลัก ที่เข้ามากดดันการค้าของหลายประเทศ ซึ่งส่งผลกับเม็ดเงินเคลื่อนย้ายด้วย”
หากพิจารณาความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงปีที่ผ่านมา เราพบว่าครึ่งปีหลัง ตลาดหุ้นฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่เมื่อมีปัจจัยการขึ้นดำรงตำแหน่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง นโยบาย การค้าของสหรัฐ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทั่วโลก ทำให้เกิดเม็ดเงินต่างชาติไหลออกจากประเทศไทยไปยังตลาดหุ้นสหรัฐทันที
ส่วนปัจจัยภายในประเทศ เราพบว่า มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 มี ทิศทาง ที่ดี และแนวโน้มไตรมาสที่ 4 จะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่เม็ดเงิน TESG ยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอีกกว่า 3 หมื่นล้านบาท ส่วนเม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF ที่ครบกำหนดมากกว่า แสนล้านบาท นั้นเชื่อว่าจะไม่กระทบกับตลาด เพราะตามสถิติเมื่อครบกำหนดนั้นจะมีการขายหน่วยออกมาไม่ถึง 50% ของเม็ดเงินทั้งหมด ในขณะที่ตลาดยังได้เม็ดเงินจาก TESG เข้ามาสนับสนุนไว้ด้วย
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยแม้จะมีความแข็งแกร่งอย่างมาก แต่ที่ผ่านมา ขาดสตอรี่ ที่จะดึงดูดนักลงทุน ทำให้เม็ดเงินต่างชาติไม่เลือกที่จะเข้ามาลงทุนในหุ้นไทย ทั้งที่เรามีจุดแข็งทั้งในเรื่องสภาพคล่องที่สูงและ เสถียรภาพ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในหลายประเทศ หรือมีหุ้นในอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง เช่น หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่มีจำนวนหุ้นสูงมากที่สุด
ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์จะนำจุดเด่นต่าง ๆ เข้ามารวมกันเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงการผลักดันโครงการ Jump+ (โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพตลาดทุนไทย) ที่ช่วยสร้างความสนใจให้กับตลาดหุ้นไทยและดึงดูดให้การลงทุนเกิดขึ้นอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในปี 2567 ปิดในระดับที่แทบไม่แตกต่างจากปีก่อนหน้า โดยตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 และปี 2568 ยังสามารถขยายตัวได้ดี นำโดยภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว
แต่อาจเผชิญความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้าที่สูงขึ้น ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 นายกรัฐมนตรี นางสาว แพทองธาร ชินวัตร แถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลในรอบ 3 เดือน และมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้แคมเปญ “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง 2025 Empowering Thais: A Real Possibility” โดยแบ่งนโยบายออกเป็น 2 กลุ่มหลัก รวม 11 นโยบาย ซึ่งน่าจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อหุ้นในหลาย Sector ที่เกี่ยวข้อง
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่