
นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่าภาพรวมธุรกิจสินเชื่อในปีนี้จะต้องเติบโตด้วยความระมัดระวัง จากเดิมที่มองว่าจะเติบโตไม่เกิน 5% แต่ปัจจุบันมองว่าเติบโตได้ราว 2-3% ซึ่งจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนถึงปลายปีนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่กลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ล่างยังมีการฟื้นตัวไม่มาก ประกอบกับธุรกิจ SMEs และลูกค้ารายใหญ่บางรายก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ เชื่อว่าตอนนี้ธนาคารส่วนใหญ่ก็จะเติบโตแบบระมัดระวัง และสินเชื่อจะไม่เติบโตแบบก้าวกระโดดในปีนี้
สำหรับลูกค้าที่เป็นกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ ในกรณีล่าสุดอย่างบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ได้มีแนวทางการเตรียมตัวรับมือ และการตั้งสำรอง ซึ่งแจ้งไปแล้วตามการแถลงผลประกอบการของ SCBx ซึ่งทางกลุ่มธนาคารได้มีการติดต่อไปยังลูกค้าแล้ว ส่วนรายละเอียดยังต้องติดตามการแถลงจากบริษัทต่อไป
นอกจากนี้ ธนาคารมีแผนผลักดันให้ลูกค้าใช้ SCB Easy App มากขึ้นและเพิ่มจำนวนผู้ใช้ธุรกรรมบนดิจิทัล แทนการใช้เงินสด เพื่อลดภาระจากต้นทุนการให้บริการตู้เอทีเอ็มที่อยู่ในระดับสูง จากต้นทุนระบบความปลอดภัย และต้นทุนจากการให้บริการต่างๆ ซึ่งไม่สอดคล้องกับการเก็บค่าธรรมเนียม
ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด (SCB Julius Baer) บริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ และจูเลียส แบร์ (Julius Baer) บริษัทยังมุ่งเน้นในธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งให้กลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูง จากปัจจุบัน SCB WEALTH มีฐานลูกค้าเวลธ์ ที่มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป กว่า 400,000 ราย ซึ่งรวมถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (High Net Worth Individuals) คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดกว่า 40% และมีแผนงานขยายฐานลูกค้าเติบโตอย่างต่อเนื่องมากกว่า 12% ต่อปี
ขณะเดียวกันตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปี มีฐานลูกค้า Digital Investors กว่า 1.3 ล้านราย โดยมี ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจบริหารความมั่งคั่งระดับสูง ทำให้ไทยพาณิชย์สามารถต่อยอดในการทำธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และสามารถช่วยวางแผนการเงินให้กับลูกค้าได้เต็มรูปแบบและครบวงจร
ด้านนางสาวลลิตภัทร ธรณวิกรัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับปี 2566 การปรับนโยบายการเงินเริ่มกลับมาเป็นปกติหลังจากที่มีการใช้นโยบายที่ตึงตัวอย่างมากในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กระบวนการ Disinflationary ในสหรัฐอเมริกายังคงดำเนินต่อไป แต่ยังคงมีความผันผวนในระดับสูงจากความเปราะบางเชิงโครงสร้างในด้านอุปทาน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เข้าลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนที่คุณภาพดี ลดการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง (High yield Bond) ขณะที่การลงทุนในหุ้นยังแนะนำให้ใช้กลยุทธ์แบบ Barbell คือลงทุนทั้งในกลุ่มที่เป็น Secular growth ที่ยังคงมีการเติบโตที่ดีผสมกับหุ้นคุณภาพที่เป็นกลุ่มปลอดภัย (Defensive) โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่เราให้น้ำหนักการลงทุนเชิงบวกคือกลุ่มเทคโนโลยี (Technology) กลุ่มสุขภาพ (Healthcare) และกลุ่มสื่อสาร (Communication)
ในปี 2566 เพื่อเดินหน้าสู่คลื่นลูกใหม่ของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งระดับสูง ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ นำเอากลยุทธ์ “The New Wave of Wealth” มาใช้เป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ ตอกย้ำจุดยืนของการเป็นผู้นำด้านบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อเจาะกลุ่มทายาทคนรุ่นใหม่
นอกจากนี้ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ ยังเตรียมเปิด “The 45 Academia” หลักสูตรที่มุ่งเน้นเตรียมความพร้อมกลุ่มทายาทคนรุ่นใหม่สู่ผู้นำแห่งอนาคต เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยั่งยืน ตั้งเป้าภายใน 3 ปี ขึ้นแท่นผู้นำ International Private Banking ที่มีความเป็นเลิศด้านธุรกิจบริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจร ให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูงของเมืองไทย