
รองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมาย และหัวหน้ากลุ่มงานเลขานุการองค์กร และกำกับองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการขยายเวลาทำการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยนั้น มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยตลาดหลักทรัพย์คาดว่าจะเริ่มได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ โดยการขยายเวลาดังกล่าว จะช่วยสร้างความทัดเทียมกับเวลาการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยให้เทียบเท่ากับตลาดหุ้นทั่วโลก
“ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยมีการซื้อขายหุ้นอยู่ที่ 4.30 ชั่วโมง การปรับเกณฑ์การซื้อขายใหม่จะช่วยเพิ่มเวลาการซื้อขายเป็น 5 ชั่วโมง ส่งผลดีให้เวลาการซื้อขายเข้าใกล้กับตลาดโลกมากขึ้นที่ค่าเฉลี่ยการเทรดจะอยู่ที่ 6-7 ชั่วโมง”
รูปแบบของการขยายเวลาการซื้อขายจะเพิ่มการเทรดให้เร็วขึ้นในช่วงบ่าย จากเดิมที่ตลาดหุ้นไทยเริ่มต้นการซื้อขายที่ 14.30 น. ขยับให้เร็วขึ้นเป็น 14.00 น. เพิ่มขึ้นอีก 30 นาที ความคืบหน้าตอนนี้เราอยู่ระหว่างการเตรียมการและเตรียมพร้อมของระบบ โดยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ได้ปลายไตรมาสที่ 1 หรือต้นไตรมาสที่ 2
ส่วนความคืบหน้าของการตั้งที่ปรึกษาจากต่างประเทศในการเข้าตรวจสอบระบบการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยนั้น ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ได้ดำเนินการว่าจ้างที่ปรึกษาจากต่างประเทศ โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 5 สัปดาห์ และได้เริ่มงานตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีข้อสรุปในเบื้องต้น โดยตลาดหลักทรัพย์จะนำความคืบหน้าดังกล่าวไปหารือกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. โดยคาดว่าจะสรุปได้กลางเดือนถึงปลายเดือน ก.พ.นี้
ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2567 มองว่าเป็นปีที่ดีของตลาดหุ้นไทย ที่ผ่านมาฐานของเราใกล้เคียงประเทศอื่น และน่าจะได้เห็นการฟื้นตัวเริ่มเห็นชัดมากขึ้น การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตดีกว่าปีก่อน ซึ่งไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศของโลกที่เติบโต ส่งผลต่อบริษัทจดทะเบียน มีความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น โดยสะท้อนจากกลุ่มธนาคาร เราเห็นความสามารถทำกำไรของแบงก์ จะชี้นำว่าเศรษฐกิจฟื้นตัว
ส่วนทิศทางของนักลงทุนต่างชาติ กลุ่มนักลงทุนที่เคลื่อนไหวในระยะสั้น จะมีเคลื่อนไหวเข้าออกตลาดหุ้นไทยตลอด เมื่อไรก็ตามที่มีการเปลี่ยนแปลงในตลาด เขาจะขยับและปรับพอร์ต สัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติ 29% ในปัจจุบัน ถ้าเราเริ่มเห็นปัจจัยบวก ในระยะสั้นจะได้ประโยชน์ เชื่อว่าเงินจะไหลกลับมาประเทศไทย
สำหรับแผนการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ เราจะให้ความสำคัญกับ 2 เรื่องมากขึ้น โดยจะทำอย่างไรให้มีผลิตภัณฑ์ต่างประเทศ ให้คนไทยลงทุนได้ง่ายขึ้น อย่าง DR หรือ ETF. และนำบริษัทต่างชาติเข้ามาระดมทุน
ส่วนในประเทศ เปิดโอกาสให้บริษัททุกขนาดเข้าระดมทุนได้ง่ายขึ้น ทั้งการระดมทุนของบริษัทขนาดเล็ก ผ่าน LIVEx ปรับมาตรฐานของการเข้าระดมทุนทั้งในตลาด SET และ mai รวมถึงการกำกับดูแลนั้นมากขึ้น นำที่ปรึกษาจากต่างประเทศ ดูว่าสิ่งไหนที่ทำได้ดีมากขึ้น ลดผลกระทบจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการกำกับดูแล
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่