
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 12 พ.ค.66 ปิดที่ 1,561.35 จุด ลบ 6.05 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 57,056.42 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 2,257.54 ล้านบาท
บล.ทิสโก้ เลือก 4 หุ้นเด่น ดักผลการเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้าย อิงจากโพลหลายสำนักในช่วงก่อนหน้านี้ ที่บ่งชี้ว่ารัฐบาลใหม่จะมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจครั้งสำคัญ โดยพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่เป็นฝ่ายค้านเดิมได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ ทิสโก้ประเมิน 3 กรณีที่เป็นไปได้ของผลการเลือกตั้งและการตอบสนองของตลาดดังนี้
กรณีแรก ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อย คือพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุด หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง กวาดที่นั่ง ส.ส. มากกว่า 300 ที่นั่งจากทั้งหมด 500 ที่นั่ง (แลนด์สไลด์) คาดว่าตลาดจะตอบสนองในทางบวกมาก เพราะจะมีอำนาจเต็มที่ในการเลือกพรรคการเมืองที่จะเข้าร่วมรัฐบาล ทำให้เสถียรภาพรัฐบาลสูงและการดำเนินนโยบายต่างๆเป็นไปอย่างราบรื่น
กรณีที่ 2 ซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่สุด คือกรณีพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองในขั้วอำนาจเดิมที่มีกองทัพสนับสนุน โดยเฉพาะพรรคที่ชูนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง คาดตลาดจะตอบสนองทางบวก ถึงแม้จะไม่มีอำนาจเต็มที่เหมือนกรณีแรก แต่จะช่วยลดความเสี่ยงทางการเมือง
กรณีที่ 3 ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อย คือกรณีพรรคการเมืองฝ่ายค้านเดิมมีคะแนนเสียงพอที่จะโหวตนายกรัฐมนตรีและร่วมกันจัดตั้ง รัฐบาลโดยไม่พึ่งพิงเสียงของพรรคการเมืองขั้วอำนาจเดิมเลย คาดตลาดจะตอบสนองเป็นกลาง เพราะความเสี่ยงทางการเมืองไม่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะถัดไป ต้องติดตามการกระทำของรัฐบาลที่อาจสุ่มเสี่ยงเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความวุ่นวายได้
ทั้งนี้ นักลงทุนที่ต้องการเก็งกับผลการเลือกตั้ง แนะนำหุ้นพื้นฐานดีขนาดใหญ่ที่มีค่า Beta ค่อนข้างสูง หุ้นเด่น KBANK (เป้าพื้นฐาน 160 บาท) และหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลใหม่ชอบ CPALL (76 บาท) รวมทั้งหุ้นเชิงกลยุทธ์ที่มีความอ่อนไหวสูงกับผลการเลือกตั้งที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดตามที่ประเมินไว้ เด่น SC (Consensus 4.93 บาท) และ SIRI (2.2 บาท)
อินเด็กซ์ 51