
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 11 ส.ค.66 ปิดที่ 1,535.16 จุด เพิ่มขึ้น 1.75 จุด มูลค่าการซื้อขาย 61,811.46 ล้านบาท หุ้นซื้อขายสูงสุด CPALL ปิด 61.50 บาท บวก 1.75 บาท, KBANK ปิด 128 บาท บวก 1 บาท, BANPU ปิด 9.35 บาท ลบ 0.25 บาท, PTT ปิด 35.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง, AWC ปิด 3.92 บาท ลบ 0.44 บาท
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดว่าสัปดาห์หน้าปัจจัยการเมืองจะเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเข้าเก็งกำไรหุ้นกลุ่ม Domestic Play แนะนำ “สะสม” KBANK, CPALL, BJC, GPSC
โดยหุ้น BJC ราคาอ่อนตัวลงสะท้อนงบ 2Q66 ที่ต่ำกว่าคาดแล้ว มองแนวโน้ม 2H66 ฟื้นตัวจากต้นทุนธุรกิจขวดที่ลดลง และธุรกิจค้าปลีกเริ่มดีขึ้น ขณะที่การนำ BIGC เข้า IPO เป็นอีกปัจจัยกระตุ้น
ขณะที่ บล.กสิกรไทย preview หุ้น CK-STEC โดยระบุว่า CK กำไรสูงสุดรอบ 4 ปี ชดเชยข้อกังวลทางการเมือง โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 2/66 ที่ 642 ล้านบาท (+114% YoY, +280% QoQ) และกำไรปกติ 1H66 จะอยู่ที่ 53.5% ของประมาณการกำไรปกติปี 66 ของกสิกรไทย
โดยปรับประมาณการกำไรปกติปี 66 ขึ้น 26.2% ปรับลดกำไรปกติปี 67/68 ลง 17.3%/14.5% และลดราคาเป้าหมายลง 10%
แนะนำ “ซื้อ” จากการประเมินมูลค่าที่น่าสนใจ จาก Backlog ปี 66 ที่ระดับ 3.6x ของปี 62 กำไรปกติปี 67 ที่ 6x, EV ที่ 1.25x และส่วนลดการถือหุ้นที่ 41%
อีกตัวหุ้น STEC การฟื้นตัวจากเสถียรภาพทางการเมือง โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 2/66 จะอยู่ที่ 308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.8% YoY จาก GPM ที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนโครงการ และ 80% QoQ จากเงินปันผลรับ
ขณะที่ปรับลดประมาณการกำไรปี 66/67/68 ลง 16%/15%/13% เพื่อสะท้อนถึงอัตราการรับรู้รายได้ที่ช้าลงและความล่าช้าของการจัดตั้งรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่ลดลง 17% เป็น 15.03 บาท การประเมินมูลค่าน่าสนใจจาก EV ปัจจุบันที่ 56% ของปี 62 กำไรปกติปี 66/67 อยู่ที่ 63%/73%.
อินเด็กซ์ 51