STARK ทำลายความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทย วอลุ่มลดฮวบทุนต่างชาติไหลออก รายย่อยรวมตัวเตรียมฟ้องคดี

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

STARK ทำลายความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทย วอลุ่มลดฮวบทุนต่างชาติไหลออก รายย่อยรวมตัวเตรียมฟ้องคดี

Date Time: 19 มิ.ย. 2566 15:27 น.

Video

เบื้องหลังโลก “คริปโต” จากเคยถูกต่อต้าน ทำไมตอนนี้ทั้งรัฐบาล ธนาคารถึงยอมรับ ? | Digital Frontiers EP.52

Summary

- บล.เอเซีย พลัส ชี้ STARK มีส่วนทำให้ระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง ขณะที่ยังอยู่ในภาวะที่เงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง,- สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย หรือ TIA ได้เชิญชวนนักลงทุนรายย่อยที่ตกเป็นเหยื่อผู้เสียหายจากหุ้น STARK ร่วมกรอกแบบฟอร์มเพื่อนำไปสู่กระบวนการเรียกร้องความยุติธรรม

Latest


ตลาดหุ้นไทยเจอความท้าทายอีกครั้งกับ STARK ทำให้มูลค่าการซื้อขายปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากในช่วงที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทยถูกปรับลดลง หลังจากผ่านวิกฤติหุ้น MORE เมื่อไม่กี่ปีมานี้ อีกทั้งยังอยู่ในภาวะที่เงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด รายงานว่า ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยมีมูลค่า (Market Cap) รวมอยู่ที่กว่า 19 ล้านล้านบาท แต่ในอีกทางหนึ่งกลับพบว่ามูลค่าการซี้อขายกลับปรับตัวลดลง เห็นได้จากระดับ Turnover ปรับลดลงมาต่ำเหลือเพียง 66% เมื่อเทียบจากต้นปี ซึ่งถือเป็นระดับที่ไม่เพียงพอที่จะพยุง SET Index ให้อยู่ระดับสูงได้ นอกจากนี้ ยังอยู่ในภาวะที่เงินทุนของนักลงทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งแรงกดดัน


ส่วนประเด็นเรื่อง MORE และ ล่าสุด STARK ก็มีส่วนทำให้ระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง และน่าจะทำให้ Turnover ของตลาดหุ้นบ้านเรายังมีโอกาสปรับลดลงด้วย ภาวะดังกล่าวทำให้เราเห็นว่า SET Index อยู่ในภาวะที่ไม่มีแรงขับเคลื่อน


ปัจจัยในประเทศ มีทั้งเรื่องดีเรื่องร้าย มูลค่าซื้อขายหด ก่อนหน้านี้ตลาดหลักทรัพย์ได้ติดเครื่องหมาย SP (ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นการชั่วคราว) แก่ STARK และได้นำออกจากการคำนวณดัชนี SET100 (มีผลตั้งแต่ 7 เม.ย. 66) หลัง STARK ไม่ส่งงบการเงินประจำปี 2565


ซึ่งล่าสุด STARK มีการส่งงบการเงินปี 2565 ที่แท้จริง พบผลการดำเนินงานพลิกจากกำไรเป็นขาดทุน ประเด็นดังกล่าวอาจทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทยได้ เฉกเช่นในอดีตช่วงปลายปีที่แล้ว หรือ พ.ย. 65 ที่มีประเด็นหุ้น MORE สังเกตได้จากในก่อนหน้ามูลค่าซื้อขายผ่านบัญชี Margin เคยอยู่สูงระดับ 2 แสนกว่าล้านบาท/เดือน (ในช่วงต้น-กลางปี 2565) ขณะที่ปัจจุบันผ่านเหตการณ์หุ้น MORE และ STARK มีมูลค่าซื้อขายผ่านบัญชี Margin เดือน เม.ย. 66 ลดลงอยู่ระดับ 7.6 หมื่นล้านบาท/เดือน เท่านั้น เป็นอีกมุมที่กดดัน Turnover ของ SET ให้ปรับตัวลดลงอีก ซึ่งล่าสุดอยู่ที่ระดับ 66.0% (Ytd) ขณะที่ปี 2021-2022 Turnover SET อยู่ระดับ 80-110%


อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้คงเป็นการรับรองผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งคาดว่าจะเป็น 21 มิ.ย. 66 และกำหนดการเปิดสมัยประชุมรัฐสภา


รายย่อยรวมตัวยื่นฟ้อง


ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้รับการติดต่อจากผู้ถือหุ้นรายย่อย STARK กว่า 100 คน ที่ได้รวมตัวกันเพื่อขอคำปรึกษาในฐานะที่ปรึกษาการลงทุน เพื่อแสดงจุดยืนของผู้ถือหุ้นรายย่อย


โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย หรือ TIA ได้เชิญชวนนักลงทุนรายย่อยที่ตกเป็นเหยื่อผู้เสียหายจากหุ้น STARK รวมตัวกันเพื่อนำไปสู่กระบวนการเรียกร้องความยุติธรรม และรวบรวมข้อมูลหลักฐานในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม


ทั้งนี้ สามารถส่งให้สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ภายในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ เพื่อจะได้รวบรวมข้อมูล และประสานงานดำเนินการต่อไป ตามแบบฟอร์มลงทะเบียน สำหรับผู้ลงทุนที่ได้รับความเสียหาย จากหุ้นสามัญ STARK ทั้งนี้ ผู้ที่ส่งข้อมูลและร่วมเป็นโจทก์ดำเนินคดีเท่านั้นที่จะเป็นผู้ได้รับความเป็นธรรม และอาจจะมีโอกาสได้เงินคืน ส่วนท่านที่เพิกเฉย ก็ย่อมไม่ได้รับสิทธิ์นี้แต่ประการใด.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ