
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯและตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ปี 61 ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.และ ก.ค.-ส.ค. กลุ่มผู้กระทำความผิด 15 ราย ได้แก่ 1.น.ส.ยุวดี วชิรปภา 2.นางอนัญญา เรืองศักดิ์วิชิต 3.นางกิ่งกาญจน์ สมิตานนท์ 4. น.ส.นฤมล แมงทับ 5.บล.บียอนด์ ขณะเกิดเหตุใช้ชื่อ บล.เออีซี 6.นายโดม พรหมายน 7.น.ส.สุรัชนี ลิ่มอติบูลย์ 8.นางปิยมา ชรินธร 9.น.ส.ณัฐชานันท์ สิริรุจิโยทัย 10.นายสุสิชณ์ทักษ์ อัจฉริยะสมบัติ 11. นายธนกฤต อัจฉริยะสมบัติ 12.น.ส.ภัสธารีย์ วงษ์ทองหลิน 13.นายประพล มิลินทจินดา 14.นายกานต์ พรหมายน และ 15.นายพีรพันธ์ กิจพ่อค้า ซึ่งมีความสัมพันธ์กันในทางส่วนตัวหรือธุรกิจโดยตรงหรือผ่านการเชื่อมโยงกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
โดยได้ร่วมกันแบ่งหน้าที่กัน ส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น บมจ.สตาร์ ยูนิเวอร์แซล เน็ตเวิร์ค (STAR) ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ.สตาร์สิทธิ โซลูชั่น (SSS)ในลักษณะสอดรับและสนับสนุนกันผลักดันราคา จับคู่ซื้อขายกัน หรือส่งคำสั่งซื้อขายลักษณะขัดขวางการซื้อขายของบุคคลอื่น ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายและส่งคำสั่งซื้อขายลักษณะต่อเนื่องกัน มุ่งหมายให้ราคาหรือปริมาณซื้อขายหุ้น STAR ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ปี 35 คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำผิดทั้ง 15 ราย โดยเรียกให้ชำระเงินค่าปรับรวม 65.17ล้านบาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารกับผู้กระทำความผิด 14 ราย.
อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่