
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2566 แล้ว พร้อมทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี
โดยขั้นตอนต่อไปนั้น รัฐบาลจะเป็นการเตรียมแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร อย่างช้าวันที่ 8 กันยายน 2566 และนัดวันประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก คาดว่าจะเป็นวันอังคารที่ 12 กันยายน 2566
#Thairath Money จะพามาส่องทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล เศรษฐา 1 มีใครดำรงตำแหน่งบ้าง
กระทรวงการคลัง เป็นไปตามคาด เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นั่งควบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยมี กฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีตปลัดคลัง โควตา พรรครวมไทยสร้างชาติ และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย เป็น รมช. ซึ่งกระทรวงการคลังนับเป็นกระเป๋าเงิน และกระทรวงหลักของการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญ โดยมีหลายนโยบายหลักที่ต้องขับเคลื่อน ทั้ง กระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) เติมเงิน 10,000 บาท รวมถึงแก้หนี้เกษตรกร
สำหรับกระทรวงปากท้อง อย่าง กระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องดูแลราคาสินค้าต่างๆ ในประเทศ มีภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ดำรงรองนายกรัฐมนตรี มานั่งเป็น รมว.พาณิชย์ และมี นภินทร ศรีสรรพางค์ จากพรรคภูมิใจไทย นั่ง รมช.
ราคาพลังงานกำลังเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดการถกเถียงในสังคม ทั้งราคาค่าไฟฟ้า และ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเบนซินทะลุไปที่ 40 บาทต่อลิตร ทั้งนี้ เพื่อไทยประกาศนโยบาย พร้อมลดราคาพลังงานทันทีที่เข้าเป็นรัฐบาล แต่เก้าอี้อยู่ที่ พีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน จึงต้องจับตาว่าการขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานจะเป็นเอกภาพหรือไม่
กระทรวงคมนาคม นับเป็นกระทรวงเกรดเอ มาอย่างยาวนาน ทั้งการต้องดูแลด้านการคมนาคมทั้งทาง บก น้ำ อากาศ และราง มีงบลงทุนจำนวนมาก และมีนโยบายที่ต้องจับตาอย่างนโยบาย ค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่เป็นนโยบายหลักของเพื่อไทยเช่นกัน โดย กระทรวงนี้มี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม และมนพร เจริญศรี สส.นครพนม สังกัดพรรคเพื่อไทย, สุรพงษ์ ปิยะโชติ จากพรรคเพื่อไทย มาเป็น รมช. ซึ่งน่าจะช่วยสร้างเอกภาพ และขับเคลื่อนนโยบายได้ต่อเนื่อง
สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นับเป็นอีกกระทรวงหนึ่งที่ถูกจับตา ด้วยแรงงานที่อยู่ในภาคการเกษตรจำนวนมาก และมีนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศจะเพิ่มรายได้ 3 เท่ากับเกษตรกร ภายในปี 2570 แต่กระทรวงนี้มี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า จากพลังประชารัฐ ขึ้นดำรงตำแหน่ง รมว. และมี ไชยา พรหมา จากพรรคเพื่อไทย มาดำรง รมช. คอยประกบ และมี นายอนุชา นาคาศัย จากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาเป็น รมช.อีก 1 ราย
สำหรับกระทรวงที่น่าสนใจนั้น จะพบว่า พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกระทรวงที่สำคัญในด้านการกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม และการอนุมัติโครงการใหญ่, สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล จากพรรคเพื่อไทย เป็น รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา, ประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย เป็นรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งคุมสัมปทานโทรคมนาคมหลายแสนล้านบาท, พิพัฒน์ รัชกิจประการ จากพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล จากพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม