ตลท.มั่นใจเปลี่ยนระบบเทรด 8 พ.ค.นี้ไม่กระทบนักลงทุน เผย 4 ข้อดีช่วยนักลงทุนซื้อขายหุ้นดีขึ้น

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ตลท.มั่นใจเปลี่ยนระบบเทรด 8 พ.ค.นี้ไม่กระทบนักลงทุน เผย 4 ข้อดีช่วยนักลงทุนซื้อขายหุ้นดีขึ้น

Date Time: 28 เม.ย. 2566 14:37 น.

Video

ลาขาดรัฐพันแอปฯ คุยเรื่องรัฐบาลดิจิทัล เห็นภาพ จับต้องได้ | Digital Frontiers EP.56 Special Talk

Summary

Latest


นางสาวภัทรวสี สุวรรณศร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหารการปฏิบัติการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของการเปลี่ยนระบบการซื้อขายหุ้นและตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในตลาดหุ้นไทยที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 พ.ค.นี้จะราบรื่น โดยตลาดหลักทรัพย์จะมีการติดตามการเปลี่ยนผ่านระบบอย่างใกล้ชิด

“ในการเปลี่ยนผ่านระบบการซื้อขายนั้นตลาดหลักทรัพย์ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเราได้มองการมอนิเตอร์ในช่วง 3-4 วันล่วงหน้าเพื่อดูสถานะออเดอร์ที่คงค้างอยู่เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น”

ทั้งนี้ ในการเปลี่ยนผ่านระบบการซื้อขายครั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ใช้ระบบของ NASDAQ ที่ตลาดหุ้นชั้นนำของโลกเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มและการส่งคำสั่งนั้นทำได้มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับการให้บริการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย เช่น ตลาดหุ้นในต่างประเทศมีนวัตกรรมใหม่ๆ หรือมีสินค้าใหม่ เราก็สามารถขึ้นสินค้าเดียวกันได้หากต้องการ

สำหรับสิ่งที่แตกต่างจากระบบการซื้อขายเดิมนั้น และกระทบกับนักลงทุนทั่วไป และน่าจะช่วยให้การซื้อขายหุ้นนั้นสะดวกมากขึ้นใน 4 หัวข้อหลัก คือ 1. การส่งคำสั่งซื้อขายจากเดิมที่สามารถดูคำสั่งซื้อขายได้ 5 ช่องราคา ระบบใหม่จะสามารถดูได้ 10 ช่องราคา ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถนำไปใช้ข้อมูลประกอบการซื้อขายหุ้นได้ 2.  นักลงทุนยังสามารถตั้งคำสั่งแบบ Good till cancel (GTC) หรือสามารถคงสถานะคำสั่งซื้อขายได้ข้ามวันได้นานสุด 30 วัน

3. นอกจากนี้ยังปรับการคำนวณราคาเปิด ปิด โดยอาจอยู่นอกเหนือกรอบราคา ซิลลิ่ง หรือ ฟลอร์ ได้ แต่ไม่เกิน 1 ช่วงราคา และปรับซิลลิ่ง หรือ ฟลอร์ ในหุ้น กระดานหุ้น -F ให้สามารถเพิ่มขึ้น หรือลดลง ได้ 60% ของราคาอ้างอิง ในทุกวิธีการซื้อขายหุ้น

4. ตลาดหลักทรัพย์ยังมีการเพิ่มเครื่องหมาย P หรือ พักการซื้อขายหุ้นช่วงคราว โดยจะใช้ประกอบกับมาตรการกำกับการซื้อขายระดับที่ 3 เพื่อให้เกิดความชัดเจนแก่ผู้ลงทุนมากขึ้น โดย P จะใช้เฉพาะในกรณีที่หุ้นมีราคาที่เคลื่อนไหวผิดปกติ ไม่ได้เกิดจากตัวบริษัท ส่วนเครื่องหมาย SP และ H นั้นจะใช้ในกรณีที่บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูล หรือ เกิดจากความผิดปกติของบริษัทและนักลงทุนต้องรับทราบ นอกจากนี้

นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงระบบการซื้อขายครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างที่สำคัญของตลาดทุนไทย ให้สามารถเชื่อมต่อกับต่างประเทศได้อย่างราบรื่น โดยตลาดหลักทรัพย์ได้มีการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องและร่วมกับสมาชิกในการทำงานร่วมกันมามากกว่า 1 ปี

ซึ่งในมุมของผู้ลงทุนจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ กันการเปลี่ยนแปลงระบบครั้งนี้ จะมีแต่ผู้ที่ทำระบบ และเชื่อมต่อระบบหลังบางอย่างบริษัทหลักทรัพย์ที่จะต้องมีการปรับระบบให้เข้ากันชัดเจน


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ