ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่ม ปตท. ในช่วงเปิดตลาดการซื้อขายเช้าวันนี้ (3 พ.ค. 66) ปรับตัวลดลงแรง นำโดยหุ้นของ บมจ. ปตท. (PTT) ปรับตัวลดลง 2.42% มาอยู่ที่ 30.25 บาท, บมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ปรับตัวลดลง 3.03% มาอยู่ที่ 144.00 บาท, บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ปรับตัวลดลง 1.79% มาอยู่ที่ 21.90 บาท, บมจ. โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ปรับตัวลดลง 0.78% มาอยู่ที่ 63.75 บาท, บมจ. โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ (GC) ปรับตัวลดลง 1.96% มาอยู่ที่ 5.00 บาท, บมจ. ไทยออยล์ (TOP) ปรับตัวลดลง 3.19% มาอยู่ที่ 45.50 บาท และ บมจ. ไออาร์พีซี (IRPC) ปรับตัวลดลง 3.36% มาอยู่ที่ 2.30 บาท
จากประเด็นกระแสข่าวเชิงลบที่กดดันราคาหุ้นกลุ่ม ปตท. โดยมีรายงานว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ออกคำสั่ง ถึง บมจ. ปตท. ให้คืนเงิน 4,300 ล้านบาท จากการที่ผู้ขายผิดสัญญากรณีที่ผู้ผลิตขาดส่งก๊าซธรรมชาติ ช่วงกลางปี 2564 ถึงช่วงต้นปี 2565
ด้านบทวิเคราะห์ บล.ไอร่า ระบุถึงปัจจัยที่กดดันราคาหุ้นพลังงานในวันนี้ว่า ราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ส่งมอบเดือน มิ.ย. เมื่อคืนนี้ปรับตัวลงแรง 4.00 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 71.66 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือลดลง 5.29% โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีโอกาสเผชิญภาวะถดถอยจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงต่อไป
รวมทั้งคาดกังวลในการเกิด Government Shutdown หากวุฒิสภาสหรัฐฯ ไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ภายในสิ้นเดือนนี้ คาดจะกดดันทิศทางราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานซึ่งมีสัดส่วนเป็นน้ำหนักมากที่สุดของตลาดหุ้นไทยกดดันทิศทางตลาดได้ต่อ