
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 ก.พ.66 ปิดที่ 1,659.48 จุด ลดลง 9.15 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 54,976.57 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 4,278.26 ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด KBANK ปิด 136.50 บาท ลบ 3 บาท, CPALL ปิด 66.50 บาท บวก 1 บาท, SINGER ปิด 22.60 บาท บวก 1.60 บาท, PTTEP ปิด 156.00 บาท ลบ 3.50 บาท, KTB ปิด 17.30 บาท ลบ 0.20 บาท
บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุว่า หุ้นไทยปรับลงตามตลาดต่างประเทศ หลังตัวเลขภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯออกมาดีกว่าคาด ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ 3.94% หลังนักลงทุนหันมาถือเงินดอลลาร์แทนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ติดตามรายงานการประชุมเฟด และตัวเลข GDP ใน Q4/22 (ประมาณการครั้งที่ 2) ของสหรัฐฯ แนะนำหุ้น CPALL- MEGA -SHR- TIPH
บล.หยวนต้า ระบุว่า “ความชัดเจนในการยุบสภาฯ สร้างสีสันให้หุ้น Election Play” โดยจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 7 พ.ค.นี้ โดยช่วง 2 เดือนก่อนเลือกตั้ง คาดจะมีเม็ดเงินที่ใช้ในการหาเสียงและจัดเลือกตั้ง ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 6-7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.3 -0.4% ของ GDP ช่วยกระตุ้นการบริโภคและจำกัด Downside ให้ GDP ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล
การเคลื่อนไหวของ SET INDEX ในเชิงสถิติจะ Outperform ภูมิภาคมากที่สุดในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง และ 1 เดือนหลังเลือกตั้ง โดยช่วงก่อนเลือกตั้ง กองทุนในประเทศมักเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ ส่วนต่างชาติจะซื้อสุทธิเมื่อผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว หุ้นกลุ่มธนาคารฯ ค้าปลีก อสังหาฯ อาหารเครื่องดื่ม ไฟแนนซ์ และรับเหมาฯ เช่น CPALL, MAKRO, BJC, KBANK, BBL, SCB, OSP, CBG, SAWAD จะกลับมาดีกว่าตลาดอีกครั้ง
ขณะที่ บล.เอเซียพลัสชี้ว่า ผลการศึกษาผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยช่วงก่อนและหลังวันเลือกตั้งที่ดีที่สุดในปี 2544-2562 พบว่า ดัชนีหุ้นไทยมักให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้งเฉลี่ย 3.90% และหุ้นที่มัก Outperform 3 เดือนก่อนเลือกตั้งมีดังนี้ STPI-SC-BEC-MAKRO-TKS-MAJOR-INTUCH-ADVANC-MINT-THCOM-CENTEL-STEC-NWR-BBL-PLANB-AP-SCC-AMAT
ทั้งนี้ หุ้นธีมเลือกตั้งที่ Return (ytd) ปรับตัวขึ้นได้ร้อนแรงกว่าตลาดมาก นำโดย PLANB–STPI–THCOM–BBL–SC–TKS– SIRI–CENTEL–AP–ADVANC–NWR–MINT–MAKRO–STEC!!
อินเด็กซ์ 51