
ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ มีการแข่งขันรุนแรงมานานนับ 10 ปี และทุกครั้งที่มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามามักจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาด และล่าสุดบริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ น้องใหม่ที่เข้ามาทำการตลาดด้วยการอัดโปรโมชั่น ฟรีคอมคอมมิชชั่น ในช่วงเปิดตัว ก็เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่ถูกจับตาและโดนรับน้องอย่างหนัก
แต่จุดยืนของ บล.ลิเบอเรเตอร์ นั้นกลับแตกต่าง เพราะ ฟรีคอมคอมมิชชั่น เป็นเพียงโปรโมชั่นที่ดึงดูดลูกค้าในช่วงแรกเท่านั้น แต่ ลิเบอร์เรเตอร์ มีการให้บริการในระดับพรีเมียมที่หลายโบรกเกอร์ที่ให้บริการแบบฟูลเซอร์วิส อาจสู้ไม่ได้ โดยเฉพาะการสร้างสังคมนักลงทุน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างเสถียรภาพให้พอร์ตการลงทุนในระยะยาว มากกว่าการเร่งให้นักลงทุนเทรดแล้วเก็บกำไรเข้าบริษัท
ภาวลิน ลิมธงชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยกับ #ThairathMoney ว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา การทำการตลาดของบริษัทในด้านการฟรีค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ ได้รับการตอบรับที่ดี โดยที่ผ่านมาเราเพิ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาด หรือ มาร์เก็ตแชร์ ขึ้นมาในระดับ 1%
“การให้บริการ 1 ปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยโปรโมชั่นฟรีค่าคอมมิชชั่นเป็นจุดให้ลูกค้าเปิดใจมาลองใช้บริการ แต่บริการอื่นๆ จะช่วยให้ลูกค้าอยู่กับเราในระยะยาว”
คุณตูน เผยว่า แม้ส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 1% อาจไม่เยอะ เพราะเรา มีเพียงนักลงทุนรายบุคคลเท่านั้น ไม่มีสถาบันกับนักลงทุนต่างประเทศ ช่วงแรกเราต้องสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุน ค่าคอมมิชชั่นฟรี เป็นแค่การเปิดประตู เปิดใจให้นักลงทุนเข้ามาใช้บริการ
จุดเปลี่ยนสำคัญของเรา คือ การได้ “ทีมน้าแดง”’ หรือ จรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ นักวิเคราะห์ชื่อดัง เข้ามาร่วมทีม ซึ่งการทำการตลาดของเราเน้นการสร้างคอมมูนิตี้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ จัดอีเวนต์ สิ่งที่เราทำต้องการให้คนมีความรู้คู่การลงทุน ไม่ใช่การกินรวบระยะสั้น เราไม่อยากกระตุ้นเทรด ต้องการให้เข้าใจก่อนแล้วค่อยเทรด เราเชื่อว่าลึกๆ ของนักลงทุนต้องการลงทุนระยะยาว
โดยปัจจุบันฐานลูกค้าหลักหมื่นราย ยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอยู่ที่ 2 แสนครั้ง และหากถามว่าลูกค้าของเรามีบุคลิกอย่างไร ส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 40 ปี และพอร์ตมีเสถียรภาพพอสมควร ดูแลตัวเองได้ แต่ไม่ชอบให้มาร์เก็ตติ้งโทหา คอยกระตุ้นให้เทรด แต่พวกเขาไม่อยากเทรดเองแล้วเหงา อยากมีสังคมที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เราเลยไปโฟกัสการสร้างคอมมูนิตี้
“สิ่งเราทำ คือ การสร้างคอมมูนิตี้พูดคุยเกี่ยวกับพอร์ตการลงทุน เรามีปาร์ตี้ Lib night เราต้องการสร้างสังคมนักลงทุนเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน”
คุณตูน ย้ำว่า จุดยืนหนึ่งของการให้บริการของเรา คือ ไม่ใช้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายยอดนิยมอย่าง สตรีมมิง และพัฒนาแอปพลิเคชันของ ลิเบอเรเตอร์ ขึ้นมาใช้เอง โดยข้อดีของการพัฒนาแอปพลิเคชัน ช่วยให้ บล.เพิ่มสินค้าและการให้บริการได้เอง ไม่ต้องรอแพลตฟอร์มกลางสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
ซึ่ง ลิเบอเรเตอร์ ไม่ได้มีแค่หุ้นไทยเท่านั้น ยังเปิดให้บริการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ และจะมีสินค้าใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น การซื้อขายกองทุนรวม และในปีหน้าจะเพิ่มการซื้อขายหุ้นฮ่องกง และหุ้นจีน และมีสินค้าอื่นๆ เข้ามาอีก รวมถึงการสร้าง content ใหม่ๆ เข้ามาให้ความรู้นักลงทุนได้โดยตรง ซึ่งในปีที่ 2-3 เราจะปรับให้สดใสมากขึ้น ใส่ออปชันรูปแบบกลยุทธ์กรซื้อขายเพิ่มให้นักลงทุนได้ใช้กันอย่างเท่าเทียม
อย่างไรก็ตาม แผนการทำการตลาดฟรีค่าคอมมิชชั่นที่เคยใช้ใน 1 ปีที่ผ่านมา ต้องยุติ โดยเดิมทีเราต้องการใช้กลยุทธ์ค่าคอมมิชชั่นฟรี 2 ปี หลังจากนั้นเราได้รับการแจ้งว่า ทำได้แค่ปีเดียว ทำให้เราต้องเดินหน้าไปโมเดล สมัครสมาชิก หรือ subscription โดยจะเริ่มเก็บจริงเดือน มี.ค.
เบื้องต้น เราคิดค่าบริการแบบเหมาจ่าย คาดว่าจะมีค่าบริการหลักร้อยบาทต่อเดือน หรือใครที่เทรดไม่เยอะ ก็จะเหมาจ่ายแบบรายไตรมาส ช่วยให้นักลงทุนเทรดได้ถูกลง ซึ่งผลดังกล่าวจะทำให้ค่าคอมมิชชั่น เป็นค่าเฉลี่ยของตลาดที่ล้านละไม่เกิน 650 บาท รวมถึงเปิดเทรดแบบบุฟเฟต์ใน TFEX ด้วยจะคุ้มสุด จะอยู่ในหลักพันบาทต่อเดือนเท่านั้น
การทำ subscription ไม่ใช่แค่จะได้รับบริการด้านค่าคอมมิชชั่นเท่านั้น ยังได้รับบริการพิเศษใหม่ๆ จากบริษัทด้วย เช่น ในอนาคตเราอาจมี content จัดแข่งการเทรดหุ้น เป็นเรียลลิตี้ หรือการแนะนำการลงทุนที่พิเศษเฉพาะลูกค้า ที่จะช่วยสร้างความแตกต่างกับโบรกเกอร์อื่น
อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมของตลาดหุ้นไทยนั้น คุณตูน มองว่า นักลงทุนรายย่อยยังมีบทบาทสำคัญในตลาดหุ้น โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายย่อย 30% ลดลงมาระยะหนึ่งแล้ว จากสภาพเศรษฐกิจไม่ดีนัก แถมความท้าทายของนักลงทุนรายย่อยเวลานี้ คือการมีระบบเทรดรูปแบบต่างๆ เข้ามาต่อกระทบกับภาพรวมของตลาด ทั้ง HFT หรือ บอตเทรด
แน่นอนว่ากระทบกับนักลงทุนบางกลุ่มให้เสียเปรียบ แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเกิดขึ้นของ HFT หรือ บอตเทรด อาจจะเป็นโอกาสของคตที่เน้นลงทุนระยะยาว หรือ VI ได้ ที่อยู่ดีๆ ราคาหุ้นปรับตัวลดลงเพื่อกินกำไรระยะสั้น คุณอาจจะใช้จังหวะนั้นในการเก็บหุ้นเพิ่มได้ เรามองโอกาสของ VI เราเชื่อลึกๆ คนต้องการลงทุนเพื่อความมั่งคั่งระยะยาว แต่ในเกมของฟูลไทม์เทรดเดอร์อาจมีปัญหา ดังนั้นพันธกิจของเรา คือ ช่วยให้นักลงทุนอยู่ได้ในระยะยาว
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่