ลุยเอาผิดทุจริต STARK 11 องค์กรตลาดทุนดาหน้าฟื้นความเชื่อมั่น

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ลุยเอาผิดทุจริต STARK 11 องค์กรตลาดทุนดาหน้าฟื้นความเชื่อมั่น

Date Time: 27 มิ.ย. 2566 07:16 น.

Summary

11 หน่วยงานในตลาดทุนไทย แถลงเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังเหตุอัปยศกรณี STARK ปล้นตลาดทุน ก.ล.ต.ยันเร่งเอาผิดตามกฎหมาย ตลาดหลักทรัพย์ยกเครื่องปรับกฎเกณฑ์คุม บจ.

Latest

IPO ต่างประเทศดีกว่าไทย? MINT เปิดแผนปี 69 เร่งศึกษาแผนส่ง Minor Food บุก IPO ตลาดหุ้นฮ่องกงปี 69

11 หน่วยงานในตลาดทุนไทย แถลงเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังเหตุอัปยศกรณี STARK ปล้นตลาดทุน ก.ล.ต.ยันเร่งเอาผิดตามกฎหมาย ตลาดหลักทรัพย์ยกเครื่องปรับกฎเกณฑ์คุม บจ. ขณะที่สภาผู้สอบบัญชีรับลงโทษผู้สอบบัญชีได้เพียงพัก–ถอนใบอนุญาต ส่วน บลจ.เตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่ม ทริสฯเข้มจัดอันดับบริษัท Back door ด้านรายย่อยลงชื่อ 1.7 พันราย เสียหายกว่า 4 พันล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พร้อมด้วยผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯและผู้บริหาร 9 องค์กรสำคัญในตลาดทุน ร่วมแถลงเกี่ยวกับการทุจริตตกแต่งบัญชีแจ้งและรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จ ของ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) ที่สร้างความเสียหายมหาศาลให้ตลาดทุน โดยเฉพาะเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้น

ก.ล.ต.ยันเร่งเอาผิดเต็มที่

นายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการและรักษาการเลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ก.ล.ต.กำลังตรวจสอบการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ กรณีที่ STARK โดยร่วมมือและประสานกับดีเอสไอและ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) รวมทั้ง ปปง. เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ก.ล.ต.จึงจะร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้ทำหน้าที่ภายใต้อำนาจที่มี เช่น สั่งให้บริษัทเปิดเผยข้อมูล ขยายขอบเขตการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษเพิ่มเติม และการแจ้งเตือนผู้ลงทุน พร้อมร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย ขณะนี้การตรวจสอบคืบหน้าไปมาก แต่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ บอกได้แค่ผู้กระทำผิดกฎหมายหลักทรัพย์ มีบทลงโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ส่วนคำถามว่า ยังพึ่งพาหรือให้ความมั่นใจ ก.ล.ต.ได้หรือไม่ ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

“ก.ล.ต.เร่งดำเนินการเต็มที่ เพราะเกี่ยวข้องกับผู้ลงทุนจำนวนมากและมีผลกระทบต่อตลาดทุนภาพรวม กระทั่ง DSI ได้รับ STARK เป็นคดีพิเศษ และล่าสุดวันที่ 26 มิ.ย.ได้หารือร่วมกับ 3 หน่วยงาน คือ DSI ปอศ.และกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดรวดเร็วและรัดกุม เพื่อยับยั้งความเสียหายต่อประชาชนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”

ด้านนายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า หลังเกิดบทเรียนกรณี STARK สิ่งที่ต้องดำเนินการ คือ ปรับกระบวนการทำงานและปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่างๆทั้งด้านบริษัทจดทะเบียน และการซื้อขายให้มีความเข้มงวดขึ้น มีหลายเรื่องที่บอร์ดตลาดฯมีมติเห็นชอบไปแล้ว ทั้งการปรับปรุงเกณฑ์ และยกระดับการกำกับดูแลตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่เกณฑ์การรับหลักทรัพย์เข้าใหม่ โดยเฉพาะรูปแบบ Back door Listing, การดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียน จนถึงการเพิกถอน รวมถึงจะยกระดับการกำกับการซื้อขาย เช่น มาตรการป้องปราม ตลอดจนความร่วมมือเชิงรุกกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดโอกาสการเกิดกรณี STARK อีก

โทษผู้สอบบัญชีแค่พัก–ถอนใบอนุญาต

นายสุพจน์ สิงห์เสน่ห์ เลขาธิการ สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มีสภาจรรยาบรรณผู้สอบบัญชี ทำหน้าที่ลงโทษผู้สอบบัญชีกรณีทำผิด โดยบทลงโทษสูงสุด คือการพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเท่านั้น บทบาทของสภาวิชาชีพบัญชีมีสองเรื่องหลัก ได้แก่ 1. การจัดทำตามมาตรฐานผู้สอบบัญชี ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับและใช้กันทั่วโลก 2.การจัดทดสอบผู้ต้องการเป็นผู้สอบบัญชีรับใบอนุญาต “ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมามีผู้ส่งเรื่องร้องเรียน กรณี STARK ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยสภาวิชาชีพบัญชีพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำรงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นในวิชาชีพบัญชีและตลาดทุนไทย”

นายธวัชชัยกล่าวเสริมกรณีนี้ว่า ปัจจุบัน ก.ล.ต.ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ทำหน้าที่ในตลาดทุนเป็นรายบุคคลเท่านั้น หากพบข้อสงสัยในการทำหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบและหารือร่วมกับสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งบทลงโทษของสภาจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี คือการพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต ถือเป็นการลงโทษที่ร้ายแรงมากอยู่แล้ว แต่หากพบการมีการสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดของ STARK ก็ต้องมีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ร้ายแรงมากกว่า ส่วนการขึ้นบัญชีดำบริษัทหรือสำนักสอบบัญชีที่ทำหน้าที่ในตลาดทุนนั้น ก.ล.ต.ไม่ได้กำกับดูแลในส่วนของบริษัท

สมาคม บลจ.ฟ้องดำเนินคดีกลุ่ม

นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า สมาคมฯได้มีมติ เห็นชอบดำเนินคดีแบบกลุ่มหรือ class action กับกรณี STARK โดยอยู่ระหว่างหานักกฎหมายมาดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งการลงทุนในหุ้นหรือหุ้นกู้ STARK ยืนยันว่า สมาชิกสมาคมฯได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ตามที่สามารถทำได้ ตั้งแต่การคัดเลือกหุ้นที่ลงทุน ซึ่งได้พิจารณาตามข้อมูลฐานะของบริษัทที่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ตั้งแต่แรกที่บริษัทไม่ได้นำเงินที่เพิ่มทุนไปทำตามแผน ทางสมาคมฯได้นัดประชุมให้ STARK ชี้แจง แต่แนวทางผู้บริหารไม่ชัดเจน ส่งผลให้มีการทยอยขายหุ้นออกมา “มองว่าการลงทุนของผู้จัดการกองทุนมีการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมให้กับนักลงทุนอยู่แล้ว เราได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องผู้ลงทุน”

นายศักดิ์ดา พงศ์เจริญยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด กล่าวว่า ทริสเรทติ้งจะปรับปรุงขั้นตอนการคัดกรองบริษัทผู้ออกหุ้นกู้หรือตราสารการเงินให้เข้มงวดขึ้น โดยจะเพิ่มความระมัดระวัง สำหรับบริษัทที่เข้าตลาดฯโดย Back door Listing และบริษัทที่เน้นการเติบโตหรือการขยายธุรกิจโดยการเข้าซืิ้อกิจการอื่น โดยไม่ได้สร้างธุรกิจด้วยตัวเอง รวมถึงจะหลีกเลี่ยงการจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้กับผู้ออกตราสารที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือผู้บริหารที่มีประวัติหรือชื่อเสียงในทางลบ ขณะที่นางสิริพร จังตระกุล เลขาธิการ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย กล่าวว่า ได้เปิดระบบลงทะเบียนให้ผู้ลงทุนที่เสียหายจากการลงทุนในหุ้น STARK เพื่อร่วมกันฟ้องคดีแบบกลุ่ม ล่าสุดรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายที่ลงทะเบียน 1,759 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย 4,063 ล้านบาท.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ