
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 18 เม.ย.67 ปิดที่ 1,361.02 จุด ลบ 5.92 จุด มูลค่าการซื้อขาย 53,905.59 ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด PTT ปิด 34.25 บาท ลบ 0.50 บาท, PTTEP ปิด 159 บาท ลบ 5 บาท, BDMS ปิด 28 บาท บวก 0.25 บาท, CPALL ปิด 55.50 บาท บวก 0.50 บาท, KBANK ปิด 126 บาท บวก 1 บาท
บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะกลยุทธ์ลงทุน เลือกหุ้นที่แนวโน้มกำไรปี 67 แข็งแกร่ง และเทรด PER/PBV ต่ำ เทียบกับ Pre-Covid โดยถือลงทุนหลังสะสมหุ้นเพิ่มบริเวณ 1,350 + - จุด ทั้งนี้ หุ้นเด่นเดือน เม.ย.เลือก BA, CPALL, CPN, ITC, TIDLOR
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มองสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent เกาะอยู่แถวๆ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล หากสงครามไม่ได้พัฒนาการไปอย่างมีนัยยะสำคัญ ราคาน้ำมันก็ไม่น่าจะไปไกลเกิน 100 ดอลลาร์/บาร์เรลได้
ส่วนปัจจัย Digital Wallet ที่มาของเงิน 5 แสนล้านบาท ผันจากงบประมาณรายจ่ายและดึงจากส่วนอื่นๆ รวมถึงจ่ายผ่าน app
ทำให้การกระตุ้น GDP จึงอาจไม่เต็ม 100% ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์ทางตรงคือค้าส่ง+ค้าปลีก เลือก CRC, CPAXT, COM7, BJC เด่น
ปิดท้าย บล.ทิสโก้ แนะนำหุ้นพื้นฐานเด่น CPALL คาดกำไร 1Q24F อยู่ที่ 5.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น +23% YoY จากผลการดำเนินงานของ 7–11 และกำไรของ CPAXT ที่ดีขึ้น แต่ลดลง –8% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล มองเป็นหุ้นได้ประโยชน์หลักจากการท่องเที่ยวและการกระตุ้นการบริโภคจากภาครัฐ, นอกจากนี้ CPALL เป็นหุ้น ESG ซึ่งมีโอกาสชนะตลาด ด้วยเรตติ้ง AAA ตอบโจทย์การลงทุนทั้งระยะสั้นและยาว ให้ราคาเป้าหมายตามพื้นฐาน 77 บาท
อีกตัวหุ้น ERW คาดกำไร 1Q24F ที่ 260 ล้านบาท +9% YoY, +22% QoQ จากการปรับตัวดีขึ้นของ RevPAR และมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นแม้ว่าจะมีการเปิดโรงแรมใหม่ Hop Inn ที่ญี่ปุ่นก็ตาม ขณะที่ Q2 โรงแรมใหม่ที่ญี่ปุ่นจะสร้างรายได้เต็มไตรมาส
นอกจากนี้ ERW ได้ประโยชน์หลักจากการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวเนื่องจากรายได้มากกว่า 90% อิงภายในประเทศ ให้ราคาเป้าหมายตามพื้นฐาน 6.50 บาท!!
อินเด็กซ์ 51
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่