
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด PTT ปิด 34.75 บาท บวก 0.50 บาท, KBANK ปิด 125 บาท บวก 1.50 บาท, SCB ปิด 115 บาท บวก 1.50 บาท, CPALL ปิดที่ 57.25 บาท ลบ 0.25 บาท, PTTEP ปิด 153 บาท บวก 3 บาท
หุ้นไทยปิดบวกในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคได้แรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นพลังงานที่ราคาปรับขึ้นตามราคาน้ำมันโลก รวมทั้งหุ้นแบงก์ ปิโตรเคมี และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับราคาพลังงาน
บล.เอเซียพลัส เผยบทวิเคราะห์ ระบุว่า เมื่อ 13 มี.ค.ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งทะลุ 79 เหรียญ/บาร์เรล ทำให้ราคานับตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. บวกขึ้นมาแล้วราว 1.7% MTD หลักๆเป็นผลพวงมาจาก DEMAND มีแนวโน้มดีขึ้น ล่าสุด EIA ได้เผยสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯในสัปดาห์ที่แล้ว อยู่ที่ 1.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงมากกว่าตลาดคาดที่ 9 แสนบาร์เรล ขณะที่เศรษฐกิจจีนเริ่มส่งสัญญาณค่อยๆฟื้นตัว
นอกจากนี้ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อจนกดดันให้ SUPPLY ชะลอตัวลง ประเด็นดังกล่าวคาดเป็นบวกต่อหุ้น PTT, PTTEP, PTTGC, TOP, SPRC, IRPC ฯลฯ
ขณะที่อีกด้าน ราคายางพาราโลกมีทิศทางขยับตัวขึ้นแรงราว 25.4% MTD และ 50% YTD ขณะที่บ้านเราราคายางพาราที่ซื้อขายผ่านสำนักงานตลาดกลางยางพาราของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) วิ่งทะลุ 90 บาทไปแล้ว ซึ่งเป็นราคาสูงที่สุดในรอบ 85 เดือน หรือราว 7 ปี 1 เดือน
นอกจากนี้รัฐบาลยังคาดว่า ราคายางพาราจะคงอยู่ในทิศทางแนวโน้มขาขึ้นต่อไป พร้อมกับมีนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ถือเป็นบวกต่อหุ้น STA, STGT, TRUBB, NER
สรุป ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องถือเป็นบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นอิงราคาน้ำมัน อาทิ PTT, PTTEP, PTTGC, TOP, SPRC, IRPC รวมถึงหุ้นอิงราคายาง อาทิ STA, STGT, TRUBB, NER!!
อินเด็กซ์ 51