
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 18 มิ.ย.67 ปิดที่ 1,297.41 จุด เพิ่มขึ้น 0.82 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 38,015.37 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,740.94 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าดีดตัว รีบาวด์ขึ้นแรงจาก Sentiment หุ้นโลกและราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นดันหุ้นกลุ่มพลังงานบวก ท่ามกลางภาวะ “Oversold” ทางเทคนิค แต่กรอบรีบาวด์เป็นไปอย่างจำกัด จากแรงขายทำกำไรกดดัชนีมาปิดในแดนบวกเล็กน้อย
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด KBANK ปิด 126 บาท ลบ 0.50 บาท, AOT ปิด 60.75 บาท บวก 0.25 บาท, PTT ปิด 32 บาท บวก 0.50 บาท, BANPU ปิด 4.88 บาท บวก 0.12 บาท, CPALL ปิด 55.25 บาท ลบ 0.50 บาท
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า แรงกดดันเบาลง ตลาดหุ้นมีพัฒนาการเชิงบวกตามลำดับโดยความคืบหน้าทางการเมืองไทยมีพัฒนาการเชิงบวก 2 ประเด็น ดังนี้ 1.อัยการสูงสุด สั่งฟ้องอดีตนายกฯ ทักษิณ ทำผิด ม.112 โดยศาลอาญาประทับรับฟ้อง แต่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยยื่นหลักทรัพย์ 5 แสนบาท 2.กระบวนการเลือก สว.67 ประเด็นนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) มีมติเอกฉันท์ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.107 พร้อมเดินหน้าต่อเลือก สว. วันที่ 26 มิ.ย.นี้
ซึ่งทั้ง 2 ประเด็น ได้ลดระดับความกังวลในเรื่องการเบิกจ่ายงบปี 68 ล่าช้า รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจยังเดินหน้าตามแผน
ส่วนอีก 2 ประเด็นนั้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงเดือน ก.ค.67 1.คดี 40 สว.ยื่นถอดถอน นายกฯ เศรษฐานั้น ศาล รธน.นัดพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัตินายกฯ จะมีขึ้นอีกรอบในวันที่ 10 ก.ค.67 2.คดียุบพรรคก้าวไกล ศาล รธน.นัดพิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกลต่อเป็นวันที่ 3 ก.ค.67 และนัดให้คู่กรณีมาตรวจพยานหลักฐานวันที่ 9 ก.ค.67
ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีพัฒนาการเชิงบวกมากขึ้น พร้อมกับคาดหวังเสถียรภาพของตลาดหลักทรัพย์ฯ (นำร่องโดยยกระดับมาตรการสกัดการทำชอร์ตเซลล์ โดยตั้งราคาขายสูงกว่าราคาซื้อขาย Uptick)
บล.เอเซีย พลัส แนะนำลงทุนหุ้นที่อิงนโยบายภาครัฐและการใช้จ่ายงบประมาณปี 68 เดินหน้าต่อ ดังนี้ CK-SCC- SCCC-CPALL- BJC-KBANK-TTB-SIRI-SC-PR9
และเก็งกำไรหุ้นที่อาจได้แรงหนุนจากการ Cover Short ดังนี้ IVL-AWC-GPSC-TIDLOR-CENTEL!!
อินเด็กซ์ 51
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่