เอาไม่อยู่! หุ้นไทยหลุด 1,300 จุด เทขายหนีความเสี่ยงการเมือง หวั่นฉุดเศรษฐกิจไม่ฟื้น

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เอาไม่อยู่! หุ้นไทยหลุด 1,300 จุด เทขายหนีความเสี่ยงการเมือง หวั่นฉุดเศรษฐกิจไม่ฟื้น

Date Time: 17 มิ.ย. 2567 11:16 น.

Video

ต้นทุนพุ่ง! นำเข้าสินค้าออนไลน์ เตรียมรับมือ ภาษีนำเข้า 1 บาท (ม.ค. 69)  | Thairath Money Night Stand EP.25

Summary

ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ ปรับตัวลดลงแรง หลุดระดับ 1,300 จุด หลังประเด็นการเมืองในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน กดดันให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง

Latest


ประเด็นการเมืองในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน กดดันให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง โดยดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET index) เปิดตลาดวันนี้ 17 มิ.ย. 2567 ปรับตัวลดลงแรง หลุดระดับ 1,300 จุด (ณ เวลา 10.15 น.) ดัชนีอยู่ที่ 1,2195.85 จุด ลดลง 10.71 จุด หรือ 0.82% ท่ามกลางแรงขายจากนักลงทุน ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มองเป็น “โอกาส” เน้นเลือกลงทุนหุ้นรายอุตสาหกรรม หวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศช่วงครึ่งปีหลัง


กิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงมาจากประเด็นทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ซึ่งปัจจัยภายนอก ได้แก่ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น กดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง


ส่วนปัจจัยภายในประเทศ คือ ความกังวลเกี่ยวกับประเด็นความผันผวนทางด้านการเมือง ซึ่งมีหลายเรื่องที่อยู่ระหว่างรอศาลพิจารณา ซึ่งนักลงทุนมองว่าอาจมีส่วนกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศหรือไม่


เนื่องจากเร็วๆ นี้จะมีเรื่องของการพิจารณางบประมาณประจำปี ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง นักลงทุนต่างกังวลว่าจะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสะดุด หรือล่าช้าออกไป จึงทำให้บรรยากาศการลงทุนเช้านี้ไม่สดใสนัก


อย่างไรก็ตาม ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ระดับ 1,200-1,300 จุด ถือเป็นจุดที่ตลาดจะสามารถตั้งหลักและมีโอกาสกลับตัวได้ ซึ่งมองเป็น “โอกาส” ในการเข้าลงทุนมากกว่า โดยแนะนำให้เลือกซื้อหุ้นรายอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศในช่วงครึ่งปีหลัง

กิจพณ กล่าวอีกว่า แม้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยเกือบ 1 แสนล้านบาท นับตั้งแต่ต้นปี 2567 แต่ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ส่วนกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, กลุ่มการแพทย์, กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มค้าปลีกนั้น นักลงทุนต่างชาติยังมีการซื้อสุทธิ


ด้านบทวิเคราะห์ฯ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า หุ้นปันผลสูง จะเป็นพระเอกที่เอาชนะตลาดหุ้นทียังเผชิญความผันผวนจากประเด็นการเมืองในช่วงนี้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักๆ 4 ส่วนดังนี้

  1. หุ้นปันผลสูง ปรับลงน้อยกว่าหุ้นอื่นๆ ในช่วงการเมืองร้อนแรง โดยช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (15 พ.ค. - 14 มิ.ย. 67) ดัชนี SETHD (หุ้นปันผลสูง) ปรับตัวลงน้อยสุด -1.8% แสดงให้เห็นว่าหุ้นปันผลแข็งแกร่งและปรับตัวลงน้อยกว่าหุ้นอื่นๆ ในช่วงประเด็นการเมืองร้อนแรง
  2. หุ้นปันผลสูงมักจะผันผวนน้อย ในโครงสร้างของหุ้นปันผลสูงมักจะมีความผันผวนน้อยกว่าตลาด
  3. ในเชิงเทคนิค หุ้นปันผลสูง (SETHD) มีกราฟที่ดูดีกว่าดัชนีอื่นๆ สะท้อนได้จากดัชนี SETHD ยังไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในปีนี้ ผิดกับดัชนีอื่นๆ SET, SET50, SSET และ mai ทำจุดต่ำสุดใหม่ของปีหมดแล้ว
  4. ในมุม VALUATION ดัชนีตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงมาจนอัตราผลตอบแทนเปิดกว้าง โดย 1,310 จุด มีอัตราผลตอบแทนสูงถึง 3.5% และเป็นระดับ +1SD ในรอบ 5 ปี

ทั้ง 4 ปัจจัยแสดงให้เห็นว่า หุ้นพื้นฐานแข็งแรงปันผลสูง น่าจะเป็นหุ้นผู้นำที่ดี สำหรับการก้าวข้ามความผันผวนประเด็นการเมืองในช่วงนี้ ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ ทำการคัดกรอง หาหุ้นพื้นฐานปันผลสูง ที่มีการจ่ายปันผลระหว่างกาล น่าทยอยซื้อสะสมก้าวข้ามความผันผวนในช่วงนี้ อย่าง SIRI, SPALI, TTB, SCCC, PTTEP, BBL, KBANK, INTUCH, TU, ADVANC.

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ