หุ้นไทยทรุดหนักมูลค่าตลาดต่ำกว่าจีดีพี ครั้งแรกในรอบ 4 ปี จับตาหากการเมืองชัดช่วยดัน

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หุ้นไทยทรุดหนักมูลค่าตลาดต่ำกว่าจีดีพี ครั้งแรกในรอบ 4 ปี จับตาหากการเมืองชัดช่วยดัน

Date Time: 30 มิ.ย. 2566 10:57 น.

Video

อยากรวย อย่าพูดคำว่า ไม่มี! กับ ป้าตือ สมบัษร l Money Secret EP.18

Summary

Latest


ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องโดยหลุดแนวรับสำคัญที่ 1,480 จุด ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ของตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงหลุด 18 ล้านล้านบาท นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปีที่มูลค่าตลาดหุ้นต่ำกว่า GDP โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส เปิดเผยว่า มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของตลาดหุ้นหุ้น พลิกลงมาต่ำกว่า มูลค่าจีดีพี ของประเทศไทย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยปัจจุบันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหุ้นไทยในวันที่ 28 มิ.ย. ลดลงมาอยู่ที่ 17.9 ล้านล้านบาท คิดเป็นระดับเทียบกับ Nominal GDP อยู่ที่ 18.00 ล้านล้านบาท ก่อนที่วานนี้ 29 มิ.ย. จะฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 18.1 ล้านล้านบาท

 

การที่มูลค่าตลาดของตลาดหุ้นไทย พลิกกลับมาต่ำกว่า Nominal GDP อาจเป็น สัญญาณสะสมหุ้น เนื่องจากปกติมูลค่า Nominal GDP มักจะสูงกว่ามาร์เก็ตแคป ของตลาดหุ้นอยู่เสมอ และช่วงไหนที่ มาร์เก็ตแคป พลิกกลับมาต่ำกว่า Nominal GDP ระยะถัดไปหุ้นมักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเสมอ

 

ขณะที่ล่าสุด มูลค่า Nominal GDP อยู่ที่ 18.00 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่า Market Cap ของ SET หรือมีสัดส่วนระหว่าง Market Cap ของ SET เทียบ มูลค่า Nominal GDP 0.99 เท่า จึงทำให้มีโอกาสสูงที่ Return ของ SET Index จะโอกาสเป็นบวกในระยะถัดไปได้ ขณะที่หากพิจารณาค่าเฉลี่ย สัดส่วนดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2014-ปัจจุบัน อยู่ที่ 1.05 เท่า ซึ่งหากตีเป็นดัชนี จะมี Upside เพิ่มเติมราว 5% หรือ 1,540 จุด ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ คาดว่า SET Index จะมีแนวรับและแนวต้านทางพื้นฐานที่ SET 1,480–1,540 จุด ทำให้ ณ ดัชนีปัจจุบันที่ 1,479 จุด เป็นจุดที่ต้องหาหุ้นสะสมเพิ่ม

 

 

ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทย เกิดสัญญาณบวกโดยการเริ่มดีดกลับ พร้อมกับเห็นการซื้อสุทธิจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนสถาบัน จากการติดตาม พัฒนาการของการเมืองในบ้านเราซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีช่วงเวลานี้ ล่าสุดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่งหนังสือเชิญประชุม 4 ก.ค. 66

 

โดยมีวาระการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุอยู่ ซึ่งเรามองว่าการได้ประธานสภาฯ ในวันดังกล่าว น่าจะทำให้ฉากทัศน์ของสถานการณ์ทางการเมืองหลังจากนั้น ชัดเจนมากขึ้นซึ่งเท่ากับว่าระดับความเสี่ยงค่อยๆ ลดลงเปิดโอกาสให้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยสามารถดีดขึ้นไปต่อได้ ภาวะดังกล่าวเป็นการตอกย้ำกว่ากลยุทธ์ ที่เรากำหนดว่าที่บริเวณ 1,480 จุดลงมา เป็นจุดซื้อลงทุน ถือว่ามาถูกทาง เป็นไปได้ที่จะเห็นการดีดกลับต่อเนื่องของ SET Index ขับเคลื่อนด้วย

 

ประเด็นการเมือง มีสัญญาณบวกและความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลมากขึ้น หลังราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2566 ตั้งแต่ วันที่ 3 ก.ค. 66 เป็นต้นไป ซึ่งเลขาฯ สภา แจ้ง ส.ส. ประชุมนัดแรก 4 ก.ค. 2566 ซึ่งวาระแรกเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยวานนี้มีการหารือระหว่างพรรคก้าวไกล-เพื่อไทย ซึ่งถูกคาดหวังว่าน่าจะได้ข้อสรุปที่ดี

 

ทั้งนี้ เชื่อว่าทั้ง 2 พรรคการเมืองน่าจะเตรียมช่องทางการดำเนินงานไว้ในหลายๆ ฉากทัศน์ ที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังการเปิดประชุมสภาฯ สถานการณ์ดังกล่าวน่าจะทำให้นักลงทุน ผ่อนคลายความกังวลช่วงสั้น และหนุน ดัชนี ปรับตัวขึ้นต่อได้ ขณะที่ SET Index ในปัจจุบัน ถือว่าอยู่ในโซนน่าทยอยสะสม เนื่องจาก อยู่ต่ำกว่า Target SET ปลายปีที่ระดับ 1,542 จุด (ดอกเบี้ยนโยบาย 2.00%)

 

ขณะที่หาก กนง.ขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง เป็น 2.25% Target SET จะอยู่ที่ระดับ 1,480 จุด ซึ่ง ณ ปัจจุบันถือเป็นแนวรับ ทางพื้นฐาน - 4 - อย่างไรก็ตาม ประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมืองเกี่ยวกับพรรคก้าวไกลยังมีอยู่มาก ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลยังมีอีกหลายอุปสรรคที่จะต้องผ่านด่าน อาทิ

 • ปมพรรคก้าวไกลชูนโยบายหาเสียง แก้/ยกเลิก ม.112 โดยศาลรัฐธรรมนูญ สอบถามไปยังอัยการสูงสุด ว่าพิจารณารับหรือไม่รับรับคำร้อง กรณีมีผู้ร้องว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 49 หรือไม่ โดยขอให้แจ้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 15 วัน หรือวันที่ 11 ก.ค. 66

 • เสียงสนับสนุนจาก ส.ว. อาจไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาล โดย นายเสรี สุวรรณภานนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน ส.ว. ได้ออกมาเผยต่อสื่อว่า เสียง ส.ว.ส่วนใหญ่ ไม่สนับสนุน candidate นายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล ที่ต้องได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา (เกิน 376 คนขึ้นไป) ซึ่งประกอบด้วย ส.ส. 500 คน และ ส.ว. 250 คน ซึ่งเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีการลงมติ ข้อตกลง MOU ร่วมกันมีเพียง 312 เสียง ซึ่งขาดอีก 64 เสียงถึงจะมีคะแนนเสียงสนับสนุนเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้น หากเวลาดำเนินไปจนถึงวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว คะแนนเสียงสนับสนุนไม่ถึง 376 เสียงจาก 750 เสียง

 • คุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญของว่าที่นายกฯ ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ อาทิ คดีการถือหุ้นสื่อ ITV ของคุณพิธา ซึ่งทาง กกต. อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและจะเรียกให้เข้าไปชี้แจงในเร็ววันนี้ ต้นเดือน ก.ค. ลุ้นการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี  

สายงานวิจัย บล. เอเซีย พลัส สรุป SET Index มีโอกาสปรับตัวขึ้นในช่วงสั้น จากสถานการณ์ทางการเมืองใกล้รู้ ผลลัพธ์ และ Valuation ทางพื้นฐานของ SET Index ที่น่าสะสม อย่างไรก็ตามมี ประเด็นความเสี่ยงเกี่ยวกับพรรคก้าวไกลค่อนข้างเยอะ จึงทำให้การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ อาจเกิดการเปลี่ยนขั้วได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

 

 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ